โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ชินวัตร” ถึงทางแยก เมื่อ “แพทองธาร”เพิกเฉย เสียงประชาชนจึงดังขึ้น

สยามรัฐ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 04.55 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 04.50 น.

คลิปเสียงที่มีเนื้อหาการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย กับ สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภากัมพูชา กลายเป็นชนวนระเบิดลูกใหม่ที่สั่นสะเทือนเสถียรภาพของรัฐบาลไทยอย่างรุนแรง

เสียงเรียกร้องจากประชาชน นักวิชาการ และพรรคการเมืองจำนวนมากให้ นายกรัฐมนตรีลาออกหรือยุบสภา เพื่อแสดงความรับผิดชอบกลับถูกเพิกเฉย ขณะเดียวกันก็มีรายงานจากแหล่งข่าวการเมืองว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กำลังพิจารณาถอนตัวจากรัฐบาล หากไม่เปลี่ยนให้นายชัยเกษม นิติศิริ อีกหนึ่งแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยขึ้นมาทำหน้าที่ผู้นำแทน

สถานการณ์ครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่วิกฤตของน.ส.แพทองธารเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็น “บททดสอบใหญ่” ของตระกูลชินวัตร และอนาคตของพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล

“แพทองธาร”ยากไปต่อ

เมื่อน.ส.แพทองธารได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่การเมืองไทยในฐานะ “คนรุ่นใหม่” และ “ผู้นำหญิง” ที่มากับภาพลักษณ์ทันสมัย แต่หลายฝ่ายก็เฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดว่าการเป็น ทายาททางการเมืองของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะทำให้น.ส.แพทองธารเป็นอิสระจากเงาเดิมได้หรือไม่

กรณีคลิปเสียงกับฮุน เซน เป็นหลักฐานที่บั่นทอนความเชื่อนั้นลงทันที เพราะปรากฏการเจรจาลักษณะไม่เป็นทางการที่มีนัยยะทางการทูตและผลประโยชน์ข้ามพรมแดน โดยเฉพาะการใช้สายสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อจัดการเรื่องระดับรัฐต่อรัฐ

พรรคร่วมรัฐบาลเริ่มไหวเอน

หลังพรรคภูมิใจไทยประกาศถอนตัวจัดการร่วมรัฐบาลแล้วนั้น มีรายงานข่าวว่าพรรครวมไทยสร้างชาติได้มีการหารือกันภายในอย่างเคร่งเครียด โดยมีข้อเสนอให้ ถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำภายในระยะเวลาอันใกล้

ท่าทีเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตของรัฐบาล หากพรรคเพื่อไทยยังดึงดันให้นางสาวแพทองธารทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อ ซึ่งอาจนำไปสู่การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจในสภา หรือแม้แต่การเปิดทางให้พรรคอื่นเข้ามาเป็นแกนนำรัฐบาลใหม่ หากเกิดการยุบสภาหรือเปลี่ยนขั้วทางการเมือง

เสียงประชาชนคือคำตัดสิน

แม้ตัวนายกรัฐมนตรีจะออกมายืนยันว่า การสนทนาเป็นไปในฐานะผู้นำประเทศเพื่อผลประโยชน์ร่วม แต่สาธารณชนกลับมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการ “เสียมารยาททางการทูต” และอาจมี “การเจรจาลับ” โดยไม่ผ่านกระบวนการรัฐสภา

เสียงจากโลกโซเชียลเดือดพล่าน แฮชแท็ก #แพทองธารลาออก #คลิปฮุนเซน ติดเทรนด์ต่อเนื่องหลายวัน ขณะเดียวกันภาคประชาสังคมและองค์กรต่าง ๆ ก็เริ่มออกแถลงการณ์กดดันให้มีการ สอบสวนโดยอิสระ และให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบในระดับผู้นำ ไม่ใช่เพียงการแถลงขออภัย

“รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ”สุดเปราะบาง

รัฐบาลผสมชุดนี้มีเสียงสนับสนุนในสภาเพียงเล็กน้อย หากพรรครวมไทยสร้างชาติหรือพรรคอื่น ๆ ถอนตัวแม้เพียงหนึ่งพรรค จะทำให้เสียงข้างมากหลุดมือทันที

ในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นเต็มที่ ราคาพลังงานสูง ประชาชนเดือดร้อน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังอ่อนไหว ความเปราะบางทางการเมืองนี้อาจนำไปสู่

ความไม่มั่นคงในการออกกฎหมายงบประมาณปีถัดไป

การชะงักงันของนโยบายหลัก เช่น โครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล

การสูญเสียความเชื่อมั่นจากองค์กรระหว่างประเทศ

การแทรกแซงของกลุ่มอำนาจนอกระบบเพื่อ "หาทางออก" ทางการเมือง

แพทองธารจะเลือก “ยื้อ” หรือ “ยอม”?

คำถามใหญ่ที่แขวนอยู่กลางเวทีคือ แพทองธารจะอยู่หรือจะไป?

ทางเลือกที่ 1: ยื้ออยู่ต่อ

– ต้องยอมปรับ ครม. และสร้างภาพลักษณ์ใหม่

– เปิดให้พรรคอื่นมีบทบาทมากขึ้น ลดอิทธิพลตระกูล

– เสี่ยงถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเผชิญการถอนตัวของพรรคร่วม

ทางเลือกที่ 2: ลาออกเพื่อรักษารัฐบาล

– พรรคเพื่อไทยอาจเสนอชื่อคนกลางขึ้นแทน

– ลดแรงกดดันทางสังคมและพรรคร่วม

– รักษาเสถียรภาพของรัฐบาลให้เดินหน้าต่อได้

ทางเลือกที่ 3: ยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชน

– เปิดศึกเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด

– เสี่ยงพ่ายให้กับพรรคประชาชนหรือขั้วใหม่

– แต่ได้ความชอบธรรมกลับมาในระยะยาว

ตระกูลชินวัตรในจุดเปลี่ยนอีกครั้ง

นับตั้งแต่ปี 2549 ที่นายทักษิณถูกยึดอำนาจโดยรัฐประหาร ตระกูลชินวัตรต้องเผชิญกับการต่อสู้เพื่อ “กลับเข้าสู่อำนาจ” อย่างต่อเนื่อง แม้จะได้ชัยชนะในหลายสนามเลือกตั้ง แต่ครั้งนี้คือการท้าทายที่ต่างออกไป

เป็นครั้งแรกที่ “ลูกสาว” ต้องรับแรงกดดันทางการเมืองโดยตรง

กระแสต่อต้านไม่ได้มาจากฝ่ายตรงข้ามเพียงฝ่ายเดียว แต่รวมถึง “คนเคยสนับสนุน” ด้วย

ความคาดหวังว่ารัฐบาลเพื่อไทยจะเปลี่ยนแปลงจริง กลับกลายเป็นความผิดหวังจากการคงระบบอุปถัมภ์เดิม

หากตระกูลชินวัตรไม่สามารถจัดการกับวิกฤตนี้ได้อย่างมีวุฒิภาวะและโปร่งใส ภาพลักษณ์ในฐานะ “ผู้นำทางเลือก” อาจถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง

คลิปหลุดที่อาจล้มรัฐบาล

วิกฤตคลิปเสียงไม่ใช่แค่ข่าวซุบซิบการเมือง แต่คือ สัญญาณเตือนภัยของความไร้เสถียรภาพระดับสูง ที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับ ครม., การลาออกของนายกฯ หรือแม้แต่การยุบสภา

การที่นายกรัฐมนตรีเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องของประชาชนและพรรคร่วม เปรียบได้กับการจุดชนวนเวลาให้กับระเบิดทางการเมืองที่นับถอยหลังทุกวินาที

ทางออกเดียวคือ การกล้ายอมรับความจริงและฟังเสียงประชาชน เพราะในระบอบประชาธิปไตย ศรัทธาของประชาชนคือทุนทางการเมืองที่สำคัญที่สุด

#แพทองธารชินวัตร #siamrath #สยามรัฐ #siamrathonline #สยามรัฐออนไลน์ #ข่าววันนี้ #นายกรัฐมนตรี #ไทยกัมพูชา #เพื่อไทย #แพทองธาร#ยุบสภา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...