โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดร้านทอง รวยจริงไหม ? ทำไมห้างทองใหญ่ ขายทอง 10,000 บาท กำไรแค่ 1 บาท ?

Stock2morrow

อัพเดต 30 ก.ย 2567 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2567 เวลา 10.30 น. • Stock2morrow
เปิดร้านทอง รวยจริงไหม ? ทำไมห้างทองใหญ่ ขายทอง 10,000 บาท กำไรแค่ 1 บาท ?

เปิดร้านทอง รวยจริงไหม ? ทำไมห้างทองใหญ่ ขายทอง 10,000 บาท กำไรแค่ 1 บาท ?

การเปิดร้านทอง เป็นธุรกิจที่หลายคนให้ความสนใจ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงและมีความต้องการในตลาดอยู่เสมอ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าการเปิดร้านทองนั้นรวยจริงหรือไม่?

หลายคนมักคิดว่าการเปิดร้านขายทองนั้นมักจะกักตุนทองคำในช่วงราคาถูกมาขายในช่วงราคาแพง แต่รู้หรือไม่ว่านั่นเป็นความคิดที่ถูกเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น เพราะโมเดลธุรกิจร้านทองส่วนใหญ่มักเกิดจาก “ค่าธรรมเนียม” การซื้อขายทองคำ จนเรียกได้ว่าขายทอง 10,000 บาท อาจจะได้กำไรเพียง 1 บาทเท่านั้น

วันนี้ Stock2morrow จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจร้านทองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปพร้อม ๆ กัน

[1 Action = 2,000 บาท ?]

ตามการประเมินรายได้ของร้านขายทองในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทย่อย ๆ ได้แก่

- การรับซื้อ

- การแลกเปลี่ยน

- การขายออก

- การจำนำ

โดยการรับซื้อทองคำจะมีค่าใช้จ่ายแฝงจากร้านทอง โดยเปรียบเสมือนกับมูลค่าทองคำจะหายไปประมาณ 5% จากราคาทองคำปัจจุบันหรือมูลค่าประมาณ 2,000 บาท (อ้างอิงจากราคาทองคำปัจจุบัน)

การขายออก ร้านค้าจะเก็บค่ากำเหน็จและค่าบล็อกซึ่งเป็นค่าแรงช่างทองสำหรับการนำทองคำมาแปรรูปเป็นเครื่องประดับต่าง ๆ โดยจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 - 2,000 บาทต่อทอง 1 บาท

การแลกเปลี่ยนจะเปรียบเสมือนการขายออกและรับซื้อในเวลาเดียวกัน ทำให้ผู้ที่ต้องการแลกเปลี่ยนทองคำจะโดนค่าใช้จ่ายทั้งหมด 2 ทาง หรือประมาณ 4,000 บาท

หรือเรียกง่าย ๆ ว่าหากทำ 1 Action จะเสียเงินอยู่ประมาณ 2,000 บาทนั่นเอง

การจำนำทองคำ ร้านทองมักเก็บดอกเบี้ยจากการนำทองคำมาฝากไว้กับร้าน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 0.25% - 1.25% ต่อเดือน หรือทองมูลค่า 40,000 บาทจะอยู่ที่ 500 บาทต่อเดือน (ทั้งนี้อยู่ที่อัตราดอกเบี้ยตามที่ร้านรับจำนำกำหนด)

[ทำไมร้านต้องเก็บค่ากำเหน็จและค่าบล็อก ?]

สิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการแปรรูปทองคำและผลิตทองคำรูปพรรณให้ถูกใจผู้บริโภคที่ไม่ต้องการเก็บทองคำในรูปแบบของทองคำแท่ง ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้ประสบการณ์ในการทำงานที่สูงและใช้กระบวนการทำงานที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะงาน ทำให้ร้านทองส่วนใหญ่มักจะเก็บค่ากำเหน็จและค่าบล็อกสำหรับการซื้อขายทองคำที่ต่ำกว่า 5 บาท (หรือต่ำกว่า 200,000 บาท)

[เปิดรายได้ร้านทอง ปี 2566]

บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัซ จำกัด

รายได้ 1,346,026,277,055 บาท (+2.75%YoY)

กำไรสุทธิ 289,243,741 บาท (+22%YoY)

อัตรารายได้ต่อกำไร เท่ากับ 0.02%

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

รายได้ 1,066,715,064,620 บาท (+44.35%YoY)

กำไรสุทธิ 72,606,160 บาท (+0.43%YoY)

อัตรารายได้ต่อกำไร เท่ากับ 0.006%

บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด

รายได้ 683,493,288,449 บาท (+10.76%YoY)

กำไรสุทธิ 54,205,613 บาท (+54.87%YoY)

อัตรารายได้ต่อกำไร เท่ากับ 0.008%

หรือเรียกได้ว่าขายของได้ 10,000 บาท ได้กำไรเพียง 1-2 บาทเท่านั้น

[ทำไมกำไรน้อย ?]

แม้ว่าร้านทองจะแฝงค่าใช้จ่ายเช่นค่ากำเหน็จและค่าบล็อกมาแล้ว แต่อย่าลืมว่าร้านทองก็มีคู่แข่งจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถที่จะ “โก่ง” ราคามากกว่าร้านอื่น ๆ ได้เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ร้านเราขายแพงกว่าร้านอื่นนั่นก็หมายความว่าเราก็จะสูญเสียลูกค้าของเราไปให้กับร้านอื่น ๆ นั่นเอง

1 Action = 2,000 บาท ไม่ได้หมายความว่าร้านทองจะได้ “กำไร” 2,000 บาท แต่หมายถึงได้รายได้ 2,000 บาท โดยส่วนใหญ่แล้วภายในรายได้มักมีต้นทุนอยู่ประมาณ 60 - 70% ซึ่งเรียกได้ว่าได้เงินมา 2,000 บาท กำไรจริง ๆ อาจจะเหลือเพียง 600 - 800 บาทเท่านั้น

หลายคนมักคิดว่าร้านทองมักตุนทองคำในช่วงราคาถูกและนำมาขายในช่วงราคาแพง แต่อย่าลืมว่าในช่วงทองแพงคนก็มักจะไม่ซื้อทองคำกันแต่จะแห่ขายทองคำกันเป็นจำนวนมาก และมักจะไปซื้อในช่วงทองคำถูก ๆ มากกว่า

สิ่งนี้ทำให้ร้านทองเปรียบเสมือนร้านที่เก็บ “ค่าธรรมเนียม” การซื้อขายทองคำมากกว่าการเก็งกำไรจากการตุนทองคำมาขายในช่วงทองแพงมากกว่า ซึ่งจะเห็นได้จากอัตรากำไรต่อรายได้เฉลี่ยที่ 0.01% ของราคาทองคำนั่นเอง

นั่นทำให้กำไรต่อรายได้ของร้านทองส่วนใหญ่มักน้อยจาก 2 ปัจจัย ได้แก่

- ความผันผวนของราคาทองคำ : ผู้ซื้อขายทองคำสามารถซื้อขายทองคำเมื่อไหร่ก็ได้ ทำให้ร้านทองจะได้รายได้เข้าร้านก็ต่อเมื่อมีคนเข้ามาซื้อขายทองคำกันอย่างต่อเนื่อง มากกว่าซื้อทองถูกขายทองคำแพง

- ค่าใช้จ่ายสูง : การเปิดร้านทองต้องเจอกับ Fixed Cost มากมายไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ-ค่าไฟ ค่าพนักงาน หรือบางรายอาจต้องเผชิญหน้ากับดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับการนำเงินมาหมุนเวียนในร้านทองอีกด้วย

ไม่ว่าคุณจะเปิดร้านทองคำ หรือธุรกิจอะไรก็ตามที่สำคัญคือการหมุนเวียนเงินและความน่าเชื่อถือของร้านของคุณเป็นอย่างไร ถ้าหมุนเงินได้ดี ธุรกิจก็ไปต่อได้ยาว ๆ แต่ถ้าเกิดชะงักขึ้นมา ก็อาจทำให้ธุรกิจสะดุดไปง่าย ๆ

#Stock2morrow #สื่อและสังคมของนักลงทุน #Gold #ร้านทอง #ทองคำ #ราคาทองคำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...