โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดต้นกำเนิด ราชินีองุ่น "ไชน์มัสแคท" มาจากไหน ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ต.ค. 2567 เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2567 เวลา 11.24 น.

ที่มาของราชินีองุ่น “ไชน์มัสแคต” ต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยลักษณะโดดเด่น และความนิยม นำไปสู่การบริโภคที่เพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงไทย จึงมีการนำเข้าองุ่นชนิดนี้จากทั้งญี่ปุ่นและจีน ทั้งนี้จากรายงานการตรวจพบสารตกค้างนี้อาจเป็นเหตุให้ความต้องการบริโภคของคนไทยลดลง

จากการสุ่มตรวจสารเคมีเกษตรในองุ่นไชน์มัสแคต 24 ตัวอย่าง ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล พบสารเคมีเกษตรตกค้างในองุ่นไชน์มัสแคตที่นำเข้าจากประเทศจีนกว่า 9 ตัวอย่างจากทั้งหมด 24 ตัวอย่าง โดยประเทศจีนเป็น 1 ใน 2 ของประเทศที่ไทยนำเข้าองุ่นไชน์มัสแคต และเนื่องจากราคาที่ถูกกว่าประเทศญี่ปุ่นทำให้คนไทยนิยมบริโภคองุ่นจากจีนมากขึ้น

รายงานข้างต้นได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่ชื่นชอบบริโภคองุ่นชนิดนี้เป็นอย่างมาก “ประชาชาติธุรกิจ” พาย้อนดูที่มาขององุ่นไชน์มัสแคต ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงสาเหตุที่ทำให้องุ่นชนิดนี้ถูกนำเข้าจากจีนมาในประเทศไทย

ต้นตำรับจากญี่ปุ่น

องุ่นพันธุ์ไชน์มัสแคต (Shine Muscat) องุ่นสายพันธุ์ต้นกำเนิดจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก่อนจะถูกญี่ปุ่นนำไปปรับปรุงพันธุ์โดยผสมระหว่างองุ่นพันธุ์ Akitsu-21 และ Hakunan ที่สถาบันวิจัยองุ่นและพลับอะกิซึ จังหวัดฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะขึ้นทะเบียนและจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2549

ด้วยคุณลักษณะอันโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่ใหญ่ เนื้อสัมผัสกรอบ รสชาติหวาน และกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทำให้องุ่นไชน์มัสแคตได้รับความนิยมจนถูกยกให้เป็นราชินีองุ่น และนำไปปลูกในหลายประเทศมากขึ้น ทั้งในทวีปเอเชียและยุโรป

องุ่นชนิดนี้เริ่มเข้ามาในไทยช่วงปี 2553 ผ่านผู้นำเข้าผลไม้พรีเมี่ยม ช่วงแรกจะพบได้ในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือตลาดผลไม้ราคาสูงเท่านั้น ทำให้ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีราคาสูง

แต่ด้วยคุณภาพและรสชาติที่โดดเด่น ประกอบกับความนิยมของสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น ทำให้องุ่นไชน์มัสแคตได้รับความสนใจมากขึ้นจนเพิ่มปริมาณการนำเข้ามากขึ้น ตามมาด้วยความนิยมที่กว้างขวางในประเทศไทยช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นผลให้ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถพบองุ่นไชน์มัสแคตได้ในหลายแห่ง ตั้งแต่ตลาดผลไม้พรีเมี่ยมมาจนถึงตลาดผลไม้ทั่วไป

นำเข้าจากจีน

การมาขององุ่นไชน์มัสแคตจากจีนนั้น เกิดขึ้นหลังจากที่องุ่นจากญี่ปุ่นได้รับความนิยม ด้วยเหตุผลที่จีน สามารถพัฒนาเทคโนโลยีในการปลูกให้สามารถปลูกได้ทั่วประเทศ เป็นผลให้องุ่นชนิดนี้ล้นตลาดจนต้องส่งออกนอกประเทศมากขึ้น

ย้อนไปในปี 2549 องุ่นพันธุ์ไชน์มัสแคตถูกนำเข้าไปในจีนครั้งแรก และเริ่มปลูกในภูมิภาคต่าง ๆ จนกระทั่งปี 2559 ที่มีการพัฒนาการเพาะปลูกขั้นสมบูรณ์ ทำให้องุ่นพันธุ์นี้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีจนสามารถปลูกได้ทั่วประเทศ ประจวบเหมาะกับได้รับความนิยมจากคนจีน ทำให้เกษตรแห่มาปลูกกันมากขึ้น โดยคาดหวังให้เพียงพอต่ออุปสงค์ของคนในประเทศ

ตามข้อมูลจากสถาบันวิจัยไม้ผลของจีน คาดว่าจีนจะมีพื้นที่ในการปลูกองุ่นทะลุ 1 ล้านเอเคอร์ตั้งแต่ปี 2565 แต่ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพการปลูก จึงส่งผลให้รสชาติขององุ่นไชน์มัสแคตในจีนนั้นแตกต่างกันมาก มีทั้งหวานอร่อยไปจนถึงจืดหรือเปรี้ยว เนื่องจากการปลูกองุ่นให้ได้คุณภาพดี จำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการปลูกด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี

ความต้องการขยายผลผลิตมากเกินไปเพื่อหวังให้เพียงพอต่ออุปสงค์คนในประเทศนั้น เป็นผลให้องุ่นสูญเสียความหวานและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์

ดังนั้น แม้จีนจะสามารถปลูกองุ่นพันธุ์นี้ได้ทั่วประเทศ แต่ด้วยความแตกต่างในสภาพแวดล้อม และการกำหนดมาตรฐานการปลูกที่แตกต่างจากประเทศญี่ปุ่นนั้น ก็จะทำให้คุณภาพผลผลิตที่ได้นั้นแตกต่างกัน

ข้อมูลราคาองุ่นจากยูนนาน ประเทศจีน ช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูกาล พบว่า มีราคาเพียง 50 หยวนหรือประมาณ 237.19 บาทเท่านั้น ลดลงจากปีที่แล้วที่มีราคาอยู่ที่ 110 หยวนหรือประมาณ 521.82 บาท สำหรับผลไม้ราคาสูง เป็นผลให้ราคาขายส่งลดลงด้วยเช่นเดียวกัน เป็นปัญหามาจากคุณภาพองุ่นที่ต่ำลง ทำให้ปริมาณความต้องการในประเทศลดลงไปด้วย

ทำให้ราคาองุ่นไชน์มัสแคตในไทยที่นำเข้าจากจีนมีราคาถูกกว่าราคานำเข้าจากญี่ปุ่น แม้ว่ารสชาติ รสสัมผัส และความหอมที่เป็นเอกลักษณ์นั้นจะเทียบไม่ได้กับประเทศต้นกำเนิด ซึ่งจากการตรวจสอบราคาองุ่นไชน์มัสแคตในเว็บไซต์ของตลาดไทพบว่า ตลอดปี 2567 ราคาองุ่นที่นำเข้าจากจีนมีราคาทรงตัวตลอดปีก่อนจะถูกลงในช่วงเดือนสิงหาคมมาจนถึงเดือนตุลาคม และมีราคาเพียง 260-340 บาทต่อตะกร้า

เฝ้าระวังองุ่นจีนมีสารตกค้าง

จากผลทดสอบสารเคมีเกษตรในองุ่นไชน์มัสแคตทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑลของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) ร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รายงานพบว่า

  • ประเทศผู้ผลิตองุ่นไชน์มัสแคต 24 ตัวอย่างสามารถระบุได้ว่ามี 9 ตัวอย่างมาจากประเทศจีน
  • 8% ของตัวอย่างองุ่นไชน์มัสแคต หรือ 23 จาก 24 ตัวอย่าง พบสารพิษตกค้างเกินค่าที่กฎหมายกำหนด
  • พบสารพิษตกค้างทั้งหมด 50 ชนิด พบว่าเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 จำนวน 26 ชนิด เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 (ยกเลิกการใช้ในประเทศไทย) จำนวน 2 ชนิด และเป็นสารที่อยู่นอกบัญชีวัตถุอันตรายมากถึง 22 ชนิด
  • จากสารพิษตกค้าง 50 ชนิด มีสารประเภทดูดซึม 37 ชนิด คิดเป็น 74% ของสารพิษตกค้าง โดยสารกลุ่มนี้มีโอกาสตกค้างอยู่ในเนื้อเยื่อขององุ่น
  • องุ่นไชน์มัสแคตแต่ละตัวอย่างพบสารพิษตกค้างระหว่าง 7-18 ชนิด โดยจำนวน 23 จาก 24 ตัวอย่างพบสารพิษตกค้างเกินค่าที่กฎหมายกำหนด 1-6 ชนิด

จึงกลายมาเป็นข้อเสนอต่อเอกชน ให้แสดงความรับผิดชอบ ดังนี้

  • หากยังมีองุ่นลอตดังกล่าวเหลืออยู่ควรจัดเก็บออกจากชั้นวาง หรือหากจำหน่ายองุ่นลอตดังกล่าวไปหมดแล้วควรแถลงมาตรการที่ชัดเจนกับซัพพลายเออร์และแหล่งผลิตที่มีสารพิษตกค้างเกินมาตรฐาน
  • ผู้ประกอบการนำเข้าและผู้จำหน่ายต้องระบุแหล่งที่มา/ประเทศต้นทางของสินค้านำเข้า เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้เมื่อเกิดปัญหา

และข้อเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข

1.กรณีอาหารนำเข้า เช่น องุ่นและสินค้าอื่นที่มีความเสี่ยงพบสารพิษตกค้างสูง ดำเนินการให้ใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎระเบียบและกฎหมายที่มีอยู่กำหนดผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายต้องติดฉลากแสดงที่มา/ประเทศต้นทาง และเพิ่มมาตรการในการรับประกันคุณภาพความปลอดภัย

2.สร้างระบบ Rapid Alert System ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์แบบนี้อย่างรวดเร็ว โดยเป็นระบบที่เผยแพร่ผลการวิเคราะห์สารพิษตกค้างที่เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการจากหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วนอย่างเร่งด่วน และมีมาตรการในการจัดการปัญหาตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ประเทศต้นทาง ผู้นำเข้า ซัพพลายเออร์ ผู้จัดจำหน่าย รวมถึงผู้บริโภคแล้ว

3.พิจารณาแนวทางในการควบคุมหรือกำหนดมาตรฐานสารพิษตกค้างในอาหาร สำหรับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่อยู่นอกบัญชีวัตถุอันตรายของประเทศไทย

นอกจากนี้ อย.ยังมีแผนร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในการตรวจโรงคัดบรรจุผักและผลไม้ทั่วประเทศ และเก็บตัวอย่างผัก ผลไม้ ส่งตรวจวิเคราะห์หาสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง จำนวน 1,530 ตัวอย่าง เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคอีกด้วย

จากข้อมูลดังกล่าว รวมไปถึงการยกระดับการตรวจสอบผลไม้นำเข้าที่เข้มงวดขึ้นของ อย.นั้น อาจทำให้ราคาองุ่นไชน์มัสแคตนำเข้าจากจีนลดลงไปจากเดิม รวมถึงปริมาณการนำเข้าองุ่นจากประเทศจีนนั้นอาจลดน้อยลงอีกด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดต้นกำเนิด ราชินีองุ่น “ไชน์มัสแคท” มาจากไหน ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...