โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

MAJOR ผลงานโค้งสุดท้ายฟื้น รับกระแสหนัง “สัปเหร่อ” ฟีเวอร์

Wealthy Thai

อัพเดต 28 ธ.ค. 2566 เวลา 03.31 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2566 เวลา 02.12 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

“สัปเหร่อ” ถือว่าเป็นภาพยนตร์ไทยอีกหนึ่งเรื่อง ที่ช่วยกลับมาดึงกระแสคนไทยให้กลับมาเข้ามาชมภาพยนตร์ไทยได้อีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อหนังได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ย่อมส่งผลบวกให้แก่โรงหนังด้วยเช่นกัน ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จึงมีมุมมองจากนักวิเคราะห์ถึงหุ้น MAJOR มาแบ่งปันให้ได้ดูกัน
โดยบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ให้มุมมองว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/66 ของ MAJOR จะปรับตัวดีขึ้น จากหนังไทยโดยเฉพาะหนังเรื่องสัปเหร่อล่าสุดทำเงินไปแล้วกว่า 225 ล้านบาท ในช่วง 11 วันแรกที่เข้าฉาย ตามด้วยภาพยนต์เรื่อง “ของแขก” ทำรายได้ 53 ล้านบาท ฉายไปแล้ว 18 วัน
ทั้งนี้นักวิเคราะห์บอกว่า MAJOR จะได้ส่วนแบ่งรายได้จากหนังไทยมากกว่าหนังภาพยนตร์ต่างประเทศ นอกจากนี้เองยังมีหนังต่างประเทศที่เตรียมเข้าฉายหลายเรื่องได้แก่ The Marvels 8 พ.ย., The Hunger Games15 พ.ย., The Creator (Fox)
รวมถึงหนังไทย 4King 2, ธี่หยด และหนังค่าย GDH หลายเรื่อง ส่งผลให้คาดว่ารายได้ที่มาจากธุรกิจสื่อโฆษณาและรายได้ธุรกิจอาหาร/เครื่องดื่มจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ชมที่กลับมาดูหนังเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 23.20 บาท
ขณะที่แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/66 จะอ่อนตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า เพราะว่าไม่มีหนังเด่นในไตรมาสนี้ที่สามารถทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท ทำให้รายได้ธุรกิจอาหาร/เครื่องดื่มหน้าโรงภาพยนตร์ลดลงตามรายได้หนังที่ลดลง แต่จะมีรายได้จากการขายผ่าน delivery รวมถึงการขายผ่านร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้น ส่วนรายได้ค่าโฆษณาของ MAJOR นักวิเคราะห์ก็คาดว่าจะลดลงตามรายได้หนัง
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/66 ที่ 51ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกัน 146% เนื่องจากในปีก่อนฐานค่อนข้างต่ำด้วยกระทบจากการแพร่ระบาด COVID-19 แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 90% เพราะไตรมาสก่อนหน้ามีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น MPIC
แต่อย่างไรก็ดี ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 18.20 บาท แม้ว่าระยะสั้นผลประกอบการจะถูกกดดันจากธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่อ่อนตัวตามฤดูกาล แต่คาดว่าแนวโน้มไตรมาส 4/66 ธุรกิจโรงภาพยนตร์จะฟื้นตัวดีขึ้นจากที่มีภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่จาก Hollywood รอเข้าฉายหลายเรื่อง
รวมไปถึงยังมีอัพไซด์จากธุรกิจ Concession ที่เริ่มนำ Popcorn (รูปแบบขนมถุง) เข้าจำหน่ายใน 7-11 กว่า 10,000 สาขา ในช่วงปลายไตรมาส 3/66 อีกด้วย ดังนั้นยังคาดกำไรปี 2566 ที่ 542 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 158% และปี 2567 ที่ 781 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 44%
ทั้งนี้ เรามีมุมมอง Positive ต่อโครงการซื้อหุ้นคืน 72 ล้านหุ้น โดยการซื้อหุ้นคืนช่วยสร้างเสถียรภาพราคาหุ้น MAJOR ทั้งนี้ หากประเมินจากวงเงินซื้อหุ้นคืน (1 พันล้านบาท) ต่อจำหนวนหุ้นซื้อคืน (72 ล้านหุ้น) จะคิดเป็นราคาซื้อหุ้นคืนเฉลี่ยที่ 13.89 บาทต่อหุ้น หากบริษัทซื้อหุ้นคืนได้ครบทั้งจำนวนจะทำให้กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) มีอัพไซด์ 8.75%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...