สมาคมประกันชีวิตไทย แนะทำประกันชีวิต-บำนาญ-สุขภาพบริหารภาษีช่วงปลายปี
สมาคมประกันชีวิตไทย ชวนประชาชนวางแผนลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านประกันชีวิต ประกันบำนาญ นำเบี้ยประกันรับสิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาท ขณะที่ประกันสุขภาพลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท
นายพิชา สิริโยธิน ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนภาษีช่วงปลายปี สมาคมประกันชีวิตไทย แนะนำว่า อีกหนึ่งเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการบริหารความเสี่ยงด้านการเงินที่มีทั้งความคุ้มครองชีวิต การออมเงินและบริหารค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลกับแบบประกันชีวิต แบบประกันบำนาญ และประกันสุขภาพ โดยในส่วนของเบี้ยประกันชีวิตที่มีระยะเวลาความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป หากมีการจ่ายเงินคืนระหว่างสัญญา เงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี เบี้ยประกันชีวิตจะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท
ขณะเดียวกัน หากมีการทำประกันสุขภาพ ยังสามารถนำเบี้ยประกันภัยสุขภาพตามจำนวนที่จ่ายจริงมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุด 25,000 บาท แต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
ส่วนประกันชีวิตแบบบำนาญสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 200,000 บาท โดยต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป สามารถใช้สิทธิลดหย่อนประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุด 300,000 บาท
โดยเงินจำนวนนี้เมื่อนำไปรวมกับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.) กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เมื่อรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกิน 500,000 บาท
นอกจากนี้ ในส่วนของประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้และคู่สมรส ยังสามารถนำไปหักค่าลดหย่อนเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาทได้ด้วย
ทั้งนี้ บิดามารดาของผู้มีเงินได้และคู่สมรสต้องไม่มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เกิน 30,000 บาทต่อปี โดยเงื่อนไขการหักลดหย่อนภาษีจะต้องเป็นไปตามประกาศกรมสรรพากร
นายพิชา แนะนำเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้เอาประกันภัยที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไปแล้ว หากมีการยกเลิกหรือเวนคืนกรมธรรม์ที่ใช้ลดหย่อนภาษีก่อนเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด จะถือว่าไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ผู้เอาประกันภัยจะต้องเสียภาษีเงินได้เพิ่มเติมของปีภาษีที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นเบี้ยประกันชีวิตไปแล้ว รวมถึงเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของเงินภาษีที่ต้องจ่ายให้กับกรมสรรพากร
“ที่สำคัญสำหรับประชาชนตัดสินใจทำประกันชีวิต ประกันบำนาญ และประกันสุขภาพ โปรดอย่าลืมแจ้งความประสงค์ในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตไปยังบริษัทประกันชีวิต เพื่อเป็นการแสดงความยินยอม (consent) ให้บริษัทนำส่งข้อมูลการชำระเบี้ยประกันชีวิตให้กับกรมสรรพากรตามแนวทางที่กรมสรรพากรกำหนด มิเช่นนั้นผู้เอาประกันภัยจะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตฉบับนั้นได้”