โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่อง “ค่าแรงขั้นต่ำ” ตลอด 50 ปี ปี 2516-2566 ปรับขึ้นมาแล้วเท่าไร?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 เม.ย. 2566 เวลา 16.13 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2566 เวลา 01.30 น.

หากย้อนกลับไปเมื่อ 50 ปีก่อน ในปี 2516 นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยเริ่มมีการกำหนด "ค่าแรงขั้นต่ำ" เป็นครั้งแรก คณะปฏิวัติในขณะนั้นได้มอบอำนาจให้กระทรวงมหาดไทย กำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการค่าจ้างขึ้นมา ซึ่งเป็นองค์กรไตรภาคี มีการแต่งตั้งผู้แทนจากฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างอย่างน้อยฝ่ายละ 3 คน ซึ่งเมื่อรวมประธานและกรรมการอื่นจะต้องมีไม่น้อยกว่า 9 คน แต่ไม่เกิน 15 คนนั้น

ซึ่งคณะกรรมการในขณะนั้นได้พิจารณาข้อเท็จจริงต่าง ๆ ถึงอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ในตอนนั้น เพื่อให้ลูกจ้างสามารถเลี้ยงดูตัวเองและสมาชิกในครอบครัวได้อีก 2 คน โดยนำไปเปรียบเทียบกับงานในลักษณะเดัยวกัน สภาพทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ทั้งค่าครองชีพ ราคาสินค้า ต้นทุนการผลิต และความสามารถของธุรกิจแล้ว จึงกำหนดให้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำแตกต่างกันไปตามพื้นที่ต่าง ๆ

  • ไทยกำหนด "ค่าจ้างขั้นต่ำ" ครั้งแรก 12 บาท/วัน ในปี 2516

14 กุมภาพันธ์ 2516 ได้ประกาศกำหนด "ค่าแรงขั้นต่ำ" เป็นฉบับแรก โดยกำหนดอัตราแรงขั้นต่ำไว้ที่ 12 บาท หรือเดือนละ 312 บาทสําหรับลูกจ้างรายเดือน เบื้องต้นครอบคลุมพื้นที่เพียง 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี และมีผลบังคับใช้เมื่อ 17 เมษายน 2516 ระยะเวลาผ่านไปราว 8 เดือนเศษ ได้มีการประกาศฉบับใหม่เป็นฉบับที่ 2 ขยับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในพื้นที่เดิมเป็น 16 บาท

หลังจากนั้นผ่านไปราวครึ่งปี 14 มิถุนายน 2517 ประกาศฉบับที่ 3 เริ่มบังคับใช้ กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ 20 บาท พร้อมกับการขยายพื้นที่เพิ่มเติมอีก 2 จังหวัด คือ สมุทรสาคร และนครปฐม ภายในปีเดียวกันนั้นมีการขยายการกำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำไปสู่พื้นที่อื่นของประเทศไทย โดยแบ่งเป็น 3 เขตหลักๆ แต่มีอัตราค่าจ้างที่แตกต่างกันไป สำหรับจังหวัดภาคกลาง ภาคใต้ และ 4 จังหวัด คือ อุดรธานี นครราชสีมา ขอนแก่น และอุบลราชธานี อยู่ที่ 18 บาท ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 16 บาท และต้นปี 2518 ขยับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้ 6 จังหวัด (กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และนครปฐม) อีกครั้งเป็น 25 บาท

นั่นเท่ากับช่วงระยะเวลาราว 2 ปี ตั้งแต่ปี 2516-2518 มีการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างสูงสุด 13 บาท

  • รัฐบาลเริ่มนำ "นโยบายแรงงาน" เข้าแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 3

และห่างหายไปอีกราว 2 ปี ในช่วงเวลาดังกล่าวรัฐบาลไทยได้บรรจุนโยบายแรงงานในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับ 3 ต่อมามีการออก พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ขึ้นมา ซึ่งมีการกล่าวถึงข้อตกลงเกี่ยวสภาพการจ้างงาน การระงับข้อพิพาทแรงงาน การนัดหยุดงาน คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ คณะกรรมการลูกจ้าง สมาคมนายจ้าง สหภาพแรงงาน สหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์ลูกจ้าง การกระทำอันไม่เป็นธรรม และบทลงโทษเกี่ยวกับแรงงานสัมพันธ์

หลังจากนั้นมีการปรับแก้กฎกระทรวงใหม่ ประเด็นสำคัญอยู่ที่การปรับแก้การพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำนั้นให้ครอบคลุมเพียงค่าใช้จ่ายของลูกจ้างเพียงคนเดียวเท่านั้น จากเดิมที่รวมถึงสมาชิกในครอบครัวด้วยอีก 2 คน

หลังจากนั้นช่วงเดือนตุลาคม 2520 ได้บังคับใช้ประกาศฉบับที่ 6 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ 25 บาท ในพื้นที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และนครปฐม ขณะที่จังหวัดภาคกลางและภาคใต้อยู่ที่ 21 บาท ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำหนดไว้ที่ 19 บาท

ตลอดระยะเวลา 14 ปีต่อจากนั้น ตั้งแต่ปี 2520-2533 มีการออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและบังคับใช้ทั้งหมด 12 ฉบับ

จนกระทั่งปี 2534 ค่าจ้างขั้นต่ำแตะตัวเลขสามหลักเป็นครั้งแรก ได้มีการออกประกาศกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับกับกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำฉบับที่ 19 ซึ่งอัตราสูงสุดอยู่ที่ 100 บาท สำหรับพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และภูเก็ต และ 93 บาทในพื้นที่ระนองและพังงา 88 บาทสำหรับพื้นที่สระบุรี ชลบุรี นครราชสีมา และเชียงใหม่ และอัตราต่ำที่สุดอยู่ที่ 82 บาทในพื้นที่ 60 จังหวัดที่เหลือ

  • วิกฤติเศรษฐกิจ 2540 ปรับครั้งใหญ่

ขณะที่ในช่วงปี 2540 ที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้อธิบายไว้ว่า ช่วงเวลานั้นเกิดการว่างงานอย่างมาก กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมมองว่าการกำหนดค่าจ้างเช่นเดิมในช่วงเวลานั้นไม่เหมาะสม จึงมีการแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงกฎหมายขึ้นมา โดยมีนายประสงค์ รณะนันท์ รองปลัดกระทรวงฯ นั่งเป็นประธานกรรมการ ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด คือ คณะกรรมการค่าจ้างกลาง ทำหน้าที่กำหนดอัตราค่าจ่างขั้นต่ำพื้นฐานของประเทศ และอัตราค่าจ่างขั้นต่ำของกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย และคณะกรรมการค่าจ้างอีกระดับหนึ่งเป็นระดับจังหวัดที่เสนออัตราค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละจังหวัด

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ มีการกระจายการกำหนดค่าจ้างลงสู่ระดับจังหวัด เมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 2 อัตรา ซึ่งพิจารณาจากปัจจัย 9 ประการ ทั้งดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ ราคาของสินค้า มาตรฐานการครองชีพ ต้นทุนการผลิต ความสามารถของธุรกิจ ผลิตภาพแรงงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวม และสภาพเศรษฐกิจและสังคม โดยอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ได้แก่

1.อัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน คือ อัตราค่าจ้างต่ำสุด ซึ่งกำหนดคณะกรรมการค่าจ้าง ซึ่งเป็นองค์กรไตรภาคี มีผู้แทน 15 คน ปลัดกระทรวงนั่งเป็นประธาน มีผู้แทนฝ่ายรัฐบาล 4 คน ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง 5 คน และผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง 5 คน หากผู้ประกอบการที่จ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตรานี้จะถือว่าผิดกฎหมาย

2.อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ คือ อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่คณะอนุกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด (มีทั้งหมดไม่เกิน 15 คน ผู้ว่าราชการจังหวัดนั่งเป็นประธานอนุกรรมการ) เป็นผู้เสนอให้กับคณะกรรมการค่าจ้างกลาง ซึ่งจะไม่น้อยไปกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน

ขณะที่ปี 2551 แม้จะมีการบังคับใช้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ 144-194 ที่มีการประกาศเมือช่วงปลายปี 2550 ไปแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ที่ประชุมคณะกรรมการจ้างขั้นต่ำได้ประชุมอีกครั้งในไตรมาส 2 เห็นชอบให้มีการปรับขึ้นอีกครั้ง จากราคาสินค้าและค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วงเวลานั้นอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 5.0% เทียบกับไตรมาส 1 ของปี 2550 ที่ประมาณ 2.4% เท่านั้น

ส่งผลให้ 1 มิถุนายน 2551 อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กำหนดของไทยขึ้นเป็นสูงสุดที่ 203 บาท ในพื้นที่กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร และลดหลั่นตามพื้นที่ต่าง ๆ และต่ำสุดที่ 148 บาท คือ จังหวัดชัยภูมิ ขณะที่ในช่วงปี 2551-2555 มีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • ค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท จากนโยบายพรรคการเมือง

และหนึ่งในประเด็นที่หลายคนพูดถึงกันอย่างมากกับนโยบายพรรคการเมืองที่ได้หาเสียงไว้ "ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท" และมีการนำมาสู่การปรับใช้จริงในปี 2555 นั่นคือยุคของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เริ่มแรก 1 เมษายน 2555 นำร่องเพียง 7 จังหวัด ภูเก็ต กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม ต่อมา 1 มกราคม 2556 มีการปรับขึ้นอีก 70 จังหวัดทั่วประเทศ

ซึ่งโดยรวมแล้วค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 39.46% นับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยช่วงปี 2544-2554 อัตราการเพิ่มขึ้นอยู่ที่เพียง 1.97% เท่านั้น

แต่ช่วงเวลาดังกล่าวมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและคัดค้านประเด็นการปรับขึ้นเป็น 300 บาท/วัน ในวารสารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ระบุถึงความคิดเห็นที่หลากหลาย เช่น ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล อดีต

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าาการกระทรวงการคลัง ระบุว่าการปรับขึ้นนั้น ผู้ประกอบการรายใหญ่สามารถรับได้ แต่จะกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจขนาดกลางและย่อยทั่วประเทศที่มีกว่า 2 ล้านราย

ด้านนายประกิจ ชินอมรพงศ์ นายกสมาคมโรงแรมไทยในขณะนั้น มองว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโรงแรมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะระดับ 2-3 ดาว เนื่องจากค่าจากอยู่ที่ 195 บาท/วันเท่านั้น

ขณะที่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกลุ ประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่กล่าวในต้นเดือนสิงหาคม 2554 สนับสนุนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ และไม่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางรายได้จนนำไปสู่ความขัดแย้งทางสังคม เช่นเดียวกับนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล รองประธานคณะกรรมการบริหารการเงินและกรรมการการลงทุน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เห็นด้วยกับการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ โดยอธิบายว่าในปี 2540-2553 ค่าแรงเพิ่มขึ้น 1.31 เท่า แต่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 1.4 เท่า เท่ากับว่าค่าแรงขั้นต่ำนั้นเพิ่มขึ้นไม่ทันกับราคาสินค้า ระบุว่าที่ผ่านมาแรงงานเสียเปรียบมาก

ขณะเดียวกันศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจธนาคารทหารไทยตั้งสมมติฐานไว้ว่า จากการปรับค่าแรงขั้นต่ำนั้นจะทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับเพิ่มขึ้น อัตราเงินหมวดอาหารจะเพิ่มอีก 4.0% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะเพิ่มเป็น 2.3%

  • เปิดค่าแรงขั้นต่ำจนถึงปี 2565

หลังจากปี 2556 ไม่มีการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอีกสักพักใหญ่ จนกระทั่งปี 2560 ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการปรับขึ้นเป็น 300-310 บาท และในปี 2561 เป็นครั้งแรกที่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของ 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และภูเก็ต ปรับขึ้นที่ 330 บาท แซงหน้ากรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑลอื่นที่ 325 บาท

ถัดมาอีก 2 ปี ได้เพิ่มให้ชลบุรีและภูเก็ตขึ้นเป็น 336 บาท รองลงมา 335 บาท คือ จังหวัดระยอง ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอีก 5 จังหวัดอยู่ที่ 331 บาท

อย่างไรก็ตามในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์นั้น ได้มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีกครั้ง โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2565 อยู่ที่ 328-354 บาท/วัน สูงสุดยังคงเป็นจังหวัดชลบุรี ระยอง และภูเก็ต

[สรุป] การกำหนดอัตรา "ค่าจ้างขั้นต่ำ" ตั้งแต่ปี 2516-2565 มีการออกประกาศทั้งหมด 50 ฉบับ ได้แก่

  • ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำและการบังคับใช้ (ตั้งแต่ 2516 - 2536) จำนวน 22 ฉบับ
  • ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำและการบังคับใช้ (ตั้งแต่ พ.ศ. 2537 - 2541) จำนวน 6 ฉบับ
  • ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541) จำนวน 3 ฉบั
  • ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541) จำนวน 8 ฉบับ
  • ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2551) จำนวน 8 ฉบับ
  • ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2560) จำนวน 3 ฉบับ

ที่มา : http://nlrc.mol.go.th/data/doc/SI47018/003SI47018.pdf

https://www.mol.go.th/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3

https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/58493

https://tdri.or.th/wp-content/uploads/2014/04/wb101.pdf

https://www.boi.go.th/upload/content/9%20BOI_Sep54-Lowres.pdf

http://social.nesdc.go.th/social/Portals/0/Documents/%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%20300%20%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%20%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B9%88_147.pdf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...