โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จาก “ศบค.โควิดฯ” สู่ “ศบ.ทก.” “บิ๊กเล็ก” แม่ทัพ สายพิราบ รบเขมร? รับแรงกระแทก แทน “อิ๊งค์-อ้วน”

สยามรัฐ

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 04.01 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2568 เวลา 04.00 น.

การแต่งตั้ง “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม เป็นผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ( ศบ.ทก. ) อาจดูเหมือน เป็นการให้อำนาจและบทบาทความสำคัญกับ พล.อ.ณัฐพล

ยังคงเป็นที่น่าสังเกตว่า ศบ.ทก. นีั แม้จะยึดโครงสร้างเดียวกับศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินโควิดฯ แต่สมัย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ตาม

แต่ ศบ.ทก. ก็ไม่ได้มีอำนาจในการสั่งการ แต่แค่เป็นหน่วยประสานงาน ทุกส่วนราชการเพื่อประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และทำหน้าที่ในการสื่อสารตอบโต้ ทำศึกโซเชียล มีเดีย ที่ฝั่งกัมพูชามี 2 พ่อลูกสมเด็จฮุนเซน และ พล.อ. ฮุนมาเนต เป็น แม่ทัพโซเชียลด้วยตนเองเพราะใช้เพจ Facebook ในการโพสต์สื่อสารแบบรัวๆ เยาะเย้ยและตอบโต้ ฝ่ายไทย

ศบ. ทก.ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาหากเกิดเหตุการณ์ในระยะสั้น ส่วนระยะยาวนั้น จะเป็นการสนับสนุนกระบวนการเจรจาแบบทวิภาคี และติดตามกระบวนการศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ทำหน้าที่สนับสนุนหากได้รับการร้องขอจากกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหวังผลทางการเมือง

โดยจะมีการประชุมทุกวันจันทร์-ศุกร์ ในช่วงเวลา 09.30 น. ยกเว้นวันอังคาร ที่จะมีการประชุม ประชุมในเวลา 13.30 น. โดยหลังการประชุมจะมีการแถลงข่าวและมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT เพื่อสื่อสารตรงไปยังประชาชน

พล.อ.ณัฐพล เอง ก็เคยเป็น ผบ.ศปก.ศบค.ฯ เป็นกำลังหลักของ ศบค. โควิดฯ และเคยเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

แม้ว่าคราวนี้จะไม่ใช้การต่อสู้กับโรคอุบัติใหม่ แต่เป็นการต่อสู้กับภัยความมั่นคงจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างกัมพูชา ดังนั้นอำนาจในการตัดสินใจหรือมาตรการต่างๆจึงต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม สมช. หรือ ครม.ก่อน

แต่ทว่า ทำให้ พล.อ.ณัฐพล กลายเป็นผู้รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหากับกัมพูชา เพราะในศูนย์นี้ก็มีฝ่ายกองทัพ รวมอยู่ด้วยในฐานะที่เป็น รมช.กลาโหมและเป็นทหารทหารเก่า จึงสามารถที่จะพูดคุยกับผู้บัญชาการเหล่าทัพได้โดยง่าย เป็นการลดระยะห่างระหว่างกองทัพกับรัฐบาลและแก้ปัญหาความไม่เป็นหนึ่งเดียวกันในห้วงที่ผ่านมา

อีกทั้ง ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พลเรือน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่นี้ได้เพราะเป็นเรื่องของความมั่นคง ชายแดน และการทหาร อีกทั้งถูกโจมตีอย่างหนักถึงขั้นมีกระแสกดดันจากสังคมให้เปลี่ยนตัว รมว.กลาโหม

พล.อ.ณัฐพล จึงกลายเป็นเสมือน ข้อต่อ ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพได้เป็นอย่างดีในสถานการณ์วิกฤตินี้

แต่ด้วยการเป็นนายทหาร สายพิราบ สายบุ๋น ตรงกับแนวทางของรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้เกิดการใช้กำลังทางทหารหรือการสู้รบกัน จึงทำให้ พล.อ.ณัฐพล ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่นี้

แต่ในขณะเดียวกัน พล.อ.ณัฐพล ก็จะกลายเป็นผู้รับผิดชอบและเป็นผู้รับแรงกระแทก แทน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายภูมิธรรม

จึงทำให้ พล.อ.ณัฐพล ประกาศว่า “เรายืนยันจะไม่ใช้มาตรการ ตาต่อตาฟันต่อฟัน ซึ่งจะทำให้แนวทางสันติวิธีที่กระทรวงการต่างประเทศที่ได้ขอมานั้นไม่เกิดผล และจะไม่มีมาตรการตัดไฟตัดอินเตอร์เน็ต”

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าพลเอกณัฐพลได้คุยกับผู้บัญชาการเหล่าทัพในการขอความร่วมมือ ในความดูแลของกองทัพและ ผู้ส่งของกองทัพ ลดบทบาท และลดการนำเสนอข่าวสารหรือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร ในระยะนี้โดยให้เป็นหน้าที่ของ ศบ.ทก. ด้วยความเกรงว่า การตอบโต้กันไปมาจะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศมากขึ้น

โดยที่ ศบ.ทก. มีการตั้ง “เสธ เม่น” พล.ร.ต.สุรสันต์ คงศิริ รองโฆษก กองบัญชาการกองทัพไทย มาทำหน้าที่เป็นโฆษก ศบ.ทก. พร้อมกันนี้ทีมงานของ พลเอกณัฐพล ในนามทีม สนามไชย 2 จะทำหน้าที่ ในการสื่อสารแทน

จนทำให้ถูกจับตามองว่าเป็นท่าทีที่อ่อนนุ่มเกินไปหรือไม่ ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาไม่มีแผ่ว ทั้ง สมเด็จฮุนเซน และ พล.อ. ฮุนมาเนต ที่เดินหน้าในการยื่นฟ้องอ้างสิทธิ์ ปราสาทตาเมือนธม ตาเมือนโต๊ด และ ตาควาย และ สามเหลี่ยมมรกต ต่อศาลโลก รวมทั้งการไม่ยอมถอนกำลังทหาร และ ยุทโธปกรณ์จำนวนมากที่ประชิดตลอดแนวชายแดนกลับที่ตั้ง

แม้ว่ากำหนดการเดิมฝ่ายไทยวางแผนที่จะจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาคไทย-กัมพูขา(RBC) ใน ปลายเดือนมิถุนายนนี้ ที่จะมี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2 และแม่ทัพฝ่ายกัมพูชา เป็นประธานร่วม แต่ทางกัมพูชาแจ้งขอเลื่อนการประชุมออกไปก่อน โดยอ้างว่ายังไม่ได้ไฟเขียวจากผู้บังคับบัญชา

เหตุผลหนึ่งคาดว่าเป็นเพราะในการประชุมครั้งนี้ฝ่ายไทยต้องการหยิบยกเรื่องการถอนกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ของทั้งสองฝ่ายจากแนวชายแดนกลับที่ตั้งปกติ และฝั่งกัมพูชา ยังไม่ต้องการที่จะถอนกลับจึงเลื่อนการประชุมออกไปก่อน

แม้ว่า พล.อ.ณัฐพล จะประกาศว่าศบ.ทก.นี้จะอยู่ไม่นานเพราะต้องการเร่งการแก้ปัญหาให้จบด้วยการเจรจาโดยขอเวลาประมาณ 1 เดือน แต่ก็ใช่ว่าปัญหาจะจบได้ง่ายเพราะกัมพูชา ได้ยื่นศาลโลกในการอ้าง เหนือพื้นที่ 4 จุด ซึ่งเป็นเขตประเทศไทยไปแล้ว

ดังนั้นสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาก็จะยังคงตึงเครียดต่อไปโดยที่กำลังทหารทั้งสองฝ่ายก็ยังคงเผชิญหน้ากันอยู่และอุบัติเหตุใดก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ยิ่งฝั่งกัมพูชาต้องการให้เกิดเรื่องเกิดการสู้รบ เพื่อนำไปเป็นเหตุในการดึงให้ประเทศไทยขึ้นสู่ศาลโลกหลังจากที่ไทยประกาศไม่รับอำนาจศาลโลกก็ตาม

โดยท่าทีของรัฐบาลเช่นนี้ ที่เหมือนยังคงจะรักษาความสัมพันธ์กับทางกัมพูชา และยังคงเกรงใจ รวมถึงการมอบมอบหมายให้ พล.อ.ณัฐพล รับผิดชอบ แนวทางบางประการอาจจะไม่ตรงกับทางกองทัพ จึงทำให้กระแสข่าวความไม่ลงรอยระหว่างกองทัพกับรัฐบาลยังคงอยู่

แม้ว่าก่อนหน้านี้ นางสาวแพทองธาร จะยืนยันว่ากองทัพกับรัฐบาลไม่ได้ตีกัน ไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่ได้มีการพูดคุยหารืออยู่ตลอดว่าตรงไหนทำได้ หรือทำไม่ได้ก็ตาม

แต่การที่ นางสาวแพทองธาร ต้องมีการปรับเปลี่ยนท่าที ต่อผู้นำกัมพูชา หลังการประชุมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพที่บ้านพิษณุโลก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาม จึงมีการแถลงโจมตีผู้นำกัมพูชา นั้น มีกระแสข่าวสะพัดว่าเป็นเพราะ เกรงใจฝ่ายกองทัพ

“การทำงานของรัฐบาลและกองทัพเป็นเอกภาพ ทุกคนคือทีมไทยแลนด์ วันนี้เราไม่ได้ต่อสู้กันเอง เรารู้สึกเหมือนพี่น้องคนไทยทุกคนว่าการรักษาอธิปไตยของชาติ ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน คือ ภารกิจอันสำคัญสูงสุด รัฐบาลจะไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้ง ใส่ร้าย ข่มขู่ วันนี้ถ้าไม่เคารพกติกา ก็จะไม่ได้รับการยอมรับในเวทีโลก” นายกฯ กล่าว

โดยที่ก่อนหน้านี้สมเด็จฮุนเซนแห่งกัมพูชา ระบุว่ารัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมกองทัพ ได้ซึ่งแตกต่างจากกัมพูชาที่สามารถควบคุมได้

ท่ามกลางกระแสข่าว ที่จับตามองไปถึงท่าทีของ พล.อ.พนา ผบ.ทบ. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติมอบหมายให้กองทัพบกรับหน้าที่ในการประเมินสถานการณ์และตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

ดังนั้นจึงต้องจับตามองท่าทีผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยเฉพาะ ผบ.ทบ. เป็นอย่างดี เจอาจจะต้องมีการลดการให้รัฐบาลใช้มาตรการอย่างใดอย่างหนึ่ง หากฝ่ายผู้นำกัมพูชายังคงใส่ร้ายแกล้งและข่มขู่ฝ่ายไทยเช่นนี้ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...