โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

โรคกลัวความตาย (Thanatophobia) วิตกกังวลจนไม่มีความสุข

BT Beartai

อัพเดต 15 ก.ย 2566 เวลา 12.19 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2566 เวลา 09.35 น.
โรคกลัวความตาย (Thanatophobia) วิตกกังวลจนไม่มีความสุข

โรคกลัวความตาย (Thanatophobia) คือ อาการวิตกกังวลเกี่ยวกับความตาย โดยผู้ที่มีอาการนี้จะไม่ได้กลัวแค่ความตายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองเท่านั้น แต่จะกลัวความตายและการจากลาของบุคคลรอบข้างที่ตัวเองรักด้วย ซึ่งการรักษาโดยส่วนใหญ่จะต้องใช้วิธีการจิตบำบัดเข้าช่วย

โรคกลัวความตายเป็นเรื่องปกติหรือไม่ ?

เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกกังวลเกี่ยวกับความตาย เพราะเป็นสิ่งที่เราไม่รู้ คุณอาจคิดว่าความตายจะน่ากลัว เจ็บปวด หรือโดดเดี่ยว และหากคุณกำลังเผชิญกับโรคกลัวความตายมันอาจส่งผลต่อชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน หรือทำให้การใช้ชีวิตในสังคมเป็นเรื่องยาก รวมถึงอาจพบอาการทางกาย เช่น อาการตื่นตระหนก เป็นต้น

โรคกลัวความตายพบได้บ่อยแค่ไหน ?

การวิจัยชี้ให้เห็นว่าความวิตกกังวลเรื่องการเสียชีวิตเป็นเรื่องปกติ และการศึกษาชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้คน 3-10 เปอร์เซ็นต์ มีความกังวลเรื่องนี้ โดยโรคกลัวความตายอาจส่งผลต่อผู้ใหญ่และเด็ก พบได้บ่อยในผู้ที่มีอาการดังนี้

  • สุขภาพไม่ดี หรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง
  • ไม่มีความเชื่อทางศาสนา
  • รู้สึกไม่พอใจกับชีวิตของตัวเอง
  • มีความนับถือตัวเองต่ำ
  • มีโรคกลัว หรือความผิดปกติด้านสุขภาพจิตอื่น ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวล
  • มีพ่อแม่หรือคนรักที่แก่ ป่วย หรือกำลังจะตาย
  • ไม่มีสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนที่ใกล้ชิด
  • พบเห็นความเจ็บป่วย ความบอบช้ำทางจิตใจ หรือความรุนแรงในงานของตน เช่น ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ หรือนักสังคมสงเคราะห์

นอกจากนี้ การศึกษาอีกชิ้นหนึ่งพบว่า ลูก ๆ ของพ่อแม่สูงอายุมีระดับความวิตกกังวลต่อการเสียชีวิตสูงกว่าคนเป็นพ่อแม่เสียด้วยซ้ำ

สาเหตุของโรคกลัวความตาย

เหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงจะกระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าว เช่น คุณอาจมีอาการวิตกกังวลต่อการเสียชีวิตได้หากคุณมีประสบการณ์ ดังนี้

  • บาดแผลทางใจ: โรคกลัวความตายอาจเกิดขึ้นจากบาดแผลทางใจส่วนบุคคลหรือประสบการณ์ใกล้ตาย หรือจากการได้ยินคนอื่นพูดถึงประสบการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจของพวกเขา
  • สภาพแวดล้อม: เด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยมีพ่อแม่ที่วิตกกังวล ปกป้องมากเกินไป หรือชอบวิจารณ์มากเกินไป มีความเสี่ยงต่อความวิตกกังวล รวมถึงโรคกลัวบางอย่าง
  • ประวัติการละเมิด: ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทางร่างกาย หรือทางอารมณ์ มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคกลัวความตาย
  • การเสียชีวิตของสมาชิกในครอบครัว: ความกลัวตายสามารถเกิดขึ้นได้หลังจากที่บุคคลประสบกับการเสียชีวิตของพ่อแม่หรือพี่น้อง
  • คำสอนทางศาสนา: ศาสนาบางศาสนาสอนผู้คนว่าพวกเขาจะถูกลงโทษหลังความตาย สิ่งนี้สามารถนำไปสู่โรคกลัวความตายได้
  • อายุ: โรคกลัวความตายมักเกิดขึ้นในคนวัยกลางคนเมื่อเริ่มประสบกับความตายของเพื่อนและครอบครัว
  • การเจ็บป่วยเรื้อรัง: คนที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็งหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังระยะลุกลาม (COPD)
  • วิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุข: โรคระบาด เช่น โควิด-19

ความกลัวตายอาจเป็นต้นตอของอาการกลัวอื่น ๆ เช่น

  • Aerophobia (กลัวการบิน)
  • Agoraphobia (กลัวสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย และไม่สามารถขอความช่วยเหลือหากเกิดเหตุร้ายแรง)
  • Aquaphobia (กลัวน้ำ)
  • Arachnophobia (กลัวแมงมุม)
  • Claustrophobia (กลัวความแออัด, พื้นที่จำกัด)

อาการของโรคกลัวความตาย

หากคุณเป็นโรคกลัวความตาย การคิดถึงความตายอาจทำให้เกิดความรู้สึกตื่นตระหนก หวาดกลัว หรือซึมเศร้าอย่างรุนแรง คุณอาจหลีกเลี่ยงสถานที่ หรือสถานการณ์ที่ดูอันตราย และอาจหมกมุ่นอยู่กับสุขภาพของตัวเอง คอยตรวจสอบสัญญาณของการเจ็บป่วยอยู่ตลอดเวลา เช่น ตรวจสอบความดันโลหิต หรือค้นคว้าข้อมูลทางการแพทย์ ที่สำคัญมันสามารถพัฒนาไปสู่ภาวะ hypochondriasis หรือ โรคคิดไปเองว่าป่วย ซึ่งเป็นความผิดปกติจากความกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับการเจ็บป่วย

นอกจากนี้ การคิดมากเรื่องความตายก็อาจส่งผลให้เกิดอาการ ดังนี้

  • หนาวสั่น
  • อาการวิงเวียนศีรษะ
  • เหงื่อออกมากเกินไป
  • ใจสั่น
  • คลื่นไส้
  • หายใจถี่ (หายใจลำบาก)
  • ตัวสั่น
  • ท้องเสียหรืออาหารไม่ย่อย

การวินิจฉัยโรคกลัวความตาย

ไม่มีการทดสอบเพื่อวินิจฉัยโรคกลัวความตาย แต่แพทย์จะตรวจสอบอาการของคุณอย่างรอบคอบ และถามคำถามที่หลากหลาย ซึ่งโดยทั่วไปแพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคกลัวความตายด้วยปัจจัยต่อไปนี้

  • อาการคงอยู่เป็นเวลา 6 เดือน หรือนานกว่านั้น
  • อาการจะเกิดขึ้นทันทีที่คุณพบกับวัตถุหรือสถานการณ์ที่น่าหวาดกลัว
  • พยายามหลีกเลี่ยงวัตถุหรือสถานการณ์ที่ที่ตัวเองกลัว
  • มีปัญหาการทำงานในชีวิตประจำวันเนื่องจากความกลัว

หากอาการกลัวความตายรุนแรง และส่งผลต่อความสามารถในการทำงาน หรือในสถานการณ์ทางสังคม คุณควรรับการรักษาจากแพทย์ เพราะคุณอาจได้รับประโยชน์จากการจิตบำบัดซึ่งช่วยให้คุณพูดถึงความกลัวและความวิตกกังวลในใจได้ อย่ากลัวที่จะพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับความกลัวของคุณ เพื่อหาวิธีที่ดีต่อสุขภาพในการเอาชนะภาวะนี้

ที่มา clevelandclinic , verywellhealth

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...