โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะลึก “ธุรกิจ Modern trade” ในไทย ใครชิงมาร์เก็ตแชร์ 2.58 ล้านล้านบาทบ้าง?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ต.ค. 2567 เวลา 16.58 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2567 เวลา 09.16 น.

วันที่ 4 ตุลาคม 2567 กลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB EIC เจาะลึกอุตสาหกรรมร้านค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ Modern trade ที่ประกอบไปด้วยผู้เล่นหลากหลายประเภท ซึ่งโดยในช่วงที่ผ่านมาธุรกิจยังต้องเผชิญกับการแข่งขันจากร้านค้าออนไลน์ รวมไปถึงต้นทุนสินค้าและการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น

SCB EIC ระบุว่าธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ในไทย (Modern trade) ประกอบไปด้วยผู้เล่นหลากหลายประเภท ทั้งกลุ่ม Modern grocery อย่าง ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งปัจจุบันกลุ่ม Modern grocery เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในกลุ่มธุรกิจ Grocery โดยมีส่วนอยู่ที่ราว 72% ของร้านค้าปลีกกลุ่ม Grocery ทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นจากช่วงก่อนการระบาดของ COVID-19 ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ราว 64%

นอกจากนี้ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ในไทย ยังประกอบไปด้วย ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น ห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงร้านขายสินค้าเฉพาะทาง เช่น ร้านขายสินค้าตกแต่งและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยครอบคลุมร้านค้าที่จำหน่ายตั้งแต่วัสดุก่อสร้างไปจนถึงของตกแต่งบ้าน ร้านขายสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามที่เน้นการขายผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลสุขภาพ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และยารักษาโรค และร้านขายสินค้าแฟชั่นที่ครอบคลุมไปถึงกลุ่ม Fast fashion, Traditional fashion และ Sportwear เป็นต้น

อย่างไรก็ดีการระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้พฤติกรรมการซื้อสินค้าของของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป โดยหันมาให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายมากขึ้นและลดความเสี่ยงจากการออกนอกบ้าน ทำให้มูลค่าตลาด E-commerce เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ในช่วงปี 2020-2023 อยู่ที่ราว 35.1% ต่อปี ส่งผลให้มูลค่าตลาด E-commerce มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากในปี 2019 ที่อยู่เพียงราว 7% มาอยู่ที่ 24% ในปี 2023 และคาดว่าจะยังคงอยู่ที่ราว 25% ต่อมูลค่าตลาดค้าปลีกทั้งหมดในปี 2025 ส่งผลให้ร้านค้าต่าง ๆ มีการปรับตัวโดยเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าให้กับลูกค้าทั้งที่หน้าร้านและช่องทางออนไลน์

ยิ่งไปกว่านั้น เทรนด์ Social commerce ที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในระยะข้างหน้า เนื่องจากเป็นการผสมผสานระหว่าง E-marketplace และ Social media ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานและมีกำลังซื้อมากขึ้น

นอกจากบทบาทของตลาด E-commerce ที่มีความสำคัญมากขึ้นแล้ว ธุรกิจ Modern trade ยังต้องเผชิญกับความท้าทายอีกหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นหนี้ครัวเรือนที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยฉุดรั้งกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มรายได้น้อย-ปานกลาง รวมไปถึงต้นทุนสินค้าและต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่คาดว่าจะปรับขึ้นเป็น 400 บาทต่อวันภายในปี 2025

รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ การเข้าสังคมสูงอายุ รวมถึงความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y และ Gen Z ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะเป็นกำลังซื้อสำคัญในระยะต่อไป นอกจากนี้ธุรกิจ Modern trade ยังถูก Disrupt จาก Online marketplace ภายนอกประเทศ เช่น Temu และ Shein

ทั้งนี้บริษัทจดทะเบียน หมวดธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ มีดังนี้

1. กลุ่ม Modern grocery

  • CPAXT
    • CPALL
    • BJC
    • KK (จดทะเบียนในตลาด mai)
    • TNP (จดทะเบียนในตลาด mai)

2. กลุ่ม Department store

  • CRC
    • FN
    • MOSHI

3. กลุ่มปรับปรุงและตกแต่งที่อยู่อาศัย

  • HMPRO
    • GLOBAL
    • ILM
    • DOHOME (จดทะเบียนในตลาด mai)
    • CHIC (จดทะเบียนในตลาด mai)

4. กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่เฉพาะทางอื่นๆ เช่น สุขภาพและความงาม และสินค้าแฟชั่น สินค้าเพื่อการสันทนาการ

  • BEAUTY
    • KAMART
    • SCM
    • MEGA
    • MC
    • TAN
    • RSP
    • ICC
    • SPC
    • SPI
    • BIG
    • HEALTH (จดทะเบียนในตลาด mai)
    • HL (จดทะเบียนในตลาด mai)

ทั้งนี้ SCB EIC ระบุว่าธุรกิจ Modern trade ยังมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นจากการฟื้นตัวของการบริโภคและภาคท่องเที่ยวที่กลับมาขยายตัว แม้ว่าภาคครัวเรือนยังมีความเปราะบางจากภาวะหนี้ภาคครัวเรือน โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2024 และต่อเนื่องมาในปี 2025 ยังมีปัจจัยสนับสนุนมาจากนโยบายกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าธุรกิจ Modern trade จะเติบโตมาอยู่ที่ราว 2.58 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 3%YOY จากราว 3.4% ในปี 2024

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ในไทยยังต้องปรับตัวกับแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งการขยายช่องทางออนไลน์และนำเทคโนโลยีมาใช้ รวมถึงปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับเทรนด์ ESG ซึ่งจะมีแนวทางอย่างไร (อ่านต่อฉบับหน้า)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...