โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

HATSAYA ชู “เครื่องเบญจรงค์ตกไม่แตก” เล็งส่งออกต่างประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ส.ค. 2566 เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2566 เวลา 10.39 น.

เจ้าของแบรนด์ “HATSAYA” ชูผลงานล่าสุด “เครื่องเบญจรงค์ตกไม่แตก” สู่ตลาดต่างประเทศ เล็งส่งออกเอเชีย ตะวันออกกลาง สร้างรายได้เข้าประเทศ

วันที่ 29 สิงหาคม 2566 นางสาวหัสยา ปรีชารัตน์ ช่างศิลปงานเครื่องเบญจรงค์ และเจ้าของแบรนด์ “HATSAYA” ได้รับการยกย่องเชิดชูเป็นครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2566 จาก sacit หรือสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ตนได้สร้างสรรค์เครื่องประดับที่เน้นลวดลายเครื่องเบญจรงค์ ที่สืบทอดฝีมือที่มีเป็นเอกลักษณ์ ต่อยอดจากรุ่นสู่รุ่นที่สั่งสมประสบการณ์งานเครื่องเบญจรงค์ดั้งเดิมของครอบครัว พร้อมประยุกต์นำมาเป็นแฟชั่นจิวเวลรี่ที่ร่วมสมัย โดยพร้อมที่จะต่อยอดผลงานและสร้างรายได้ต่อไปในอนาคต

ขณะที่เป้าหมายของการต่อยอดความสำเร็จในอนาคต ต้องการเปิดตลาดการค้าระหว่างประเทศ เผยแพร่งานเครื่องเบญจรงค์ที่สื่อสารอัตลักษณ์ความเป็นไทยไปยังต่างประเทศ อาทิ ภูมิภาคเอเชีย หรือตะวันออกกลาง เนื่องจากตลาดเหล่านี้ชื่นชอบความสวยงามของเครื่องเบญจรงค์ไทย

สำหรับผลงานโดดเด่นของ HATSAYA คือ เม็ดชาร์ม (Charm) ที่นำมาร้อยเรียงบนเครื่องเงินแท้ โดยทำเป็นจี้สร้อยคอ ต่างหู และสร้อยข้อมือ มีเฉดสีพรีเมี่ยมให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สีทอง สีแพลทินัม และสีโรสโกลด์ ที่สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้รับการตอบรับดีมีโอกาสได้ลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยผู้ชื่นชอบเครื่องประดับ และต่างชาติแถบเอเชีย ดูไบ และอาหรับ นิยมซื้อสินค้าเพื่อเป็นของฝากของขวัญ

อย่างไรก็ดี จากความมุ่งมั่นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ปรับตัวต่อสถานการณ์ ทำให้ตนต่อยอดงานเครื่องเบญจรงค์ที่ไม่ซ้ำใคร สร้างจุดขายใหม่อยู่เสมอ โดยล่าสุดยังได้พัฒนา “เครื่องเบญจรงค์ตกไม่แตก” ใช้ดินผสมมวลสารต่าง ๆ เข้าไป เพิ่มความหนาแน่นของดิน สร้างความยืดหยุ่น แข็งแรง และไม่ลืมที่จะใส่รายละเอียดต่าง ๆ ของลวดลายที่ร่วมสมัย ซึ่งในตลาดยังไม่มีสินค้าประเภทเบญจรงค์ตกไม่แตกแบบนี้ สิ่งเหล่านี้คือจุดแข็งของแบรนด์ HATSAYA การนำเอาองค์ความรู้มาพัฒนาแบรนด์อย่างแท้จริง

นางสาวหัสยากล่าวอีกว่า จุดแข็งที่ทำให้ HATSAYA เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากความผสมผสานระหว่างงานเบญจรงค์ไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พัฒนาต่อยอดสู่เครื่องประดับที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีการเรียนรู้ช่องทางการขายให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดที่ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้

โดยระยะเวลาที่ผ่านมา HATSAYA พยายามเดินสายออก Pop-Up Store ทุกเดือน เพื่อให้คนรู้จักมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังไม่หยุดพัฒนาเปิดตัว Collection ใหม่ ๆ อยู่เสมอ แต่ทุกชิ้นงานจะยังคงเน้นอัตลักษณ์ความเป็นไทย ด้วยลวดลายเครื่องเบญจรงค์ที่มีเอกลักษณ์ เพราะนอกจากจะเป็นการพัฒนาสินค้าเท่าทันต่อความต้องการตลาดแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ เผยแพร่เอกลักษณ์ความเป็นไทยให้คงอยู่

“งานเครื่องเบญจรงค์เป็นศิลปหัตถกรรมที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งทางด้านรูปทรงและลวดลายต่าง ๆ จึงมองว่างานหัตถศิลป์ไทยเหล่านี้จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากความนิยมซื้อเป็นของที่ระลึก มอบของขวัญให้แขกผู้ใหญ่ หรือของขวัญคู่ค้าต่างชาติ เพราะชิ้นงานที่บ่งบอกชัดเจนถึงความเป็นไทย”

จากความมุ่งมั่นสืบทอดภูมิปัญญาด้านงานเบญจรงค์มาโดยตลอด ทำให้วันนี้คุณหัสยาเป็นหนึ่งในผู้ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นครูช่างศิลปหัตถกรรมไทย ประจำปี 2566 ของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ sacit ประจำปีนี้ด้วย

“รู้สึกเป็นเกียรติ และภูมิใจที่ทาง sacit ได้เชิดชูเป็นครูช่างศิลปหัตถกรรม เพราะเหมือนเป็นกำลังใจให้เราสานต่องานตรงนี้ขึ้นไปอีก ที่ผ่านมาเราได้ร่วมงานกับ sacit มาตั้งแต่ได้รับการเชิดชูเป็นทายาทช่างศิลปหัตถกรรม เมื่อปี 2560 หรือกว่า 6 ปีแล้ว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...