ไฟไหม้ถ้ำเจ้าราม ต่อสายยางขึ้นเขาสูง200เมตรลากเข้าไปในถ้ำอีกร้อยเมตร ทุลักทุเล กว่าจะดับได้
มูลค้างคาวทำปฏิกิริยาไฟไหม้ถ้ำเจ้าราม ต่อสายยางขึ้นเขาสูง200เมตรลากเข้าไปในถ้ำอีกร้อยเมตร ทุลักทุเล เสี่ยงแก๊สพิษ
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายปรยุษณ์ ไวว่อง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) กล่าวว่า กรณีเกิดเหตุไฟไหม้ภายในถ้ำพระราม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา คราวนี้นับเป็นการเกิดเหตุครั้งที่ 3 โดยเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าถ้ำเจ้ารามตรวจพบควันไฟลอยออกมาทางปล่องแสงเหนือถ้ำ ในช่วงสายของวันเดียวกัน ชุดสายตรวจได้พยายามเข้าตรวจสอบแต่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ เนื่องจากมีควันหนาแน่นปกคลุมบริเวณปากถ้ำ จึงต้องถอนกำลังออกมาเพื่อความปลอดภัย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม ร่วมกับศูนย์กู้ภัยจังหวัดพิษณุโลก ได้เข้าสำรวจพื้นที่และพบจุดไฟไหม้ 4-5 จุด มีรัศมีประมาณ 1-3 เมตร ในบริเวณจุดเดิมที่เคยเกิดเหตุ
และล่าสุด สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ได้ประชุมวางแผนการดับไฟภายในถ้ำพระราม ณ หน่วยพิทักษ์ป่า (ชั่วคราว) ถ้ำพระราม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยนายเทิดทูน ทองอิ่น หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติรามคำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย หัวหน้าส่วนควบคุมไฟป่าถ้ำเจ้าราม นายอำเภอบ้านด่านลานหอย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัยและพิษณุโลก หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
การเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติการครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากเทศบาลตำบลตลิ่งชันในการนำรถไถมาปรับปรุงเส้นทางเข้า-ออกบริเวณทางขึ้นถ้ำพระราม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลกได้สนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็น ได้แก่ หน้ากากกันก๊าซพิษ ถังออกซิเจน พร้อมทั้งจัดการอบรมการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ให้แก่เจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มปฏิบัติการดับไฟภายในวันที่ 31 ตุลาคม เน้นความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ และจะมีการรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ไฟไหม้มา 3 วันแล้ว สาเหตุที่เกิดคาดว่าเนื่องจากภายในถ้ำมีขี้ค้างคาวจำนวนมาก ความร้อนและแก๊สภายในถ้ำอาจจะทำให้เกิดปฏิกิริยาสันดาป จนไฟไหม้ ซึ่งการเข้าไปดับนั้นทำค่อนข้างยาก เพราะถ้ำนั้นสูงประมาณ 200 เมตร การเข้าไปดับไฟต้องใช้ความระมัดระวังและวางแผนอย่างดีก่อนเข้าไป
“วันนี้ได้โทรไปถามความคืบหน้า ได้รับรายงานว่าไฟเริ่มเบาบางลงแล้ว เข้าพื้นที่ได้แล้ว โดยด้านล่างจะมีรถน้ำใส่น้ำประมาณพันลิตร แล้วต่อสายยางยาว 200 เมตรขึ้นไปบนถ้ำ โดยจุดที่เกิดไฟนั้นอยู่ในถ้ำที่ต้องลากสายยางเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร ซึ่งสถานการณ์ไฟที่มอดลงไปมากแล้ว คาดว่าวันนี้น่าจะดับไฟได้หมด อย่างไรก็ตาม สำหรับการออกหากินของค้างคาวยังปกติ คงออกหากินตามเวลาเดิม” นายอรรถพลกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไฟไหม้ถ้ำเจ้าราม ต่อสายยางขึ้นเขาสูง200เมตรลากเข้าไปในถ้ำอีกร้อยเมตร ทุลักทุเล กว่าจะดับได้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th