โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การกลับมาของออฟฟิศให้เช่า สร้างโอกาสลงทุน

TODAY Bizview

อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2567 เวลา 11.29 น. • workpointTODAY

อีพีก่อนหน้านี้ เราพูดถึงกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund)กองทุนที่ได้ชื่อว่ามีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี แถมความผันผวนของราคายังต่ำกว่าหุ้นทั่วไปในตลาดแล้ว

แต่นอกจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ในตลาดทุนก็ยังมี กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund)และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REIT)ที่มีลักษณะการลงทุนที่คล้ายกันด้วย

วันนี้ TODAY Bizview จะมาต่อยอดมุมมองการลงทุนกลุ่มกองทุนนี้ โดยหยิบ 2กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มออฟฟิศให้เช่า กับโอกาสการสร้างผลตอบแทนการลงทุนจากค่าเช่า หลังจากที่เห็นว่าสังคมออฟฟิศเริ่มกลับมาอีกครั้ง วันนี้จะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักไปพร้อมๆ กัน

[ รู้จัก CPNCG กองทุนอสังหาฯ จากกลุ่มเซ็นทรัล ]

กองทุนแรกคือ CPNCG หรือ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุนแบบสิทธิการเช่ากับอาคารสำนักงานของกลุ่มเซ็นทรัล นั่นคือ อาคารสำนักงานเซ็นทรัลเวิลด์ ออฟฟิศเศส อาคารสำนักงานย่านใจกลางเมืองย่านปทุมวัน และเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นที่รู้จักระดับประเทศ

CPNCG มีรายได้หลักจากค่าเช่าพื้นที่ภายในอาคารสำนักงาน โดยมีบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์และผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งกองทุนนี้มีประวัติจ่ายปันผล (ไม่รวมเงินลดทุน) ค่อนข้างดี เนื่องจากอาคารมีอัตราการเช่าที่ค่อนข้างสูง และผู้เช่าส่วนมากล้วนเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่น่าเชื่อถือ ทำให้กองทุนมีรายได้ที่ค่อนข้างมั่นคง และหากมองย้อนหลังกลับไป 3 ปี (2564-2566) จะพบว่ากองทุนมีอัตราผลตอบแทนขั้นต้นที่ 7.7% 8.1% และ 10.7% ตามลำดับ อีกทั้งล่าสุด ณ 6 เดือนแรกของปี 2567 ก็ยังให้อัตราผลตอบแทนที่ 12.1% (ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

[ POPF กองทุนอสังหาฯ จาก 3 ทำเลทอง ]

ถัดมาคือ กองทุน POPF หรือ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไพร์มออฟฟิศ การลงทุนที่มีรูปแบบเป็นสิทธิการเช่าเหมือน CPNCG แต่เป็นการลงทุนใน 3 อาคารสำนักงานใหญ่ย่านธุรกิจและจุดยุทธศาสตร์สำคัญ บนเส้นถนนสุขุมวิท และถนนบางนา-ตราด โดยอาคารแรกคือ อาคารสมัชชาวาณิช 2 (“ยูบีซี 2”) ที่มีเจ้าของทรัพย์คือ กลุ่มภิรัชบุรี ถัดมาคือ โครงการบางนา ทาวเวอร์ ที่มีเจ้าของทรัพย์คือ กลุ่มเตียวฮงสีลม และสุดท้าย อาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ ที่มีเจ้าของทรัพย์คือ ดิ เอราวัณ กรุ๊ป

POPF มีรายได้หลักจากการปล่อยเช่าพื้นที่ของ 3 อาคารดังกล่าวข้างต้น ซึ่งกองทุนนี้ก็มีประวัติปันผล (ไม่รวมเงินลดทุน) ที่ไม่น้อยหน้า เพราะมีผลการดำเนินงานจากค่าเช่าที่เป็นรายได้ประจำที่ไม่ค่อยผันผวน ซึ่งเงินปันผลเฉลี่ยต่อปีของ POPF ที่เมื่อย้อนหลังไป 3 ปี (2564-2566) กองทุนมีอัตราผลตอบแทนขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 8.6% 9.0% และ 11.6% ตามลำดับ ล่าสุด ณ 6 เดือนแรกของปี 2567 ก็ยังให้อัตราผลตอบแทนที่ 11.5% (ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

[ การกลับมาของออฟฟิศให้เช่า ]

แน่นอนว่าช่วงโควิด-19 เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างยากลำบากของกลุ่มออฟฟิศให้เช่า เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสทำให้บริษัทต่างๆ ประกาศให้พนักงานทำงานอยู่บ้าน (Work from Home) ส่งผลให้ความต้องการเช่าออฟฟิศลดลงไป

แต่ตอนนี้ ณ เวลานี้ สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว หลายบริษัทเริ่มให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ ทั้งแบบเต็มเวลา และแบบผสม เช่น เข้าออฟฟิศครึ่งหนึ่ง Work from Home ครึ่งหนึ่ง รวมถึงเริ่มกลับมาจ้างงานมากขึ้นจากช่วงที่เลิกจ้างไป ทำให้อัตราการเช่าออฟฟิศเริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติ อย่างเช่น CPNCG ที่ปัจจุบันมีอัตราการเช่าสูงถึง 96% ซึ่งก็เช่นเดียวกับ POPF ที่มีอัตราการเช่าเฉลี่ยของทั้ง 3 อาคาร อยู่ระดับสูงที่ 86% เลยทีเดียว (ณ 30 มิ.ย.67)

นอกจากสถานการณ์การเช่าออฟฟิศที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ต้องบอกว่า ทั้ง 2 กองทุนมีความแข็งแกร่งค่อนข้างมาก ดูจากช่วงโควิด-19 ทั้ง 2 กองทุนยังสามารถจ่ายประโยชน์ตอบแทนได้ต่อเนื่องโดยตลอดช่วงปีที่เกิดการแพร่ระบาด ไม่ขาดเลยสักไตรมาส

กองทุน CPNCG กองทุน POPF

[ราคาถึงจุดน่าลงทุนแล้ว? ]

คราวนี้มาดูราคาในตลาดทุนกัน โดยหากเทียบมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ในครึ่งแรกของปี 2567CPNCG จะมี NAV ของกองทุน อยู่ที่ 9.9960 บาท ในขณะที่ราคาตลาดอยู่ที่ 5.35 และ POPF มี NAV ของกองทุน อยู่ที่ 10.2189

ราคาตลาดอยู่ที่ 5.45 อย่างไรก็ดี สำหรับ 2 กองทุนนี้ มีราคาที่ปรับลงมาค่อนข้างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากแรงกดดันของสถานการณ์โควิด สภาวะตลาดทุนที่ผันผวน รวมถึงกองทุนเริ่มมีการลดทุน ซึ่งหากกองทุนไม่ได้มีปัจจัยที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ความเสี่ยงขาลง (Downside Risk) ก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นค่อนข้างน้อยมาก

ทั้งนี้ หลังจากที่เศรษฐกิจเริ่มกลับมาขยายตัวได้ และทิศทางตลาดทุนไทยเริ่มกลับมาดีดตัวขึ้นอีกครั้ง ก็ส่งผลให้ราคาของ CPNCG และ POPF ปรับเพิ่มด้วยเช่นกัน โดยปัจจุบันทั้ง 2 กองทุน มีราคาซื้อ-ขายในตลาดปรับขึ้นมาอยู่ที่ 6 บาทกว่า เริ่มที่ CPNCG โดยในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา กองทุนมีราคาปิดของวันที่ 2 ก.ย. 67 อยู่ที่ 5.60 บาทต่อหุ้น และในวันที่ 30 ก.ย. 67 อยู่ที่ 6.25 บาทต่อหุ้น ซึ่งราคาปรับตัวขึ้น 11.60% ส่วน POPF เดือนกันยายน กองทุนมีราคาปิดของวันที่ 2 ก.ย. 67 อยู่ที่ 5.70 บาทต่อหุ้น และในวันที่ 30 ก.ย. 67 อยู่ที่ 6.20 บาทต่อหุ้น ซึ่งราคาปรับตัวขึ้น 8.77% (ข้อมูลราคาย้อนหลัง, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)

[ การลดทุน ข้อกำหนดของกองทุนออฟฟิศให้เช่า ที่ควรเข้าใจก่อนซื้อ ]

การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นประเภทแบบสิทธิการเช่า และกองรีท นักลงทุนจะเจอกับคำว่า ‘ลดทุน’ ซึ่งไม่ต้องตกใจไป เพราะเป็นวิธีจ่ายเงินอีกรูปแบบหนึ่ง คล้ายๆ กับการจ่ายปันผล เพียงแต่มีข้อจำกัดและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน

โดย เงินปันผล’ จะจ่ายไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิ แต่หากกองทุนยังมีเงินสด/สภาพคล่องคงเหลือ แต่งบการเงินไม่มีกำไรสะสมคงเหลือ กองทุนก็อาจจะพิจารณานำเงินสดที่เหลือออกมาจ่ายให้ผู้ถือหน่วยในรูปแบบ ‘เงินลดทุน’ ซึ่งเป็นกลไกการจ่ายประโยชน์ตอบแทนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แบบสิทธิการเช่า

ซึ่งข้อดีของเงินลดทุน คือ ไม่ต้องเสียภาษีจากเงินปันผลที่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แต่จะมีข้อเสียคือ มูลค่าสินทรัพย์ (NAV) จะมีโอกาสลดลงตามเวลาเช่าที่เหลืออยู่ และเมื่อครบอายุสัญญาเช่า มูลค่าของสิทธิการเช่าจะลดลงเป็นศูนย์ กองทุนจะต้องคืนทรัพย์สินให้กับเจ้าของทรัพย์สิน ยกเว้นแต่กองทุนจะขยาย/ลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมได้ แต่มีข้อกำหนดคือต้องแปลงสภาพเป็นกองรีทเท่านั้น

แม้การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์จะสร้างโอกาสให้กับผลตอบแทนที่น่าสนใจ แต่ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ดังนั้นผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และพิจารณาร่วมกับปัจจัยรอบด้านที่อาจส่งผลต่อกองทุนก่อนตัดสินใจซื้อหรือขาย และสามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมที่ บลจ.ไทยพาณิชย์ 0 2777 7777 ส่วนอีพีหน้าจะหยิบตัวไหนมาแนะนำอีก อย่าลืมติดตามกัน..

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...