โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KTAM ออกกองทุน ThaiESG ลงทุนตราสารภาครัฐ IPO 7 – 16 ต.ค.นี้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ต.ค. 2567 เวลา 15.21 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2567 เวลา 08.21 น.

KTAM คาดธีมลงทุนในกลุ่ม ESG มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เปิด IPO กองทุน ThaiESG ลงทุนตราสารภาครัฐ จองซื้อ 7 – 16 ต.ค.นี้

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ. กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า การลงทุนในกลุ่ม ESG มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ต่อเนื่องจากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ที่มีแนวโน้มจะไหลเข้ามามากขึ้น และจากความได้เปรียบในการทำธุรกิจที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาครัฐและความร่วมมือกันในระดับโลก

รวมถึงมีแนวโน้มที่จะตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ได้ดี อีกทั้งตลาดยังมีแนวโน้มให้ premium มากขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านผลตอบแทนที่ดีขึ้น และที่สำคัญกว่านั้น การลงทุนในกลุ่ม ESG ยังช่วยบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

KTAM ได้ออก กองทุนเปิดกรุงไทย ตราสารภาครัฐ ESG (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน) (KTESGSI-ThaiESG) เสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 7 – 16 ตุลาคม 2567 นี้

กองทุน KTESGSI-ThaiESG เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV

กองทุนนี้เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล รวมถึงพันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันที่เกี่ยวข้องกับ ESG และยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลางค่อนข้างต่ำ

นางชวินดา กล่าวว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่ง ประกอบกับมีหลักการบริหารที่รับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม รวมถึงธรรมาภิบาล (ESG) จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้ประเทศมีการเติบโตได้อย่างมีศักยภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทต่าง ๆ หรือนักลงทุนเองต่างก็มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจหรือองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ ESG มากขึ้น

สำหรับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน หรือ ThaiESG ได้มีการปรับเกณฑ์การลงทุนตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2567 เฉพาะหน่วยลงทุนที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เพื่อส่งเสริมให้มีการออมผ่านกองทุนชนิดนี้เพิ่มขึ้น

โดยขยายวงเงินลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (ไม่นับรวมกับวงเงิน 5 แสนบาท ของการออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ ได้แก่ กองทุน RMF SSF PVD กองทุนสงเคราะห์ครู กบข. ประกันบำนาญ และ กอช.) นอกจากนี้ ยังลดระยะเวลาการถือครองเหลือเพียง 5 ปี นับแบบวันชนวัน

นอกจากนี้ บลจ. กรุงไทย ยังมีกลุ่มกองทุน KRUNGTHAI Thailand ESG Fund ตามที่ได้เปิดเสนอขายไปแล้วเมื่อปี 2566 ให้เลือกลงทุนถึง 3 กองทุน ประกอบด้วย

  • กองทุนเปิดกรุงไทย ESG A Grade 70/30 (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน) (KTAG70/30-ThaiESG) เน้นการลงทุนในหุ้นที่มี SET ESG Ratings ระดับ A ขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 70% และตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 30% ของ NAV เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนผสม และยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลางค่อนข้างสูง
  • กองทุนเปิดกรุงไทย ESG50 (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน) (KTESG50-ThaiESG) เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ประมาณ 50 ตัวแรกที่อยู่ในดัชนี SET ESG Index และอยู่ใน Universe ของ KTAM ซึ่งผ่านการวิเคราะห์ด้าน ESG ของ KTAM ควบคู่กัน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV จึงทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการติตตามทั้งด้านผลการดำเนินงาน และ ESG ของบริษัทจดทะเบียนที่ได้เข้าไปลงทุนอยู่สม่ำเสมอ เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนหุ้น และยอมรับความเสี่ยงได้สูง
  • กองทุนเปิดกรุงไทย ESG A Grade (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน) (KTAG-ThaiESG) เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ที่มี SET ESG Ratings ระดับ A ขึ้นไป หรือได้รับการจัดอันดับในระดับที่สามารถเทียบเคียงได้กับระดับ A ขึ้นไป

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...