โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจ ป้าจ้อย แม่วัย 94 ปี สู้ชีวิตเลี้ยงลูกสาวฝาแฝดพิการติดเตียง ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ

มุมข่าว

เผยแพร่ 11 ส.ค. 2566 เวลา 05.22 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เปิดใจ ป้าจ้อย แม่วัย 94 ปี สู้ชีวิตเลี้ยงลูกสาวฝาแฝดพิการติดเตียง ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ

วันนี้11 ส.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนถึงวันแม่แห่งชาติ มีเรื่องรักที่มีต่อแม่ไม่มีเสื่อคลาย ว่า ที่หมู่ 7 ต.ดงพระราม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี มีเรื่องราวความรักของแม่ต่อลูก ที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย ที่แม่เฒ่า วัย 94 ปี ชื่อนางจ้อย จิตรพินิจ ที่มีต่อลูกสาวฝาแฝดพิการ จ.ปราจีนบุรี กับลูกสาวฝาแฝด คือ น.ส.ธิดารัตน์ หรือเล็ก และน.ส.ธัญญา หรือใหญ่ อายุ 52 ปี

โดยลูกสาวฝาแฝดของนางจ้อยนั้น เป็นโรคกระดูกงอกมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ส่งผลให้ลูกฝาแฝดทั้งคู่ของนางจ้อยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จนถึงปัจจุบันแม่ต้องดูแลลูกสาวฝาแฝดทั้งคู่มาหลายสิบปีแล้ว

โดยแต่ละวันจะคอยดูแลลูกสาวฝาแฝดพิการทั้งคู่ นับจากการให้น้ำ ป้อนข้าว ทำความสะอาด ไม่ให้เกิดแผลกดทับ เพราะลูกสาวทั้ง 2 ที่พิการ คนแรกธิดารัตน์จะนอนกับที่อย่างเดียวลุกไม่ได้ ส่วนกัลยา ลุกยืนได้ แต่ก็ต้องช่วยประคับประคอง และนั่งไม่ได้แต่ต่อมาในช่วงหลังนี้ ฝาแฝดทั้งคู่ต้องนอนติดเตียงตลอด

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้น เป็นบ้านปูนชั้นเดียวของป้าจ้อย พบป้าจ้อยกำลังป้อนข้าวให้ลูกรักทั้งคู่อย่างเมตตา และ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ป้าจ้อย กล่าวถึงความรู้สึกว่า ความรู้สึกของป้าจ้อย ที่มีต่อลูกสาวฝาแฝดนั้น รักและทะนุถนอมดูแลลูกตลอด และสงสารมาก ที่ลูกสาวฝาแฝดพิการของเธอ กำพร้าพ่อมาตั้งแต่เล็ก แม่รักลูกอย่างไรก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

โดยเฉพาะลูกสาวฝาแฝดทั้ง 2 เกิดมาไม่เหมือคนคนอื่น พ่อมาเสียชีวิตตั้งแต่ทั้งคู่อยู่ในท้องประมาณ 3 เดือน ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ พอ อายุได้ 6 ขวบก็มาพิการแล้ว เกรงว่า ในปั้นปลายนี้ ที่ตนเองสังขารทรุดโทรมมากเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ยิ่งตอนนี้แก่มาก หูตึงฟังไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว เดินเหินลำบากมาด่วนตายจากไปลูกพิการจะเป็นอย่างไร? ลูก ๆที่เหลือเกรงว่าจะล้มระหว่างดูแลลูกฝาแฝดได้หาคนมาช่วยป้าจ้อยช่วยดูแลเพิ่มอีกแรงหนึ่ง จึงพอเบาแรงไปได้บ้าง

ก่อนหน้านี้ลูกชายป้าจ้อย ที่บวชเป็นพระนานกว่า 22 พรรษา ได้ลาสิกขาออกมาดูแลแม่ และน้องฝาแฝดทั้ง 2 คอยหาปลา หาผัก มาหุงหาเลี้ยงน้องและแม่ที่แก่ชรามากแล้ว และไม่มีรายได้อื่นใด นอกจากเบี้ยคนแก่ เบี้ยคนพิการของฝาแฝดทั้ง 2 และความเมตตาข้าวก้นบาตรจากหลวงพ่อเงินวัดสะเดาโด่(วัดแก้วสามัคคี)

ทั้งนี้ ก่อนหน้า นั้นปี พ.ศ.2551 ป้าจ้อย เคยได้รับรางวัล “แม่ดีเด่น” จากนางพรรณี แก่นสุวรรณ ผวจ.ปราจีนบุรี เนื่องในวันแม่แห่งชาติเป็นขวัญและกำลังใจมาก่อนหน้านี้ และยังได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อเงินเจ้าอาวาสวัดสะเดาโด่(วัดแก้วสามัคคี) คอยเมตตาให้ข้าวก้นบาตรมาโดยตลอด

และ จากอดีตที่เมื่อก่อนนี้นั้น คุณยาย จะเดินไปทำกิจกรรมช่วยเหลืองานพระสงฆ์ ที่วัดแก้วสามัคคีธรรม (วัดสระเด่าโด่) ปัดกวาด ถู ล้างจาน จัดเสนาสนะ ขากลับก็จะนำอาหารจากวัดหรือข้าวก้นบาตรพระมาให้ลูกสาวทั้ง 2 คนได้รับประทาน ตอนนี้เดินเหินลำบากจึงเฝ้าคอยดูแลลูกฝาแฝดเท่านั้น”ป้าจ้อยกล่าว

และหากประชาชน ได้รับทราบเรื่องราวความรักของยอดคุณแม่วัย 94 ปี ต่อลูกสาวฝาแฝดพิการทั้งคู่นี้แล้ว หากมีผู้มีจิตเมตตาอยากช่วยเหลืออดีตแม่ดีเด่น กับลูกสาวฝาแฝด สามารถดูแลช่วยเหลือได้ นางจ้อย จิตรพินิจ

ข่าวโดย ชัชวาล ศิริปิ่น ผู้สื่อข่าวจังหวัดปราจีนบุรี

เรียบเรียง มุมข่าว by siamnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...