มวลชน ยืนคัดค้านยุบ "ก้าวไกล" 112 วินาที
กลุ่มโมกข์หลวงริมน้ำ นัดรวมตัว ยืนคัดค้านยุบ "ก้าวไกล" 112 วินาที
วันที่ 7 ส.ค. 2567 เวลา 18.00 น. ที่ สกายวอล์ค แยกปทุมวัน กลุ่มโมกข์หลวงริมน้ำนัดมวลชนทำกิจกรรมคัดค้านการยุบพรรคก้าวไกล หลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยสั่งยุบพรรคก้าวไกล
ทั้งนี้ ได้มีการนำป้ายผ้ามาทตังค์ให้ประชาชนที่ผ่านไปมาได้เขียนแสดงความคิดเห็น “คุณรู้สึกอย่างไร? ที่พรรคก้าวไกลถูกยุบ” โดยมีประชาชนมาร่วมเขียนแสดงความคิดเห็น อาทิ ยุบอีกก็เลือกอีกอย่าพึ่งหมดกำลังใจนะ, ก้าวไกลล้มล้างการปกครอง❌ ศาลล้มล้างประชาธิปไตย✅
นายอภิสิทธิ์ ฉวานนท์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า เรามารวมตัวกันวันนี้เพื่อที่จะคัดค้าน ซึ่งเป็นเหตุการณ์เดียวกันกับเมื่อปี 2563 ที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ โดยเราเล็งเห็นว่านิสิตนักศึกษาเองเป็นกำลังที่พอจะทำอะไรได้ในช่วงวันเวลาที่เราคิดว่าไม่น่าจะมีใคร Take Action กับสิ่งนี้มากเท่ากับขบวนการก่อนหน้านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนี้หลังพรรคก้าวไกลถูกยุบ ด้วยข้อหาล้มล้างการปกครอง พวกเรานิสิตนักศึกษาไม่เห็นด้วย กลับการที่ศาลตัดสินในสิ่งที่พรรคก้าวไกลทำ แต่เรามองว่าพรรคก้าวไกลทำในสิ่งที่ถูกต้องตามกระบวนการรัฐสภา ใช้สิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อแก้ไขข้อกฎหมายให้เป็นธรรมมากขึ้น ไม่ได้เป็นการล้มล้างการปกครองเหมือนที่ศาลกล่าวอ้าง
สิ่งที่เราทำในวันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก แต่เราหวังว่าจะทำให้ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ เหรอผู้มีอำนาจในประเทศนี้ได้เห็นว่าประชาชนไม่อยู่เฉย คนรุ่นใหม่ไม่อยู่เฉย เรายังมีอยู่ ยังคงเชื่อและออกมา เหมือนกับที่เคยออกมาเมื่อตอนปี 2563
ทางด้านของตัวแทนกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ ได้อ่านแถลงการณ์ระบุว่า ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองถูกสั่งยุบไปแล้วร่วม 110 พรรค ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหลายฉบับ ด้วยหลากหลายข้อกล่าวหา อาทิ การไปรวมกับพรรคการเมืองอื่น การไม่ส่งรายงานใช้จ่ายเงินสนับสนุน จนถึงการเกี่ยวข้องกับการล้มล้างระบอบการปกครอง ทำให้พรรคการเมืองและนักการเมืองจำนวนมาก โดยเฉพาะพรรคการเมืองในกลุ่มที่ถูกนิยามว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ต้องถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบเลิกและเพิกถอนเป็นสิทธิทางการเมือง เป็นการพระความฝันและดับซึ่งความหวังของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ได้ฝากไว้กับพรรคและนักการเมืองเหล่านั้น
ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงควรสนับสนุน ส่งเสริมการรวมกลุ่มของประชาชน การยุบพรรคการเมืองต้องเป็นทางเลือกสุดท้าย และไม่ควรถูกยุบจากองค์กรอิสระที่มิได้มีอะไรยึดโยงกับประชาชน หากพรรคการเมืองจะดับศูนย์ก็ต้องสูญหายไปด้วยน้ำมือของประชาชน โดยการตัดสินใจไม่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้กับพรรคนั้นๆ การกระทำของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ คือการละเมิดเจตจำนงของประชาชนรวมกว่า 14,000,000 เสียงที่ได้ลงคะแนนให้ความไว้วางใจกับพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา
“การเป็นนิติรัฐ” ย่อมไม่หมายความเพียงว่ารัฐต้องผูกพันกับกฎหมาย หากแต่การกระทำของรัฐต้องมีความชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังหมายถึงวัตถุประสงค์ในการจำกัดอำนาจรัฐและผู้ปกครองในประเทศโดยกฎหมาย ซึ่งก็คือเพื่อไม่ให้กระทำการตามอำเภอใจ หากแต่ใน 20 ปีที่ผ่านมา แทนที่จะเป็นที่พึ่งในการพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชนและองค์กรที่ตรวจสอบและจำกัดอำนาจผู้ปกครองตามหลักนิติรัฐ ศาลรัฐธรรมนูญกลับกลายเป็นเครื่องมือในการขยายขอบเขตของอำนาจรัฐและสถานะของผู้ปกครองในระบบยุติธรรม
แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมจึงขอยืนยันว่าการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาย่อมเป็นสิ่งที่กระทำได้ตามระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา และประณามการตัดสินใจที่จะยุบพรรคก้าวไกลโดยศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ว่าเป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้และเป็นการขัดต่อหลักนิติรัฐและหลักการประชาธิปไตยที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ยิ่งไปกว่านั้นแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมขอยืนยัน ว่า ทุกการกระทำที่ชนชั้นนำไทยใช้ในการตอบโต้ความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง ตั้งแต่การบิดเบื่อนการเลือกตั้ง การทำรัฐประหาร รวมจนถึงการยุบพรรคอย่างที่เห็นกันในวันนี้ เป็นการที่มิใช่ มิควร และมิเคยเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย โดยบรรดาประเทศที่นิยามตัวเองว่ามีระบบการปกครองในรูปแบบประชาธิปไตย
“การยุบพรรคครั้งนี้ต้องเป็นครั้งสุดท้าย”