โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไปแล้วไปลับ อย่ากลับมาอีกนะ: สำนวนสาปส่ง

The Momentum

อัพเดต 27 มี.ค. 2566 เวลา 06.25 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. 2566 เวลา 16.22 น. • อธิพงษ์ อมรวงศ์ปีติ

การลาจากเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิต เราอาจเคยต้องบอกลาคนรู้จักเมื่อชีวิตนำพาไปกันคนละทาง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูงที่ต่างย้ายกันไปคนละโรงเรียนเมื่อเรียนจบชั้นการศึกษา ป้าร้านข้าวแถวบ้านที่ตัดสินใจปิดร้านไปพักผ่อนอยู่บ้าน หรือญาติผู้ใหญ่ที่จากโลกนี้ไปไวกว่าที่ควร หรือบางครั้งก็เราต้องบอกลาสิ่งที่เป็นนามธรรมกว่านั้น เช่น โอกาส หรือ ความหนุ่มสาว เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แม้หลายคนจะเชื่อมโยงการจากลากับความสูญเสียและความเศร้าเป็นสิ่งแรกๆ แต่อันที่จริงแล้ว การจากลาบางครั้งก็เป็นเรื่องดี เพราะในชีวิตของเราย่อมต้องมีคนที่เราอยากลาขาดหรือสิ่งที่เราต้องการกำจัดออกไปจากชีวิต

เนื่องในโอกาสที่เราเพิ่งได้อำลารัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สัปดาห์นี้ Word Odysseyจะขอพาไปดูสำนวนต่างๆ ในภาษาอังกฤษที่เรานำมาใช้ได้เวลาต้องการบอกลาคนแบบสาปส่ง

Good riddance – ไปได้เสียก็ดี

ทนเห็นหน้ามาตั้งเกือบ 9 ปี

ขับก็ไม่ไป ไล่ก็ไม่ขยับ

เอือมจนไม่รู้จะเอือมยังไง

ในที่สุดก็ไปๆ ได้เสียที

ดีใจจนอยากปิดซอยเลี้ยง

คำว่า riddance หมายถึง การกำจัด (มาจากคำว่า rid ที่แปลว่า กำจัด) ดังนั้น สำนวนนี้จึงหมายถึง การที่คนคนนี้จากไปถือเป็นการกำจัดมนุษย์ที่ไม่พึงประสงค์ออกไปจากชีวิต พูดง่ายๆ ก็คือ ไปๆ ได้ก็ดีแล้ว

Don’t darken my doorway again – อย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีก

อยู่กินกันมาตั้งนานปี

มีลูกเต้ากันก็หลายคน

หาเศษหาเลยกับคนอื่นว่าแย่แล้ว

นี่ถึงขนาดพาเปิดตัวออกงาน

ไม่ให้เกียรติกันแบบนี้

ถึงเวลาแยกทางกันแล้ว

ก็อย่ากลับมาแวะเวียนกลับมาให้เห็นหน้าอีกเลย

เวลาเราไปหาใครและยืนรอหน้าบ้านเขา แน่นอนว่าเงาของเราก็ย่อมต้องทอดลงบนช่องประตูตรงนั้น ดังนั้น สำนวนนี้ ซึ่งอาจแปลตรงตัวทื่อๆ ได้ว่า อย่าเอาเงาของเธอมาทอดที่ช่องประตูบ้านฉันอีก จึงหมายถึง อย่าได้แวะเวียนกลับมาให้เห็นหน้าอีก นั่นเอง

Don’t let the door hit you on the way out – ไปแล้วก็ไปให้ลับล่ะ

คนจะไปก็ต้องไป

แต่ตอนเดินจากไปก็รีบๆ หน่อยล่ะ

อย่าลังเลรีรอพิรี้พิไร

เดี๋ยวประตูกระแทกใส่ก้นนะจ๊ะ

แม้ความหมายตรงตัวอาจทำให้เข้าใจว่าคนพูดแสดงความห่วงใย แต่จริงๆ แล้วสำนวนนี้ใช้ในเชิงเสียดสี คือเสแสร้งว่าห่วงใย แต่จริงๆ แล้วต้องการสื่อว่าคนพูดไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรที่เราจะจากไป ดีไม่ดีดีใจด้วย

Glad to see the back of you – ดีใจที่เธอหันหลังจากไป

หากคุณลูกค้าจะเรื่องมากเหวี่ยงวีนขนาดนี้

ขอเปลี่ยนมอตโต้จาก:

ท่านมาเยือน เราดีใจ

ท่านจากไป เราคิดถึง

เป็น: ท่านมาเยือน เราดีใจ

ท่านจากไป เราดีใจกว่า

ใครที่เสพสื่ออเมริกันเป็นหลักอาจไม่เคยได้ยินสำนวนนี้ เพราะใช้กันแต่ในประเทศอังกฤษ แปลตรงตัวได้ว่า ดีใจที่ได้เห็นด้านหลังของเธอ ซึ่งแน่นอนว่าในที่นี้หมายถึงตอนที่คนที่ว่านี้หันหลังเพื่อเดินจากไปนั่นเอง สำนวนนี้จึงมีความหมายว่า ดีใจที่ไปๆ ได้เสียที

See you never – ลาแล้วลาลับ

เมื่อที่ทำงานจัดงานอำลาให้กับเพื่อนร่วมงานจากนรก

ที่นอกจากจะทำงานไม่เอาไหน

ทำให้เพื่อนร่วมงานต้องมาตามกวาดตามเช็ดแล้ว

ยังชอบเอาหน้าและนินทาเพื่อนร่วมงานลับหลัง

คุณจึงเดินเข้าไปบอกว่า

ดีใจด้วยนะจริงๆ ที่เธอจะได้ไปจากที่นี่แล้ว

ไปแล้วก็อย่ากลับมาอีกล่ะ

สำนวนนี้เป็นสำนวนที่ล้อกับ See you later. แต่แทนที่จะบอกว่ารอไว้พบกันใหม่ กลับเป็นการบอกว่าอย่ามาเจอกันอีกเลย

บรรณานุกรม

http://oed.com/

Ammer, Christine. The American Heritage Dictionary of Idioms: American English Idiomatic Expressions & Phrases. 2nded. Houghton Mifflin Harcourt: Boston, 2013.

American Heritage Dictionary of the English Language

Longman Dictionary of Contemporary English

Longman Idioms Dictionary. Pearson: Essex, 2010.

Merriam-Webster Dictionary

Oxford Advanced Learners’ Dictionary

Oxford Idioms Dictionary for Learners of English. OUP: New York, 2006.

Shorter Oxford English Dictionary

Speake, Jennifer. Oxford Dictionary of Proverbs. Oxford University Press: Oxford, 2008.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...