โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อพท.ปั้นชุมชนพิเศษ ตามเทรนด์โตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าปี 68 ดันรายได้แตะ 272 ล้านบาท

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 15.06 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 15.06 น.

อพท.ปั้นชุมชนพิเศษ ตามเทรนด์โตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าปี 68 ดันรายได้แตะ 272 ล้านบาท

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า ตามเป้าหมายของ อพท.มีหน้าที่ช่วยสนับสนุนชุมชนพิเศษที่คัดเลือกขึ้นมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาสู่ความยั่งยืน ในตลอดการดำเนินงานมีชุมชนที่ อพท.เข้าไปช่วยสนับสนุนเพิ่มขึ้นกว่า 144 แห่งที่สร้างรายได้แบบเป็นระบบมากขึ้น มีทั้งพื้นที่พิเศษ และชุมชนปกติที่เข้ามาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อยกระดับชุมชนเพิ่มขึ้นโดยคาดการณ์ว่าทั้งปี 2568 จะสร้างรายได้ในจำนวน 61 ชุมชนใน 9 พื้นที่พิเศษตลอดปี 2568 ไม่น้อยกว่า 272 ล้านบาท หลังในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม) สร้างรายได้สะสมแล้วกว่า 113 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยว 3.5 แสนคน

นายศิริปกรณ์ กล่าวว่า ภาพปัจจุบันของการท่องเที่ยวชุมชน มีเทรนด์บวกมากขึ้น ทำให้รายได้ด้านการท่องเที่ยวของชุมชนจากเทรนด์คนกำลังนิยมท่องเที่ยวมากขึ้น จึงมีรายได้มากขึ้น โดยสัดส่วนรายได้กว่า 70% มาจากการขายแพกเกจกิจกรรมท่องเที่ยว ที่หมายถึงการใช้จ่ายในชุมชนกับชาวบ้านจริงๆ ขณะที่อีก 30% มาจากการขายสินค้าชุมชน ประกอบกับครึ่งปีหลังมีช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ฤดูหนาว อากาศดี ถือเป็นแม่เหล็กดึงดูดการเดินทาง หนุนการเติบโตด้านรายได้แบบเท่าตัวเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก

“แนวโน้มการเติบโตของรายได้ท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่พิเศษดีมาก เพราะแค่ 5 เดือนแรกของปีนี้มีรายได้สะสม 113 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2567 ที่มีรายได้การท่องเที่ยวของ 55 ชุมชนใน 9 พื้นที่พิเศษ อยู่ที่ 114 ล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยว 4.19 แสนคน ซึ่งเติบโตจากปี 2566 ที่มีฐานรายได้การท่องเที่ยวจาก 45 ชุมชนในพื้นที่พิเศษอยู่ที่ 62.5 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 2.47 แสนคน” นายศิริปกรณ์ กล่าว

นายศิริปกรณ์ กล่าวว่า สำหรับการเดินหน้าพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแมนเมด หรือสร้างด้วยมนุษย์ เริ่มต้นที่โครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ซึ่งยืนยันว่าจะสามารถดำเนินการจนสำเร็จแน่นอน แม้เคยเกิดเป็นข้อถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน ทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและนักอนุรักษ์มานานหลายทศวรรษ แต่จากการสอบถามความคิดเห็นล่าสุดพบว่ากว่า 70% เห็นด้วยกับโครงการนี้ ส่วนอีก 20% รู้สึกเฉยๆ กลางๆ และที่เหลืออีก 10% ไม่เห็นด้วย เฉพาะชาวบ้านในจังหวัดเลยส่วนใหญ่แทบจะเห็นด้วย 100% กับโครงการนี้ ที่คาดว่าใช้งบประมาณพัฒนา 1,000 ล้านบาท วางไทม์ไลน์การพัฒนา 30 เดือนนับจากนี้ สามารถเริ่มก่อสร้างได้ในต้นปี 2570 และแล้วเสร็จในปลายปี 2570 รวมถึงเป้าหมายผลักดัน ได้แก่ การพัฒนาถนนสายใหม่ 11 กม. เชื่อมบางเบ้า-สลักเพชร บนเกาะช้าง ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่พิเศษของ อพท. แห่งแรก ทำให้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวโดยชุมชน

“ข้อถกเถียงความห่วงใยในการสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ปรับลดลงเยอะมาก อาทิ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร แม้ยังมีความกังวลอยู่บ้าง แต่ประเด็นข้อห่วงใยที่ถูกหยิบยกขึ้นมาส่วนใหญ่คือ การบริหารจัดการการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพหลังสร้างกระเช้าแล้วเสร็จ ส่วนข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมยังน้อยมาก โดย อพท.มีแผนจะเข้าพบผู้บริหารมูลนิธิฯ เป็นการส่วนตัวในเร็วๆ นี้ เพื่อชี้แจงข้อสงสัยทั้งหมด” นายศิริปกรณ์ กล่าว

นายศิริปกรณ์ กล่าวว่า อพท.จะกำหนดขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง สอดรับกับที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกำหนดไว้ไม่ให้เกิน 5,000 คนต่อวัน นอกจากนี้กระเช้าไฟฟ้าจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการจัดการขยะ ในขณะที่นักท่องเที่ยวผู้พิการสามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้าไปเยี่ยมชมภูกระดึงแบบไปกลับ 1 วันได้ โดยมองเวลาเปิดให้บริการตั้งแต่ 05.00-20.00 น. ขณะที่ค่าโดยสารไป-กลับต้องรอข้อสรุปอีกครั้งว่าจะอยู่ที่กี่บาท แต่ได้ศึกษาค่าโดยสารเทียบเคียงกับกระเช้าลอยฟ้าของแหล่งท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ส่วนใหญ่จัดเก็บที่ราคา 800-1,000 บาทต่อคน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อพท.ปั้นชุมชนพิเศษ ตามเทรนด์โตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าปี 68 ดันรายได้แตะ 272 ล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...