โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิวแบบแรนดอมฉบับ ‘นักเรียนทุนอินเดีย’ พีคแต่ก็สนุก ดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์!

Dek-D.com

อัพเดต 28 มี.ค. 2566 เวลา 07.19 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2566 เวลา 06.32 น. • DEK-D.com
รีวิวประสบการณ์เรียนต่ออินเดีย ของ

สวัสดีค่ะชาว Dek-D ถ้าพูดถึง“อินเดีย” ก็นับเป็นอีกประเทศยอดนิยมที่คนไทยเลือกไปเรียนภาษาอังกฤษหรือระดับมหาวิทยาลัย วันนี้เลยขอพาไปทัวร์ประเทศที่หลากหลายและมีเสน่ห์สุดๆ ผ่านเรื่องราวของ“พี่การ์ฟิลด์”นักเรียนทุนรัฐบาลอินเดีย (Indian Council For Cultural Relations Scholarship หรือ ICCR) ที่เพิ่งจบ ป.โท ด้านวารสารศาสตร์ ในเมือง “ปูเณ่” (Pune)

เป็นเมืองมหาวิทยาลัยและมีชาวต่างชาติอยู่เยอะเลยค่ะ~ ในบทสัมภาษณ์นี้คือการพาทัวร์อินเดียแบบ random ผ่านประสบการณ์ของพี่การ์ฟิลด์ ตั้งแต่การสมัครทุน การเรียน บรรยากาศมหาวิทยาลัย และการใช้ชีวิต // เน้นอ่านเพลินๆ ให้นึกภาพออก ถ้าพร้อมแล้ว ลุยกันเลยค่า

Note:อ่านจบอยากปรึกษาตัวต่อตัวกับ 12 รุ่นพี่นักเรียนทุนยอดฮิต รวมถึง "พี่การ์ฟิลด์" ห้ามพลาดงานแฟร์ Dek-D’s Study Abroad Fairครั้งแรกของ Dek-D ในวันที่ 29 เมษายน 2566 ที่ไบเทคบางนา (ฮอลล์ EH98) รายละเอียดท้ายบทความนะคะ :D

Q: ทักทายคุณผู้อ่านจากทางบ้าน

พี่การ์ฟิลด์:สวัสดีครับ ชื่อ “การ์ฟิลด์-ญาณณภัค ตู้วิเชียร” เรียนจบคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจาก ม.ธรรมศาสตร์ หลังจากเรียนจบอยากเบนไปเรียนด้านสื่อสารมวลชนและสนใจการทำหนัง ก็เลยลองหาหลักสูตรที่ใกล้เคียง และเลือกอินเดียเพราะเป็นประเทศที่น่าสนใจครับ สังคมมีความหลากหลายและมีความเป็นตัวเองสูงมากๆ

(อัปเดตข้อมูลทุนอินเดียปีล่าสุด)

Q: ตอนสมัครทุนรัฐบาลอินเดีย (ควร)เลือกมหาวิทยาลัยจากอะไรบ้าง

พี่การ์ฟิลด์:จริงๆ อยากไปHimalayanนะครับ หนาวดี 5555 แต่อาจารย์ในคณะที่จบจากอินเดีย เค้าแนะนำให้เน้นเลือกจาก Ranking มหาวิทยาลัยเป็นหลัก ถ้าเป็นทุน ICCRของปีผมจะยังมีให้เลือก 3 อันดับ แต่เช็กกำหนดการดีๆ นะครับ เพราะปีหลังๆ เหมือนเปลี่ยนเป็น 5 อันดับแล้ว

คณะกับมหาวิทยาลัยที่ผมเลือกมีดังนี้ครับ

  • The School of Arts and Aesthetics, Jawaharlal Nehru University เป็นมหาวิทยาลัยรัฐอันดับต้นๆ ของอินเดีย
  • Mass Communication and Journalism ที่ Savitribai Phule Pune University **ได้การตอบรับและเรียนครับ
  • University Of Mysore (UoM) ได้แรงบันดาลใจจากพี่ที่เป็นเพจลูกสาวคนเดียวก็เรียนจบอินเดียได้(พี่มะปราง) เรียนจบคณะวารสารศาสตร์จากครับ

Note:

  • ทุกมหาวิทยาลัยรัฐของอินเดีย สำนัก ก.พ.รองรับอยู่แล้ว จะไม่มีปัญหาถ้าจบแล้วอยากทำงานราชการ
  • ปกติค่าเทอม ม.รัฐที่อินเดียจะอยู่ราวๆ 2,000-3,000 บาท ส่วนเอกชนประมาณ 15,000 บาท (ทุน ICCR เลือกได้เฉพาะ ม.รัฐ นะครับ)

Q: แชร์โพรไฟล์ช่วงสมัครทุน & คำแนะนำเรื่องเอกสาร

พี่การ์ฟิลด์:

  • ม.ปลายเรียนจบแผนศิลป์-ฝรั่งเศส รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย GPA 3.45 (ปัจจุบันไม่มีแผนนี้แล้ว)
  • ป.ตรีคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
  • ไม่ได้ยื่นคะแนนภาษา แต่ ICCR จะมีให้ทำข้อสอบภาษาอังกฤษที่เป็นข้อสอบกลาง
  • จดหมายรับรอง หรือ Recommendation Letter ผมขอจากอาจารย์มหาวิทยาลัย ป.ตรี และพี่ที่ฝึกงาน
  • ตัวอย่างกิจกรรมที่เคยทำ เช่น ค่ายปรับปรุงห้องสมุดกับติวน้องๆ ตามโรงเรียนที่ชนบท, แข่งตอบปัญหารัฐศาสตร์ตอน ม.ปลาย, แข่งตอบคำถามในรายการนักคิดตะลุยอาเซียน ฯลฯ

*บางโรงเรียนอาจไม่มีหน่วยงานที่แปลเอกสารต่างๆ (เช่น Transcript) เป็นภาษาอังกฤษ เราจะต้องแปลก่อน (หรือจ้างแปลข้างนอก) -> ส่งให้กงสุลรับรองก่อนยื่นสมัครทุนครับ

Q: รีวิวข้อสอบภาษาอังกฤษทุน ICCR

พี่การ์ฟิลด์:ผมว่าใกล้เคียง TOEIC รูปแบบ multiple choices วัดเรื่องคำศัพท์ (Vocab) ไวยากรณ์ (Grammar) และการอ่าน (Reading) เน้นการสื่อสารมากกว่า แต่ข้อสอบพาร์ตที่วัดจริงๆ ผมว่า Essay ปีผมเค้าจะมีหลายๆ หัวข้อมาให้เราเลือกทำ 3 ข้อครับ ผมเลือกเขียนเรื่องความสำคัญของการศึกษา, ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดีย-ไทย และเรื่องบทบาทสตรี

เทคนิคของผมคืออ้างอิงโดยใช้หลัก“PEST” เขียนเชื่อมโยงให้ครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ Political, Economic, Sociology และ Technology

พอผ่านข้อเขียนแล้ว จะมีสัมภาษณ์อีกครับ แต่ปีผมงดเพราะเป็นช่วงโควิดพอดี หลังสอบรอผลยาวๆ ประมาณ 6 เดือน แล้วมหาลัย Pune ก็ตอบกลับมาว่าเราได้เข้าเรียน // เย้!

Q: ไปถึงอินเดียแล้วต้องทำอะไรก่อน

พี่การ์ฟิลด์:ชาวต่างชาติทั้งนักเรียนหรือคนที่เข้ามาทำงานในอินเดียต้องไปลงทะเบียน“FRRO”(Foreigners Registration Office-FRO) ภายใน 15 วันที่มาถึง

  • เอกสารสำคัญๆ ที่ต้องใช้ประกอบการลงทะเบียน เช่น Bona fide, C Form, House of Agreement
  • แนะนำว่าถ้าเป็นการทำเอกสารราชการที่อินเดีย ควรเผื่อเวลาเยอะๆ
  • บางทีเค้าอาจเชิญเราไปที่ FRRO โดยตรง แต่ถ้าโชคดีจะได้รับใบรับรองทางออนไลน์

Q: เด็ก Mass Comm. & Journalism ที่ปูเณ่ เรียนกันยังไงบ้าง

พี่การ์ฟิลด์:เริ่มจากบรรยากาศรวมๆ ก่อนก็คือ Pune เป็นเมืองมหาวิทยาลัยครับ แต่ละคณะที่ Savitribai Phule Pune University จะกระจายไปตามจุดต่างๆ โดยคณะ Communication And Journalism มีตึกของตัวเองแยกออกมาคือ Ranade Institute

ผมได้เรียนออนไลน์ 3 เทอม ตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 2 เทอม 1 ยกตัวอย่างวิชาสื่อสารมวลชน (เรียนทฤษฎีสื่อ) และด้วยความที่ ม.ปูเณ่ เด่นคณะสังคมศาสตร์และรัฐศาสตร์ ผมเลยมีไปลงวิชาชื่อ“Political Communication”สอนเกี่ยวกับแนวคิดทฤษฎีการเมืองต่างๆ เช่น Democracy, Marxist ฯลฯ ิเปิดกว้างให้เราดีเบตกับเพื่อนกับอาจารย์ แสดงความคิดเห็นได้เต็มที่

ถ้าอย่างสาขาที่ผมเรียนจะไม่ค่อยเน้นปฏิบัติ พื้นฐานจากศูนย์ผมว่าก็เรียนได้นะ แต่ที่ต้องเตรียมรับมือคือเขียนเยอะมากกกทั้งการบ้านกับตอนสอบส่วนโปรเจ็กต์จบจะเปิดกว้างครับ เราเลือกได้ว่าจะทำวิจัย, วิทยานิพนธ์, สารคดี, การแปล, พอดแคสต์, แคมเปญการตลาด, เขียนเว็บ ฯลฯ // ตอนนั้นผมทำรายการสัมภาษณ์นักเรียนในต่างแดน ชื่อ“Funreigner Talk”ลองไปดูเล่นๆ กันได้นะครับ 555

ส่องหลักสูตร เรียนอะไรบ้าง?

Q: กำแพงภาษา ข้ามไปยังไงดี?

พี่การ์ฟิลด์:ในคลาสส่วนใหญ่จะเป็นคนอินเดีย ยกเว้นนักเรียนทุนที่เป็นชาวต่างชาติ เช่น เพื่อนจากบังคลาเทศ ศรีลังกา มอริเชียส ฯลฯ ในการเรียนปกติจะเป็นภาษาอังกฤษนะครับ แต่บางตอนอาจารย์กับเพื่อนจะหลุดพูดภาษามราฐี (मराठी) ซึ่งเป็นภาษาถิ่นที่ใช้พูดกันในมหาราษฏระ เราอาจจะงงๆ แล้วต้องมาตามทีหลัง

ผมจะไม่ค่อยชินกับสำเนียงอังกฤษแบบอินเดียเท่าไหร่ ช่วงแรกๆ ต้องปรับตัวเยอะ ตอนนั้นเลยไปลง ELTIS ของที่ Symbiosisแนะนำเผื่อใครอยากปูพื้นฐานก่อนเรียนมหาวิทยาลัยครับ อาจารย์ฟังง่ายสอนง่ายดี มีตั้งแต่คอร์สระยะสั้น 4 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี เงื่อนไขคือต้องจบ ม.6 ก่อนถึงจะสมัครได้

พูดถึง Symbiosisเคยเป็นวิทยาลัยในสังกัดของปูเณ่แล้วแยกออกมาเป็น ม.เอกชน คณะดังคือ BBA ครับ ผมจะชอบไปทำกิจกรรมบ่อยๆ เช่น International Sport Day, Food Festival หรือ วันเกิดมหาวิทยาลัย ฯลฯ (เอาจริงๆ อยากแนะนำ ม.เอกชนของอินเดียเหมือนกัน แต่ทุนรัฐบาล ICCR จะไม่ครอบคลุม)

Q: ชวนรีวิวอินเดียแบบไปทั่ว

แต่ละวันเจอบรรยากาศแบบไหนบ้าง

พี่การ์ฟิลด์:

  • ผมว่าปูเณ่เป็นเมือง Slow-life ผู้คนไม่ได้เร่งรีบ ไม่ค่อยมีบรรยากาศของการแก่งแย่งแข่งขันอะไรกันมาก (ถ้า Mumbai จะอีกอารมณ์นึง) คิดว่าตอบโจทย์กับคนที่อยากลองเริ่มมาอยู่อินเดีย

  • เมืองนี้น่าจะเหมาะคนชอบเที่ยวแนวธรรมชาติด้วยนะ มีป้อมปราการให้ปีนหลายที่ เช่น Baner hill, Panchavati Hill, Parvati Hill (ปีนเขาที่อินเดียสนุก แต่อย่าไปหน้าฝนนะครับ อันตรายมาก!!) และอีกแลนมาร์กฮิตๆ คือวัดพระพิฆเนศสาขาปูเณ่ “Shreemant Dagdusheth Halwai Ganpati Mandir” ถ้าแปลเป็นไทยก็คือพระพิฆเนศปางมหาเศรษฐี ดั๊กดูเศรษฐ์

  • แหล่งชอปปิงในเมือง คือ "FC Road”ตั้งอยู่ติดกับ Fergusson College ของปูเณ่

  • ถ้าจะหาหนังสือภาษาอังกฤษ ร้านข้างทางที่ขายละเล่มละ 100-200 รูปีจะเป็นแบบผิดลิขสิทธิ์ ผมแนะนำว่าให้ซื้อของถูกลิขสิทธิ์ดีกว่า ที่นั่นจะมีร้านหนังสือดังๆ ชื่อ Crosswordราคาประมาณเล่มละ 300+ กว่ารูปี

  • ใครเป็นสายวรรณกรรม มี Bloomsbury Publishingเป็นสำนักพิมพ์อังกฤษที่มาเปิดสาขาในอินเดีย โดยจะตีพิมพ์ทั้งนิยายแปลและนิยายในประเทศ เขียนโดยคนอินเดีย ขายราคาคนอินเดีย และขายที่ประเทศอินเดียเท่านั้นครับ(Published only India)

  • คนนิยมแชร์อาหารกัน แต่ผมกินยาก แล้วดันไม่กินอาหารอินเดียด้วย (แนะนำคนไทยให้พกผงปรุงรสติดตัวไปด้วย) โชคดีจะมีตัวเลือกอาหารอื่นๆ เช่น ข้าวผัดไก่บะหมี่เสฉวน, Chicken Lollipop ฯลฯ หรือจะซื้อวัตถุดิบแถวตลาดมาทำอาหารเองก็ได้

  • ผมเคยโดนหมากัดในอินเดียด้วยนะ! ปกติผมจะชอบวิ่งจ็อกกิงช่วงเย็น มีวันนึงเจอหมา Golden น่ารักดี เลยเดินไปลูบหัวเล่นด้วย อยู่ดีๆ น้องแยกเขี้ยว เห่า แล้วกัด ผมต้องพยุงร่างตัวเองไปหาพี่คนไทยที่อยู่ในหอเดียวกัน แล้วเดินกลับหอไปทำแผล คนก็แนะนำให้รีบไปเย็บแผลครับ // เหตุการณ์นี้ทำให้รู้ว่าระบบสาธารณสุขของอินเดียจะต่างกับเรา เช่น เราต้องซื้อยาก่อน แล้วไปให้หมอที่โรงพยาบาลฉีดให้

  • คนอินเดียใจดีเป็นกันเองมากๆ ชอบช่วยเหลือ แต่ต้องระวังบางกรณี อย่างเช่นขอทาน ถ้าเราให้เงินคนนึง อาจโดนขอทานคนอื่นๆ วิ่งตามเป็นขบวนก็ได้

Q: ที่มาของการเปิดเพจ “ขอให้โชคดีมีชัยในอินเดีย”

พี่การ์ฟิลด์:เริ่มจากตอนอยู่สนามบินก่อนไปอินเดีย ผมก็มีโพสต์ลงเฟซ แล้วคนมาคอมเมนต์อวยพรกันเยอะครับ หนึ่งในนั้นคือมีคนบอกว่า“ขอให้โชคดีมีชัย” ผมเลย reply ต่อว่า “ในโลกแฟนตาซี”(เพราะจำได้ว่าใน Netflix มีอนิเมะเรื่อง Konosuba ชื่อไทยคือ ขอให้โชคดีมีชัยในโลกแฟนตาซี!) สรุปก็เอามาตั้งเป็นชื่อเพจเลยครับ 555

และเหตุผลที่มาเปิดเพจเพราะเมื่อก่อนผมชอบไปโพสต์ตามกรุ๊ปคนที่ส่งลูกไปเรียนอินเดียอยู่แล้ว จนอยากเปิดเพจเอง คุมคาแรกเตอร์ให้มีความกวนแบบวัยรุ่น และวันดีคืนดีก็เกิดอยากมีสาระขึ้นมา ถ้าใครอยากสอบถามเรื่องทุน inbox มาที่เพจผมได้ครับ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - -

You're Invited!

พูดคุยกับ "พี่การ์ฟิลด์" ได้ที่งานแฟร์ต่อนอก
พิกัดไบเทคบางนา 29 เม.ย.66 นี้!

ขอเชิญทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งในงาน Dek-D’s Study Abroad Fairครั้งแรกของพวกเราในวันที่ 29 เมษายน 2566 ที่ไบเทคบางนา (ฮอลล์ EH98) เข้าร่วมฟรี!

  • ภายในงานพบกับเอเจนซีชั้นนำมากมาย จากหลากประเทศ หลายสาขาวิชา พร้อมช่วยเหลือเรื่องเรียนต่อตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้น ทั้งเรื่องเอกสาร สมัครเรียนให้ จัดแจงวีซ่า จองที่พัก และความพร้อมด้านต่างๆ ให้บินไปเรียนแบบ Perfect Planning!
  • โปรแกรมบริการ และฐานกิจกรรมมากมาย เพื่อช่วยวางแผนการสมัครเรียนต่อต่างประเทศ
  • โต๊ะปรึกษา 1:1 กับรุ่นพี่นักเรียนไทยที่ได้ทุนสุดฮิต 12 คน ทั้งทุนรัฐบาลเกาหลี, ทุน EGPP (ม.สตรีอีฮวา), ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น, ทุนรัฐบาลจีน, ทุนรัฐบาลไต้หวัน, ทุนรัฐบาลอินเดีย, ทุนรัฐบาลไทย, ทุน ERASMUS+, ทุน Franco-Thai ฯลฯ เล็งทุนไหนไว้ หรืออยากค้นหาประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ห้ามพลาด!

ที่สำคัญคืองานนี้จัดพร้อมกับ Dek-D’s TCAS Fair เท่ากับว่ามาครั้งเดียวจะได้ค้นหาตัวเองและหลักสูตรที่ตอบโจทย์ ซึ่งอาจจะเป็นในไทยหรือต่างประเทศก็ได้ // สะกิดชวนเพื่อนหรือผู้ปกครองด่วนๆ เลยค่าา~

เว็บไซต์งานแฟร์ต่อนอก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...