โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Oppenheimer ประวัติ (ศาสตร์) ของ ‘บิดาปรมาณู’ ที่เพิ่งสร้าง

GroundControl

เผยแพร่ 26 ก.ค. 2566 เวลา 10.41 น. • อมต โชติพันธุ์
Oppenheimer ประวัติ (ศาสตร์) ของ ‘บิดาปรมาณู’ ที่เพิ่งสร้าง

ในผลงานเรื่องล่าสุดของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่ว่าด้วยชีวิตของนักฟิสิกส์ผู้จุดระเบิดเปลี่ยนโลกทั้งใบไปตลอดกาลอย่าง เจ. รอเบิร์ต ออปเพนไฮเมอร์ แน่นอนว่า ‘Oppenheimer’ คือตัวเอก แต่ไม่ใช่พระเอก และในเรื่องราวที่เล่าสลับระหว่างอดีต อดีตของอดีต และปัจจุบันของอดีตนั้น ชีวิตของออปเพนไฮเมอร์ก็ห่างไกลจากการเป็น ‘ผู้สร้าง’ หรือ ‘ผู้ให้กำเนิด’ เฉกเช่นบิดาในสาขาอื่น ๆ เพราะการสร้างและให้กำเนิดของเขานั้นมาพร้อมกับการ ‘ทำลาย’

ความย้อนแย้งในตัวเองเช่นนี้ก็ไม่แปลกใจเลยที่มันจะไปดึงดูดโนแลนผู้ชอบนักล่ะกับเรื่องราวของพระเอกตกขอบที่ท้าทายขอบเขตศีลธรรมจรรยาในตัวเอง เรื่องราวของออปเพนไฮเมอร์ที่อเมริกันชนเชิดชูให้เป็นฮีโรผู้กล้าในประวัติศาสตร์ จึงถูกบอกเล่าด้วยวิธีการที่แหกขนบหนังชีวประวัติสดุดีวีรชนทั่วไป โดยเฉพาะประวัติของบุคคลสำคัญระดับเป็น ‘บิดา’ ของอะไรสักอย่าง ที่มักจะมีพัฒนาการไต่ระดับความรู้ความสามารถที่เรียกว่า Hero’s Journey โดยโนแลนเลือกที่จะเล่าสลับกันระหว่างโลกในการรับรู้ของออปเพนไฮเมอร์ ที่ผู้ชมจะเห็นเป็นภาพสี และโลกอีกแบบที่เป็นภาพขาวดำ เสมือน ‘ความจริง’ ที่เราเห็นจากหนังสือพิมพ์หรือฟุตเทจจริงจากสมัยนั้น

แทนที่จะคัดเรื่องมาให้แค่นายออปเพนไฮเมอร์เป็นคนเก่งทฤษฎี อ่อนการทดลอง แต่ฝึกสมองลับคมปัญญาจนได้เข้าร่วมโปรเจกต์สำคัญระดับชาติ และปราบศัตรูของชาติได้สำเร็จ แล้วจบแค่นั้น แต่โนแลนกลับพาเราไปสำรวจโลกสั่นประสาทของผู้สร้างระเบิดปรมาณู ด้านที่ไม่เป็นพระเอกเสียเลยของเขาอย่างการคบชู้ การมีสัมพันธ์สวาทกับเมียเพื่อน ไปจนถึงการตั้งคำถามกับตัวออปเพนไฮเมอร์ว่าจะจัดการกับผลพวงอันน่าสยดสยองจากสิ่งประดิษฐ์ของตัวเองได้อย่างไร? ซึ่งก็เหวี่ยงออปเพนไฮเมอร์จากการเป็น ‘พระเอก’ ทั่วไป และทำให้คนดูอย่างเราต้องตั้งคำถามกับตัวเองด้วยว่า เราควรจะรู้สึกอย่างไรกับตัวละครที่เคยมีชีวิตจริง และมีส่วนสำคัญในการทำลายชีวิตผู้คนไปกว่าสองแสนชีวิตคนนี้ดี?

และในครึ่งหลังของเรื่อง ที่โนแลนนำเสนอความ (อาจจะ) รู้สึกผิดของออปเพนไฮเมอร์ และการตกเป็นเหยื่อเกมการเมือง ซึ่งเกือบ ๆ จะลดทอนสถานะความเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของโลก ผู้มอบจุดจบให้ชีวิตคนเรือนแสน และเป็นเพียงอีกหนึ่งชีวิตที่ถูกเหวี่ยงไปมาใต้ระบบโครงสร้างทางการเมืองอันสับสนของโลกใบนี้ มันก็ทำให้ผู้ชมต้องตั้งคำถามว่า เขาคือ “ความตาย ผู้ทำลายล้างโลกทั้งมวล” ดังที่เขายกวรรคหนึ่งในคัมภีร์ภควัทคีตามาอธิบายตัวเองจริงหรือไม่? เลือดเปื้อนมือเขาจริงไหม? หรือมันเปื้อนอยู่บนมือของคน ‘สั่ง’ ทิ้งระเบิด ดังที่ประธานาธิบดีทรูแมน (รับบทโดย แกรี โอลด์แมน) กล่าวกับเขา

ความสนุกของการดู Oppenheimer จึงไม่ใช่การนั่งรอลุ้นว่าเขาจะทำระเบิดเสร็จจริงมั้ย? หรือมันจะใช้งานได้จริงหรือเปล่า? เพราะทุกคนรู้คำตอบและผลลัพธ์กันอยู่แล้ว ความน่าสนใจในการซึมซับเรื่องราวของออปเพนไฮเมอร์จึงอยู่ที่การค้นหาว่าเขาคือใครกันแน่? เป็นปีศาจร้ายผู้กุมชะตากรรมของโลก เป็นอาชญากรสงครามที่คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์กว่าสองแสนคน เป็นเหยื่อการเมือง หรือเป็นผู้รู้ว่าจะเล่นเกมยังไง เป็นฝ่ายซ้าย? นักฝัน? อัจฉริยะ? คนวิปลาศโหดเหี้ยม?

ตัวตนของออปเพนไฮเมอร์อาจถูกสร้างขึ้นมาจากหนังสือที่เขาอ่าน ศิลปะที่เขาเสพ ผู้คนที่เขารัก หรือทฤษฎีของเพื่อนร่วมงาน แต่ตัวตนของออปเพนไฮเมอร์ก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า และถูกสร้างผ่านอีกหลากหลายมุมมอง ทั้งจากรัฐบาล สื่อ ไปจนถึงออปเพนไฮเมอร์ในเวอร์ชั่นของโนแลน ที่ก็เป็นอีกหนึ่งอวตารของชายที่ชื่อว่าออปเพนไฮเมอร์

ถ้าสามชั่วโมงในหนังคือการเฝ้าระแวงว่าระเบิดจะมาเมื่อไร (จะได้เตรียมปิดตาทัน) ช่วงเวลาหลังจากนั้นก็คือการมุ่งสู่หนทางแห่งการสำรวจว่า ‘ออปเพนไฮเมอร์’ ถูกสร้างขึ้นมาจากอะไรกันแน่? หรือเราจะเชื่อและสมาทานออปเพนไฮเมอร์ในเวอร์ชั่นของโนแลนนี้มากเท่าไหร่?

หรือในการสร้างสถาปนา ‘บิดา’ แห่งสาขาต่าง ๆ ขึ้นมานั้น เราต้องใช้วัตถุดิบใดบ้าง? และในการจะสร้าง ‘ตัวละครเอก’ ให้ประวัติศาสตร์หนึ่ง ๆ ต้องผ่านกระบวนการใดบ้าง และใครกันนะที่เป็นผู้สร้าง?

Oppenheimer ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...