โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

แพ้ขนแมว อาการเป็นอย่างไร ? พร้อมแนะนำวิธีป้องกันเบื้องต้น

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 22 ต.ค. 2567 เวลา 03.37 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2567 เวลา 03.37 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหาร

แพ้ขนแมว อาการเป็นอย่างไร ?” สำหรับคนรักแมว การได้อยู่ใกล้ชิดกับเหล่าเหมียวตัวน้อยก็เหมือนกับได้เติมเต็มความสุข แต่สำหรับบางคน การสัมผัสขนแมวกลับกลายเป็นฝันร้าย เพราะทำให้เกิดอาการแพ้ที่รบกวนชีวิตประจำวันได้

แพ้ขนแมว อาการเป็นอย่างไร ? พร้อมแนะนำวิธีป้องกันเบื้องต้น

หากคุณสงสัยว่าแพ้ขนแมว อาการเป็นอย่างไร บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงวิธีการป้องกันและบรรเทาเบื้องต้น เพื่อให้คุณอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงที่รักได้อย่างมีความสุข แพ้ขนแมว อาการเป็นอย่างไร ?
อาการแพ้ขนแมวเกิดจากปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนบางชนิดที่พบในน้ำลาย ขน และรังแคของแมว เมื่อเราสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้ ร่างกายจะหลั่งสารฮิสตามีนออกมา สำหรับคนที่สงสัยว่าแพ้ขนแมว อาการเป็นอย่างไร เรารวบรวมมาให้สังเกตกันแล้ว ด้านล่างนี้ อาการทางเดินหายใจ

  • จาม

  • คัดจมูก

  • น้ำมูกไหล

  • ไอ

  • หายใจลำบาก

  • หอบหืดกำเริบอาการทางตา

  • คันตา

  • ตาแดง

  • น้ำตาไหล

  • บวมรอบดวงตาอาการทางผิวหนัง

  • ผื่นคัน

  • ผิวหนังแดง

  • เกาจนผิวหนังแตกอาการอื่น ๆ

  • ปวดหัว

  • อ่อนเพลีย

  • คลื่นไส้สำหรับผู้ที่แพ้ขนแมว อาการอาจรุนแรงมากหรือน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น คันจมูก หรือจาม แต่บางคนอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ขนแมว

  • สารก่อภูมิแพ้ : โปรตีนที่พบในน้ำลาย ขน และรังแคของแมว เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการแพ้

  • ปริมาณสารก่อภูมิแพ้ : ยิ่งสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ในปริมาณมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดอาการแพ้มากขึ้นเท่านั้น

  • ความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ : แต่ละบุคคลไวต่อสารก่อภูมิแพ้แตกต่างกัน บางคนอาจแพ้ในปริมาณน้อย แต่บางคนอาจแพ้ในปริมาณมากวิธีการป้องกันและบรรเทาอาการแพ้ขนแมว

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแมว : หากเป็นไปได้ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแมวโดยตรง

  • ทำความสะอาดบ้านบ่อย ๆ : ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีระบบกรอง HEPA เพื่อดูดฝุ่นและขนแมวออกจากพื้นผิวต่าง ๆ

  • ซักผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม และเสื้อผ้าเป็นประจำ : เพื่อกำจัดสารก่อภูมิแพ้ที่เกาะอยู่

  • ใช้เครื่องฟอกอากาศ : เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้ในอากาศได้

  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง : หากอาการแพ้รุนแรง แพทย์อาจจ่ายยาแก้แพ้ หรือยา corticosteroids เพื่อบรรเทาอาการ

  • ปรึกษาแพทย์ : หากอาการแพ้ไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่แพ้ขนแมว อาการต่าง ๆ อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้ ดังนั้น หากคุณสงสัยว่าตัวเองอาจจะแพ้ แนะนำให้รีบสังเกตอาการ ปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยป้องกันและทำให้คุณอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงที่รักได้อย่างมีความสุขแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...