โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ใช้รถควรรู้! แบตเตอรี่แห้งชาร์จไฟได้หรือไม่?

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 07 ต.ค. 2567 เวลา 05.51 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
ใช้รถควรรู้! แบตเตอรี่แห้งชาร์จไฟได้หรือไม่?

ใช้รถควรรู้! แบตเตอรี่แห้งชาร์จไฟได้หรือไม่?

แบตเตอรีแห้งคืออะไร
แบตเตอรีแห้ง คือ แบตเตอรีรถยนต์ที่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น เนื่องจากทางโรงงานที่ผลิตมีการเติมกรดและชาร์จไฟตามมาตรฐานมาให้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราสามารถนำไปใช้งานได้ทันที กรณีมีการเก็บแบตเตอรีแห้งไว้นานกว่า 6 เดือนขึ้นไป มีโอกาสที่แบตจะอ่อนลง ดังนั้น ควรเช็กไฟก่อนนำไปใช้งาน

ข้อดีของแบตเตอรีแห้ง
- ง่ายต่อการดูแลรักษา เพราะไม่ต้องคอยตรวจเช็กบ่อย ๆ
- ลดโอกาสที่น้ำกรดภายในแบตเตอรีจะรั่วไหลออกมา ซึ่งเสี่ยงทำลายเครื่องยนต์
- อายุการใช้งานนานกว่าแบตเตอรีน้ำและแบตเตอรีกึ่งแห้ง ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 1.5 - 2.5 ปี หรือระยะทางในการขับขี่ประมาณ 50,000 - 70,000 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและการใช้งาน ถ้าได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องอาจอยู่ได้นานถึง 5 - 10 ปีเลยทีเดียว

ข้อเสียของแบตเตอรีแห้ง
ราคาสูงกว่าแบตเตอรีน้ำและแบตเตอรีกึ่งแห้ง
รูระบายอากาศของแบตเตอรีแห้งค่อนข้างเล็ก อาจเสี่ยงอุดตันจนเกิดแรงดันภายในแบตเตอรีได้

แบตเตอรี่แห้ง หรือแบต MF ชาร์จไฟได้หรือไม่?
ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าแบตเตอรี่แห้ง แท้จริงแล้วก็คือแบตเตอรี่ที่มีการเติมกรดและผนึกซีลมาจากโรงงาน โดยเจ้าของรถไม่จำเป็นต้องเติมน้ำกลั่นบ่อยเหมือนกับแบตน้ำ แต่ถึงอย่างไรแบตเตอรี่แบบ MF ก็มีโอกาสที่น้ำกรดจะพร่องจนทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็น จึงควรเช็กแบตเตอรี่เมื่อผ่านการใช้งานประมาณ 1 ปี

ส่วนแบตเตอรี่แบบ MF แม้ว่าจะดูเหมือนไม่มีช่องเติมน้ำ แต่แท้จริงแล้วช่องเติมน้ำกลั่นของแบตประเภทนี้จะถูกติดสติกเกอร์ทับเอาไว้ จนดูเหมือนไม่มีช่องเติมน้ำเท่านั้นเอง วิธีเติมก็ง่ายมากเพียงแค่ลอกสติกเกอร์ด้านบนออก ก็จะเจอช่องเติมน้ำกลั่นเหมือนกับแบตน้ำปกติทุกประการ

คำถามที่ว่าแบตเตอรี่แบบ MF (หรือแบตแห้งที่หลายคนเรียกกัน) สามารถชาร์จไฟได้หรือไม่? คำตอบคือ "ได้" หากแบตเตอรี่ยังไม่เสื่อม แต่รถไม่ค่อยมีการใช้งานมากนัก การชาร์จแบตเตอรี่จะช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้นได้

แบตเตอรี่แห้ง หรือแบต MF เสื่อมไวเกิดจากอะไร?
สาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมสภาพไว มักเกิดจาก 3 ปัจจัย ดังนี้

1. ใช้รถน้อย - การขับรถระยะทางสั้นๆ เป็นประจำจะส่งผลให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นลงได้ เนื่องจากแบตเตอรี่ไม่มีเวลาเพียงพอที่จะถูกชาร์จจนเต็ม ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

2. เกิดคราบขี้เกลือที่ขั้วแบต - คราบขี้เกลือที่เกาะบนขั้วแบตเตอรี่เกิดจากปฏิกิริยาของน้ำกรดที่ระเหยไปโดยอากาศ มักเกิดจากการเติมน้ำกลั่นเกินกว่าที่กำหนดเอาไว้ หากปล่อยไว้ไม่ดูแล จะทำให้การไหลผ่านของไฟฟ้าลดลง เกิดการกัดกร่อนของโลหะบนขั้วแบตเตอรี่ ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพไวขึ้น

3. ความร้อนสูง - แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่ต้องเผชิญความร้อนอยู่ตลอดเวลาขณะใช้งาน ยิ่งเครื่องยนต์มีความร้อนสูงมากเท่าไหร่ (โดยเฉพาะรถติดก๊าซ LPG หรือ CNG) ยิ่งทำให้แบตเสื่อมสภาพเร็วขึ้นเท่านั้น จะสังเกตได้ว่าแบตเตอรี่รถยุโรปที่มักติดไว้บริเวณกระโปรงท้ายรถ มักมีอายุการใช้งานยาวนานกว่ามาก สาเหตุเป็นเพราะความร้อนที่น้อยกว่านั่นเอง

สัญญาณเตือนแบตเตอรีแห้งเสื่อม
- มาตรวัดและไฟภายในรถไม่ทำงานก่อนสตาร์ตรถ
- ต้องพ่วงแบตเตอรีทุก ๆ 3-5 วัน หรือถี่กว่านั้น
- แบตเตอรีหยุดทำงานภายใน 15 - 30 นาที เครื่องยนต์ดับ แต่อุปกรณ์อื่น ๆ ภายในรถยนต์ยังทำงานอยู่
- ต้องสตาร์ตเครื่องยนต์มากกว่า 3 รอบถึงจะติด
- รถสตาร์ทติดยาก หรือรถสตาร์ทไม่ติดหากจอดเป็นเวลาหลายชั่วโมง จอดรถนานเป็นวัน โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็น
- เครื่องยนต์มีอาการสั่นเล็กน้อยขณะจอดติดไฟแดง
- วิทยุหรืออุปกรณ์อื่น ๆ หยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ไฟหน้าสว่างน้อยลง หรืออุปกรณ์อื่น ๆ มีอาการไฟตกขณะเหยียบคันเร่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...