โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"พิชัย" ชี้ตลาดหุ้นไทยดิ่งหนัก ผลพวงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว-นักลงทุนไม่เชื่อมั่น

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 10.50 น.

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในปัจจุบัน มองว่าเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว เป็นผลทำให้นักลงทุนเองก็ขาดความเชื่อมั่นในการลงทุน

โดยการปรับตัวลดลงของดัชนีตลาดหุ้นไม่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้นที่ลดต่ำลง แต่เป็นไปในทิศทางเดียวกันเกือบทุกประเทศ แน่นอนผลประกอบการของบริษัทที่มันลงมาจากเศรษฐกิจโลกไม่ดี แต่ถ้าใครเข้าใจ และเชื่อว่าจะบริหารได้ดี ในระยะปานกลางและยาวอยู่ได้ ฟื้นได้ นักลงทุนก็ต้องมานั่งคิดใหม่

"นักลงทุนก็ต้องมานั่งคิดใหม่ ว่าหุ้นตัวนั้นๆ มีศักยภาพมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่ซื้อเช้าพอตกบ่ายก็ขายออก อาจจะต้องพิจารณาซื้อมาเก็บไว้ ทยอยเก็บสะสม ในส่วนของกองทุนวายุภักษ์นั้น ส่วนตัวมีความมั่นใจมีการบริหารจัดการที่ดี"

ส่วนมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ผ่านมาถือว่าก็มีออกมาหลากหลายมาตรการ เช่น กฎเกณฑ์ของตลาด ซึ่งดำเนินมาระยะหนึ่งแล้วเพื่อปิดช่องว่างระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และขนาดเล็ก หรือ นักลงทุนไทยและต่างประเทศ หรือในแง่ของการเปิดเผยข้อมูล Naked Short Selling หรือการเอาผิดนักลงทุน กฎหมายต่างๆ ก็ได้ดำเนินการมาแล้ว ซึ่งก็เห็นได้ว่าได้ผล

งบฯ ปี 69 จะผ่านพ้นด้วยดี

นายพิชัย ชุณหวชิร กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการพิจารณางบประมาณปี 69 ที่มีความไม่แน่นอนทางการเมืองในขณะนี้ เชื่อว่า งบประมาณจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เนื่องจากงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญ

ส่วนความคืบหน้าการเจรจากับทางสหรัฐนั้น ขณะนี้ได้ลงนามในชั้นของความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ โดยเชื่อว่าการเจรจาภาษีกับสหรัฐในแต่ละประเทศไม่ได้จบง่าย ต้องใช้ระยะเวลา ส่วนจะต้องขยายเวลาหลังจากจะครบกำหนด 90 วันในการผ่อนผันหรือไม่นั้น การขยายเวลาขึ้นอยู่กับการเจรจาของทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมนั้น รัฐบาลไม่ได้กระตุ้นที่การบริโภคโดยตรง แต่เน้นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งเรื่องน้ำเพื่อการบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม เรื่องการท่องเที่ยว ถนน ความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยว

รวมถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ การแก้ไขกฎระเบียบและกฎหมาย เรื่องการเปิดให้ต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินได้ เป็นต้น ซึ่งทุกอย่างเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง นำไปสู่ความมั่นใจในการลงทุน และสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน แต่สำหรับการกระตุ้นระยะสั้นนั้นจะเกิดในแง่ของการจ้างงานเป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...