โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

พ่อนิสิตปี 1 หวังคนต่อยลูกชายพูดความจริงให้หมด ต้นเหตุทำร้ายจนตาย มน.เตรียมเยียวยา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 มี.ค. 2566 เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2566 เวลา 10.18 น.
ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปะวัฒนธรรม ม.นเรศวร

ม.นเรศวร เตรียมเยียวยานิสิตปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ถูกเพื่อนชกเสียชีวิต พ่อเศร้า ลูกบอกไปเลี้ยงฉลองสอบเสร็จกับเพื่อนๆ ทราบอีกทีเสียชีวิตแล้ว ยอมรับสงสัยในคำให้การของคู่กรณีหลายจุด ไม่เชื่อว่าลงมือคนเดียว ขอให้ผู้ก่อเหตุพูดความจริงทั้งหมด

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่โลกโซเชียลโพสต์ข้อความร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกชาย ซึ่งเป็น นิสิตชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) ถูกนิสิตร่วมสถาบันต่อยใบหน้า 2 ครั้ง จนชักและเสียชีวิต ญาติติดใจ อยากให้ผู้ก่อเหตุพูดความจริงให้หมด

นายสุพัฒ อายุ 48 ปี ชาว อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พ่อผู้เสียชีวิต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ลูกชายคนเล็กคือ นายพิชิตพงษ์ หรือ น้องมอด หรือ น้องหมอก อายุ 20 ปี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ เสียชีวิต โดยทราบเรื่องจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อช่วงประมาณตี 4 วันที่ 28 มีนาคม ว่าลูกชายถูกส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลอาการสาหัส ให้รีบเดินทางจาก จ.กำแพงเพชร ไปที่โรงพยาบาล แต่ยังเดินทางไปไม่ถึงก็ได้รับแจ้งว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว

นายสุพัฒเล่าว่า จึงรีบเดินทางไปดูร่างลูกชาย พบว่าบริเวณใบหน้าบวมช้ำ จึงสอบถามคนที่นำตัวส่งโรงพยาบาลว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกถึงเสียชีวิต ทราบเพียงว่าลูกไปเลี้ยงฉลองกับกลุ่มเพื่อนที่สอบเสร็จและมีปัญหากับ นาย ก. นิสิตปี 1 มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่คนละคณะ จนทราบว่ามีเพื่อนจะพาลูกชายตนไปส่งหอพัก ซึ่งอยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนกลับพาลูกชายไปส่งที่หอพักของนาย ก. จากนั้นเพื่อนคนนั้นก็ไม่รู้ไปไหน จนสุดท้ายมาทราบว่านาย ก. ต่อยลูกชายที่ใบหน้าทั้งๆ ที่ลูกชายนอนไม่ได้สติอยู่ และไม่ยอมพาส่งโรงพยาบาลตั้งแต่แรกที่ลูกชายชัก จนสุดท้ายลูกชายเสียชีวิต

“เสียใจมาก อยากรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่ปักใจเชื่อว่านาย ก.จะลงมือคนเดียว ถึงแม้นาย ก.จะอ้างว่าลูกไปด่านาย ก.ก่อน แต่ถ้าด่ากันก็ไม่น่าถึงขั้นต้องลงมือทำร้ายกันจนตาย อยากให้พูดความจริงให้หมด” พ่อผู้เสียชีวิตกล่าว

ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปะวัฒนธรรม ม.นเรศวร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า หลังจากทราบเรื่องนิสิตเสียชีวิต มหาวิทยาลัยได้ประสานกับทุกฝ่ายแล้ว ทั้งตำรวจ ผู้ปกครอง และกลุ่มนิสิตที่อยู่ในเกิดเหตุ เหตุการณ์นี้มหาวิทยาลัย คณะครู อาจารย์ทุกท่านเสียใจมาก ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เลย เพราะนั่นหมายความว่าน้องคนหนึ่งได้เสียชีวิต และอีก 1 คนต้องเสียอนาคต นับเป็นการสูญเสียที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย

ดร.จรัสดาวกล่าวว่า ได้ประสานไปยังครอบครัวนิสิตที่เสียชีวิตและชี้แจงเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือจากกองทุนสวัสดิภาพนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเงินเยียวยาจะอยู่ที่ 75,000 บาท สำหรับการเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม และจะไปร่วมฟังสวดพระอภิธรรมที่ จ.กำแพงเพชร วันศุกร์นี้

ดร.จรัสดาวกล่าวว่า ส่วนกฎระเบียบการลงโทษทางวินัย ทราบว่ามีผู้อยู่ในที่เกิดเหตุ 4 คน รวมผู้เสียชีวิต และผู้ก่อเหตุด้วย มหาวิทยาลัยตั้งคณะกรรมการสอบสวนพยานที่เหลือว่าเกิดอะไรขึ้น และจะเข้าข่ายความผิดใดบ้างต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผู้กำกับ สภ.เมืองพิษณุโลก ให้ข้อมูลว่า ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจหลังรับแจ้งความช่วงเช้าวันที่ 28 มีนาคมได้มีการสอบปากคำพยานที่เกิดเหตุ วิทยาการไปเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ ส่งตัวผู้ก่อเหตุและผู้เกี่ยวข้องไปตรวจร่างกายแล้ว ขณะที่ผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย

พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาและได้นำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดพิษณุโลก โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นเยาวชนและเป็นบุคคลที่ไม่เคยก่อเหตุมาก่อน หลังจากนี้ทราบว่าจะเดินทางเข้าไปพร้อมครอบครัว เพื่อขอขมาร่างเพื่อนที่เสียชีวิตและครอบครัวต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...