โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชวนรู้จัก “โรคเตียงดูด” ภาวะ Dysania อาการของคนไม่อยากตื่น เสี่ยงหลายโรค

Khaosod

อัพเดต 01 มี.ค. 2566 เวลา 06.46 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2566 เวลา 04.21 น.

ชวนรู้จัก “โรคเตียงดูด” ภาวะ Dysania อาการของคนไม่อยากตื่น เสี่ยงเกิดหลายโรค หากไม่ลำลัดอาจเกิดอันตรายได้

หลายคนมีปัญหาในการลุกจากเตียงในตอนเช้า สำหรับบางคนอาจดูเหมือนกดปุ่มเลื่อนซ้ำสองสามครั้ง คนอื่นอาจไม่สามารถลุกจากเตียงได้หนึ่งหรือสองชั่วโมงเต็มหลังจากตื่นนอน หากคุณมีช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้ซ้ำ ๆ จริง ๆ คุณอาจมีอาการที่เรียกว่า ภาวะไดซาเนีย (Dysania) เสพติดการนอน หรือที่บางคนเรียกว่า โรคเตียงดูด

แม้ว่าจะไม่ถือเป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์ แต่ คำจำกัดความของอาการไดซาเนีย (Dysania) คือ ภาวะที่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและง่วงนอนมากจนไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงหรือหลายชั่วโมงหลังจากตื่นนอน ซึ่งภาวะนี้อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของคุณในทุกด้านครอบครัว หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และเพื่อน ๆ ของคุณอาจไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงทำงานไม่ได้

ตามรายงาน พบแพทย์ สัญญาณของภาวะเสพติดการนอน คือ ผู้มีอาการเสพติดการนอนมักรู้สึกอยากนอนผิดปกติจนไม่สามารถลุกจากเตียงได้ อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า และงัวเงีย (Sleep Inertia) เมื่อตื่นนอนก็รู้สึกอยากหลับต่อ บางคนอาจมีอาการง่วงนอนมากผิดปกติในตอนกลางวันด้วย ซึ่งคนที่มีภาวะเสพติดการนอนแต่ละคนอาจมีอาการต่างกันขึ้นอยู่กับสาเหตุ

อาการของภาวะเสพติดการนอนอาจใกล้เคียงกับภาวะ Clinomania ที่ทำให้รู้สึกไม่อยากลุกจากเตียง และภาวะ Clinophilia ที่ทำให้ใช้เวลาอยู่บนเตียงนานผิดปกติทั้งในเวลากลางคืนและระหว่างวัน แต่คนที่มีภาวะเสพติดการนอนอาจไม่ได้ใช้เวลานอนหลับนานกว่าคนอื่นเสมอไป

ภาวะ Dysania

ทั้งนี้ ระยะเวลาการนอนปกติของคนทั่วไปจะแตกต่างกันตามช่วงอายุ เช่น เด็กวัยเรียนอายุ 6–13 ปี ใช้นเวลานอนวันละ 9–11 ชั่วโมง วัยรุ่นอายุ 14–17 ปี ใช้เวลานอนวันละ 8–10 ชั่วโมง และผู้ใหญ่อายุ 18–64 ปี ใช้เวลานอนวันละ 7–9 ชั่วโมง หากนอนหลับอย่างเพียงพอตามระยะเวลาแต่ยังรู้สึกอ่อนเพลียมาก และไม่สามารถตื่นมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ

อาการไดซาเนียอาจเป็นอาการของโรคได้หลายโรค ได้แก่ โรคซึมเศร้า, อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง (CFS), โรคไฟโบรมัย อัลเจีย (Fibromyalgia ), ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ, โรคโลหิตจาง,ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์, โรคเบาหวาน, โรคขาอยู่ไม่สุข, โรคหัวใจ, ความเศร้าโศกเสียใจที่เกิดจากการสูญเสีย และความผิดปกติของการนอน

หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาการของคุณอาจแย่ลงได้ หากคุณเป็นโรคซึมเศร้า สิ่งนี้อาจเป็นอันตรายได้เพราะ โรค ทางจิต ที่ไม่ได้รับ การรักษาอาจทำให้คุณมีแนวโน้มที่จะทำร้ายตัวเอง

กิจกรรมน้อยและการนอนหลับมากเกินไปอาจไม่ดีต่อสุขภาพของคุณ ปริมาณการนอนหลับที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่คือ 6 ถึง 8 ชั่วโมงต่อคืน การศึกษาในปี 2014 แสดงให้เห็นว่าผู้ที่นอนหลับนานกว่า 10 ชั่วโมงต่อวันมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคทางจิตเวชและมีดัชนีมวลกาย (BMI) สูงขึ้น

ในปี 2018 บทความที่ตีพิมพ์ใน European Heart Journalนักวิจัยพบความเชื่อมโยงระหว่างการนอนหลับมากกว่าปริมาณที่แนะนำกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองและการเสียชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่นอนหลับมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวันมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 41%

ขอบคุณที่มาจาก พบแพทย์ webmd

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...