วิโรจน์ โพสต์รัว อัดผู้ว่าธปท. ไม่แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. พรรคประชาชน โพสต์เฟสบุ๊ก "Wiroj Lakkhanaadisorn - วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" ระบุว่า [ ธปท. ไม่เปิดเผยรายงานการประชุม กรช. แล้วประชาชนจะรู้ถึงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างไร
ผมได้ทำหนังสือไปยัง ธปท. เพื่อขอรายงานการประชุมคณะกรรมการระบบการชำระเงิน (กรช.) เพื่อติดตามว่า ธปท.
1) มีมาตรการในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างไร มีกำหนดการแล้วเสร็จเมื่อใด
2) มีความตระหนักถึงความทุกข์ร้อนของประชาชนที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกจนหลายคนสิ้นเนื้อประดาตัว ผู้สูงอายุสูญเงินออมที่เก็บมาทั้งชีวิตจนหมดอาลัยตายอยาก ครอบครัวที่ล่มสลายมีหนี้สินล้นพ้นตัว และคนที่ตัดสินใจจบชีวิตฆ่าตัวตาย หรือไม่
3) มีความตระหนักถึงความเร่งด่วนของการแก้ไขปัญหานี้มากเพียงไร
แต่ปรากฎว่า ธปท. อ้างมาตรา 74 ของ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ยอมเปิดเผยรายงานการประชุม
ไม่เปิดเผย ก็ไม่เป็นไร แต่การแก้ไขล่าช้า ไม่ใส่ใจในชีวิตของประชาชน นายเศรษฐพุฒิ ในฐานะที่เป็นผู้ว่า ธปท. จะชี้แจง และออกมารับผิดชอบกับประชาชนอย่างไร
ถ้านายเศรษฐพุฒิใส่ใจกับความมั่งคั่งของคน ตระหนักถึงความเป็นอยู่ของระดับครัวเรือน เหมือนกับที่ไปปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "ท้องถิ่นที่สากล: อนาคตประเทศไทย Globally Competitive Localism: Future of Thailand" และไม่ลืมคำพูดของตนเอง ที่เคยพูดเอาไว้ว่า "หน้าที่ของคนแบงก์ชาติ "ถูกจ้างมาเพื่อกังวลแทนคนอื่น" (Ref: https://www.thaipbs.or.th/news/content/339698) วันนี้ในฐานะผู้ว่า ธปท. ก็ควรหันมาใส่ใจกับการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้แล้ว
????เร่งออกมาตรการการหน่วงเงิน หรือมาตรการอื่นใดในการเพิ่มระดับความปลอดภัยของระบบการชำระเงินได้แล้ว อย่ามัวแต่เกรงใจบริษัทเอกชนผู้ให้บริการการโอนชำระเงิน
????เร่งออกมาตรการในการกำหนดความรับผิดของธนาคารพาณิชย์ที่ได้สัดส่วน โดยไม่ปล่อยให้เจ้าของบัญชีรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
ทั้งสองมาตรการนีั นายเศรษฐพุฒิ จะทำกี่โมง ช่วยตอบประชาชนด้วย
ก่อนหน้านี้นายวิโรจน์ โพสต์ว่า [ ถ้าผู้ว่า ธปท. สนใจความเป็นอยู่ของคน สนใจเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนจริง ท่านต้องใส่ใจที่จะแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์มากกว่านี้ เร็วกว่านี้ ]
การที่นายเศรษฐพุฒิ จะไปปาฐกถาพิเศษ เกี่ยวกับแนวคิด ในเรื่องรายได้ครัวเรือน และการเติบโตของ GDP ในหัวข้อ "ท้องถิ่นที่สากล: อนาคตประเทศไทย Globally Competitive Localism: Future of Thailand" ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นหน้าที่หลักของเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือเลขาสภาพัฒน์ฯ ก็คงไม่มีใครว่า เพราะเป็นสิทธิของนายเศรษฐพุฒิในฐานะนักเศรษฐศาสตร์อยู่แล้ว
แต่นายเศรษฐพุฒิ ควรหันกลับมาทำหน้าที่ของตัวเอง ในฐานะผู้ว่า ธปท. ในการปกป้องบัญชีเงินฝาก และความปลอดภัยของการโอนเงิน ของประชาชน เพื่อให้เงินในบัญชีของประชาชนปลอดภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วย
หน้าที่คนอื่น ท่านจะไปพูดเสริม ผมไม่ว่า แต่ท่านต้องไม่ลืมที่จะหันกลับมารับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง
โดยโพสต์แรกของ นายวิโรจน์ ระบุว่า [ ทั้งๆ ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างไปหลอกดูดเงินประชาชน แต่นายเศรษฐพุฒิ ผู้ว่า ธปท. ทำได้แค่โพสต์ Facebook เตือนประชาชน เท่านี้หรือครับ
และแล้วก็มาถึงยุคที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ตกต่ำที่สุด ตกต่ำชนาดที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กล้าที่จะแอบอ้างแบ๊งค์ชาติ มาหลอกให้ประชาชนโอนเงิน ในขณะที่นายเศรษฐพุฒิ ผู้ว่า ธปท. ทำได้แค่สั่งการให้ ธปท. โพสต์ Facebook เตือนประชาชน เท่านั้น
ต้องตั้งคำถามกับนายเศรษฐพุฒิว่าในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการระบบการชำระเงิน(กรช.)และประธานคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ที่ต้องทำหน้าที่ Regulator
1.เมื่อไหร่ ธปท. จะออกประกาศมาตรการหน่วงการโอนเงิน เพื่อลดความสูญเสียของเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งๆ ที่คุณก็รู้ดีว่า เหยื่อจำนวนมากมักจะรู้ตัวทันทีเมื่อถูกหลอก แต่ด้วยระบบการโอนเงินที่เป็นแบบ Real Time จึงทำให้แก้ไขอะไรไม่ได้ การหน่วงการโอนเงินเป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยมีระยะเวลาหน่วง ขึ้นอยู่กับมูลค่ายอดเงินโอน (โดยคำนึงให้ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมการค้าการขายของประชาชน) จึงเป็นมาตรการที่มีประสิทธิผลอย่างมาก ในการช่วยเหลือเหยื่อได้อย่างทันท่วงที ทำไม ธปท. จึงไม่ยอมเร่งออกมาตรการดังกล่าวนี้ หรือมาตรการอื่นที่มีวัตถุประสงค์เดียวกัน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการชำระเงินของประชาชน หรือว่าเกรงใจบริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจการโอนชำระเงินระหว่างธนาคาร
2. เมื่อไหร่ ธปท. จะกำหนดความรับผิดชอบของ ธ.พาณิชย์ เพื่อปกป้องบัญชีเงินฝากของประชาชน ทั้งๆ ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ 6233/2564 คำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ผบ 468/2566 (แม้จะเป็นกรณีบัตรเครดิต แต่ก็สามารถนำมาเทียบเคียงได้) เป็นบรรทัดฐานแล้ว และนายเศรษฐพุฒิ ก็ทราบดีว่า ประเทศที่ตกเป็นเหยื่อ ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือประเทศที่ธนาคารพาณิชย์มีระดับความรับผิดชอบที่ต่ำ ประชาชน ได้รับการชดเชยเยียวยาในระดับที่น้อยกว่าที่ควรจะเป็น เพราะถ้าธนาคารพาณิชย์ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ก็จะไม่มีแรงจูงใจในการปรับปรุงระบบ Security ในการปกป้องบัญชีของประชาชน
ถ้าถึงขั้นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตกต่ำขนาดที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เอาไปแอบอ้างหลอกเงินประชาชน แล้วนายเศรษฐพุฒิ ยังไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทำได้แค่โพสต์ Facebook เตือนประชาชน นายเศรษฐพุฒิ ก็ควรพิจารณาตัวเองได้แล้ว
Ref: https://www.facebook.com/share/p/g6xwmZVqtVnVBpGv/?mibextid=oFDknk