โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาเซียนเบอร์ 2 ลองเยี่ยมอาเซียนเบอร์ 1 | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 02.50 น.

บทความพิเศษ | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

อาเซียนเบอร์ 2

ลองเยี่ยมอาเซียนเบอร์ 1

ในช่วงเวลาที่อาเซียนกำลังถูกทดสอบจากแรงปะทะของระเบียบโลกที่สั่นคลอน-สงครามภาษี การเปลี่ยนขั้วอำนาจ และความไร้เสถียรภาพของกลไกระหว่างประเทศ

ผมมีโอกาสเดินทางไปอินโดนีเซีย เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของอาเซียน พบกับสองบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยอินโดนีเซีย

อดีตประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน (SBY) และ ดร.มาร์ตี นาตาเลกาวา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ

บทสนทนานั้นไม่ได้เป็นแค่การย้อนรำลึกถึงอดีต แต่เป็นกระจกที่ทำให้ผมมองเห็นประเทศไทยชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะคำถามสำคัญว่า :

ทำไมประเทศที่ก็เคยปัญหาที่คล้ายๆ ไทย พร้อมปัจจัยที่อาจจะท้าทายมากกว่าเราด้วยซ้ำ กลับลุกได้ไว และเดินหน้าไปได้ไกลกว่าเรา?

ปัญหาสองระดับของไทย

: บนโต๊ะ-ใต้โต๊ะ

ประเทศไทยวันนี้เผชิญกับปัญหาสองระดับที่ต้องรีบแก้ไขเร่งด่วนเฉพาะหน้า :

– บนโต๊ะ – (trade negotiation on the table) วิกฤตการค้าระหว่างประเทศ เช่น สงครามภาษีที่ไทยต้องเผชิญจากการส่งออกไปสหรัฐ และแนวโน้มกีดกันการค้าในหลายอุตสาหกรรม

– ใต้โต๊ะ – (corruption under the table) ระบบราชการรวมศูนย์ อำนาจดุลพินิจสูง และโครงสร้างผูกขาดที่ก่อให้เกิดคอร์รัปชั่นซ้ำซาก

ปัญหาใต้โต๊ะนี้ทำให้ไทยไม่มี “หลังบ้าน” ที่มั่นคงพอ

ไม่มี domestic capability ที่จะเป็นฐานในการวางแผนเจรจาระดับโลก global challenges หรือปรับตัวเชิงยุทธศาสตร์อย่างทันท่วงที

เมื่อมาเยือนอินโดนีเซีย ผมได้บทเรียนจากการพูดคุยกับอดีตผู้นำของเขาดังต่อไปนี้ครับ

President SBY

: นายพลที่ปลดอำนาจตนเอง

อินโดนีเซียเคยผ่านยุคมืดของระบอบซูฮาร์โตที่รวมศูนย์อำนาจเบ็ดเสร็จถึง 32 ปี หลังวิกฤตต้มยำกุ้งปี 1997 ประเทศนี้เกือบจะกลายเป็นรัฐล้มเหลว แต่กลับฟื้นได้เพราะผู้นำที่กล้าสลายอำนาจเก่าเพื่อสร้างระบบใหม่

ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน (SBY) เป็นนายพลผู้เลือกจะ “ลดอำนาจตนเอง” เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่มั่นคง เขาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลายประการ :

– ยุติระบบ Dwifungsi ABRI ตัดบทบาททหารออกจากการเมือง

– กระจายอำนาจ (Decentralisasi) ไปยังท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ

– เสริมความเป็นอิสระให้ศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการปราบปรามคอร์รัปชั่น (KPK)

– วางรากฐานเศรษฐกิจมหภาคใน “ทศวรรษทอง” (Masa Keemasan) ที่ GDP โตเฉลี่ย >5% ต่อปี แม้เผชิญวิกฤตการเงินโลกในปี 2008

เหนือสิ่งอื่นใด SBY แสดงให้เห็นว่า ความมั่นคงของสถาบัน คือพื้นฐานที่ทำให้การต่างประเทศมีทิศทางและความน่าเชื่อถือ

ดร.มาร์ตี

: การต่างประเทศที่มีสมรรถภาพ

ไม่ใช่แค่จุดยืน

ดร.มาร์ตี นาตาเลกาวา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ผู้เป็นสัญลักษณ์ของการทูตแบบมีอุดมการณ์ เป็นเขยของประเทศไทย-โดยสมรสกับบุตรสาวของอาจารย์ศักดิชัย บำรุงพงศ์ นักเขียนระดับตำนาน เจ้าของนามปากกา “เสนีย์ เสาวพงศ์” ผู้เขียน ปีศาจ และ สายสีมา นิยายที่เป็นที่รู้จักของผู้อ่านสายก้าวหน้า และเป็นชื่อที่คุ้นเคยของผู้อ่านสำนักพิมพ์มติชนมายาวนาน

ในเวทีโลก อินโดนีเซียไม่ได้เลือกข้างในมหาอำนาจ แต่เลือก “สร้างสมรรถภาพของตัวเอง” ดร.มาร์ตีเรียกสิ่งนี้ว่า Neutrality as Capability – ความเป็นกลางไม่ใช่ท่าที หากแต่คือขีดความสามารถที่ต้องออกแบบและฝึกฝน

นโยบายนี้ทำให้อินโดนีเซีย :

– เดินสายเชื่อม G20, BRICS และ East Asia Summit ได้อย่างกลมกลืน

– เจรจาการค้ากับสหรัฐ ได้เร็วกว่าประเทศที่ตกเป็นเป้าโดยตรง

– ใช้ยุทธศาสตร์ “เพิ่มการนำเข้า-ลดแรงต้าน” จากวอชิงตัน ควบคู่กับการสร้างพันธมิตรด้านแร่นิกเกิลในโครงการ EV

ตัวเลขไม่โกหก

: อินโดนีเซียมีภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจที่เหนือกว่าไทย

ข้อมูลปี 2024 ชี้ชัดว่า อินโดนีเซียมีฐานะการคลังและเศรษฐกิจที่พร้อมรับแรงกระแทกได้มากกว่าไทย :

ตัวชี้วัด อินโดนีเซีย ไทย

Trade-to-GDP ~41% ~129%

Public Debt-to-GDP ~40% ~62%

GDP Growth (2024) 4.8-5.0% 1.8-2.5%

GDP Size ~$1.4 trillion ~$505 billion

Trade Surplus with U.S. ~$19 billion >$43 billion

สรุปว่าอินโดนีเซียไม่เพียงแต่ใหญ่กว่าไทยถึง 3 เท่า แต่ยังเติบโตเร็วกว่า และมีพื้นที่การคลังมากกว่า ทำให้สามารถเคลื่อนไหวทางนโยบาย และเจรจาทางการค้าได้ไวกว่า ทั้งๆ ที่เขาเดือดร้อนน่าจะน้อยกว่าเรา

ถามกลับมาที่ไทย

: แล้วเราพร้อมแค่ไหน?

เราไม่มีผู้นำที่ยอมลดอำนาจของตนเองเพื่อให้ระบบเติบโต

เราไม่มีนโยบายต่างประเทศที่ใช้ “สมรรถภาพ” มากกว่าท่าที

และเราไม่มีภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจที่จะเจรจาอย่างมั่นใจในโลกที่เต็มไปด้วยแรงเสียดทาน

ขณะที่อินโดนีเซียเรียนรู้จากอดีต สร้างสถาบัน และปลดล็อกการรวมศูนย์

ไทยยังติดอยู่ใน “ทุนนิยมแบบสีเขียวขี้ม้า” khaki capitalism และระบบราชการที่ใช้การไม่ได้ในเวทีโลก

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อาเซียนเบอร์ 2 ลองเยี่ยมอาเซียนเบอร์ 1 | พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...