เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (297) 成语故事 (二九七)
เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (297) 成语故事(二九七)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 笑里藏刀/笑裏藏刀 xiào lǐ cánɡ dāo (เซี่ยว หลี่ ฉาง ตาว) โดยคำว่า笑 xiào (เซี่ยว) ยิ้ม หัวเราะ 里/裏 lǐ (หลี่) แปลว่า ใน ท่ามกลาง 藏 cánɡ (ฉาง) ซ่อน 刀 dāo (ตาว) มีด เมื่อร่วมกันแล้วจะหมายถึงยิ้มซ่อนมีด ท่ามกลางรอยยิ้มที่ซ่อนมีดไว้ ยิ้มที่ไม่จริงใจ ยิ้มที่มีเล่ห์กล เป็นการใช้รอยยิ้มเพื่ออำพรางเจตนาที่แท้จริง ถ้าเทียบกับไทยก็จะเป็นคำว่า ปากหวานก้นเปรี้ยวนั่นเอง มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
ซุนจื่อ 孙子/孫子 Sūnzi หรือ ซุนวู นั้น ได้รับการยกย่องว่าเป็นบรมครูแห่งกลยุทธ์การศึก งานเขียนของท่านในตำราพิชัยยุทธ์《孙子兵法》Sūnzi bīnɡfǎ (ซุนจื่อ ปิงฝ่า) เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคชุนชิว เมื่อเกือบสองพันห้าร้อยปีที่แล้ว แต่แนวคิด วิธีการ เล่ห์กลต่างๆ ก็ไม่เคยล้าสมัยเลย จนถูกนำไปแปล และเผยแผ่ไปทั่วโลก ส่วนผู้ศึกษาตำราเล่มดังกล่าว จะเข้าใจได้แจ่มแจ้งแค่ไหนก็คงต้องรอการพิสูจน์ในยามต้องการใช้จริงๆ เท่านั้น และในประวัติศาสตร์จีน มีการนำกลยุทธ์ของซุนจื่อไปใช้มากมาย เช่น ยุคซานกั๋ว 三国/三國 Sānɡuó (สามก๊ก) ของจีน มีการใช้กลยุทธ์ยิ้มซ่อนมีดนี้เพื่อจัดการกับกวนอู 关羽/關羽 Guān Yǔ (กวน อวี่) ผู้ทรนงที่ยึดครองเมืองเกงจิ๋ว 荆州 Jīnɡzhōu (จิงโจว)
มีเรื่องเล่าว่า ช่วงก่อนก่อเกิดเป็นสามก๊ก โจโฉ 曹操 Cáo Cāo (เฉาเชา) เป็นผู้มีอำนาจทางการทหารที่แข็งแกร่งมาก ยากที่จะมีเจ้าเมืองคนใดต้านทานกองทัพของเฉาเชาได้เพียงลำพัง ดังนั้น กองกำลังของเล่าปี่ 刘备/劉備 Liú Bèi (หลิวเป้ย) กับซุนกวน 孙权/孫權 Sūn Quán (ซุนฉวน) จึงต้องจับมือกันสู้กับกองทัพโจโฉ เมื่อเสร็จศึกเผาทัพเรือโจโฉแล้ว ความสัมพันธ์ของเล่าปี่กับซุนกวนก็มิสู้ดีนัก เนื่องจากกองทัพเล่าปี่ก่อนหน้านี้ ได้ขอยืมใช้เมืองเกงจิ๋วเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว แต่เมื่อตั้งตัวได้แล้ว ก็ไม่คิดจะคืนดินแดนดังกล่าวให้ แถมยังแต่งตั้งกวนอูไปเป็นเจ้าเมืองปกครองอีก เป็นที่รู้กันว่ากวนอูนั้นมีฝีมือการรบที่ไม่เป็นสองรองใคร ทั้งยังรอบรู้พิชัยสงครามพอตัว กองทัพของซุนกวนจึงไม่อาจทำอะไรได้ในตอนต้น
(ที่มาภาพ : https://www.sohu.com/a/340911939_100015512)
แต่แล้วครั้งหนึ่งเมื่อโอกาสมาถึง เมื่อยามที่กวนอูยกทัพขึ้นเหนือ หมายจะไปโจมตีเอาเมืองเพิ่มจากดินแดนของเฉาเชา โอกาสทองจึงมาถึง ฝ่ายกองทัพของซุนกวนไม่รอช้ารีบวางแผนโจมตียึดเมืองเกงจิ๋วคืน เพื่อให้กวนอูตายใจ ทางกองทัพของซุนกวนจึงวางแผนทำทีเป็นแต่งตั้งแม่ทัพหนุ่มน้อย นามว่า ลกซุน 陆逊/陸遜 Lù Xùn (ลู่ซวิ่น) ผู้ไม่ประสีประสาในการศึกให้เป็นแม่ทัพใหม่ เมื่อลกซุนได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพแล้ว ก็เขียนจดหมายไปแสดงตนต่อกวนอูว่า ตนเป็นผู้น้อยรุ่นลูกรุ่นหลาน ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ ตนเองไร้ประสบการณ์ ความรู้ก็มีเพียงน้อยนิด ต่อไปภายหน้าต้องขอคำชี้แนะต่างๆ จากท่านกวนอูด้วย ซึ่งเมื่อกวนอูอ่านจดหมายจบก็หัวเราะชอบใจใหญ่ คิดว่ากองทัพของซุนกวนคงไร้คนมีฝีมือเสียแล้ว
ดังนั้น เมื่อตอนยกทัพไปโจมตีเมืองในเขตของโจโฉ เขาจึงยกทัพแทบทั้งหมดออกไปจากเมืองเกงจิ๋ว เพราะคิดว่ากองทัพซุนกวนคงไม่กล้าคิดทำอะไร แต่หารู้ไม่ว่า เมื่อกวนอูยกทัพออกจากเมืองไป กองทัพซุนกวนก็ถือโอกาสโจมตียึดเมืองเกงจิ๋วไปได้อย่างง่ายดาย ส่วนกวนอูที่หลงใหลในคำยกยอ คำพูดอันอ่อนน้อมนั้น จึงทำให้กวนอูพลาดท่าครั้งสำคัญ จนถึงกับเอาชีวิตไปทิ้งในการศึกครั้งนี้ให้กับเด็กรุ่นลูกที่เค้ามองว่าไร้ประสบการณ์ ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม นามว่าลกซุนนี่เอง
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:外表和善,但是内心却阴险毒辣。
成語比喻:外表和善,但是內心卻陰險毒辣。
Chénɡyǔ bǐyù:Wàibiǎo héshàn, dànshì nèixīn què yīnxiǎn dúlà.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่ : ไว้เปี่ยว เหอฉ้าน, ต้านฉื้อ เน่ยซิน เชว่ อินเสี่ยน ตู๋ล่า
สุภาษิตเปรียบว่า ภายนอกดูใจดีเมตตา แต่ภายในกลับชั่วร้าย
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
自古以来,在社会过生活,一定要注意的就是那些笑里藏刀的人。
自古以來,在社會過生活,一定要註意的就是那些笑裏藏刀的人。
Zìɡǔ yǐlái, zài shèhuì ɡuò shēnɡhuó, yīdìnɡ yào zhùyì de jiùshì nàxiē xiàolǐcánɡdāo de rén.
จื้อกู่ อี่ไหล, จ้าย เฉ้อหุ้ย กั้ว เฌิงหัว, อีติ้ง เหย้า จู้อี้ เตอะ จิ้วฉื้อ น่าเซีย เซี่ยวหลี่ฉางตาว เตอะ เหริน
ตั้งแต่โบราณกาลมา การใช้ชีวิตในสังคมนั้น สิ่งที่พึงต้องระวังมากก็คือคนประเภทปากหวานก้นเปรี้ยว