ข้อดี-ข้อเสีย การแบ่งจ่ายเงินเดือน 2 รอบ
ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…
Facebook| Line| Youtube | Instagram
ช่วงกลาง ก.ย. 66 มีข่าว ครม.ชุดใหม่ มีแผนแบ่งการจ่ายเงินเดือนข้าราชการเป็น2 งวด จนเกิดเป็นกระแสบนโลกโซเชียลที่หลากหลาย
อย่างไรก็ตามด้วยเงินเดือนเท่ากัน เช่น รับเงินสิ้น ม.ค. 20,000 บาท เทียบกับการแบ่งรับ15 ม.ค. 10,000 บาท และ31 อีก10,000 บาท รวมแล้วในแต่ละเดือนก็ยังมีรายได้เท่าเดิม แล้วการแบ่งรับเงินเดือน ไม่ว่าสำหรับข้าราชการหรือพนักงานเอกชน มีความแตกต่างกันอย่างไรWealth Me Up มีคำตอบมาฝากกัน
แบ่งรับเงินเดือน ยังมีข้อดี
1. มีโอกาสมากขึ้น: หากเราเลือกได้ว่าเดือนหน้า จะขอรับเงินเดือนวันที่1 ทันทีหรือรอไปรับวันที่31 ดี เชื่อว่าหลายคนคงเลือกรับตั้งแต่วันที่1 เลย ซึ่งเกิดจาก2 สาเหตุ(ก) “ความรู้สึก” ยิ่งได้เงินเร็ว ยิ่งสบายใจที่มีเงินเข้าบัญชีและอำนาจการซื้อเร็วขึ้น(ข) “โอกาส/ต้นทุนการเงิน” การได้เงินมาโปะหนี้ก่อน ทำให้ดอกเบี้ยโดยรวมลดลง เช่น การผ่อนหนี้บ้านเร็วขึ้น15 วันทุกรอบ ดอกเบี้ยที่ลดลงจะเสมือนได้ส่วนลดค่าบ้านประมาณ1%* หรือหากใครไม่มีหนี้ก็สามารถนำไปฝากธนาคาร เพื่อให้เงินได้ทำงานเร็วขึ้นไปครึ่งเดือน
*คำนวณจากวงเงินกู้1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย5% ต่อปี สัญญาผ่อน30 ปี
2. ช่วยคุมงบใช้จ่าย: ธรรมชาติคนทั่วไปไม่ว่ามีเงินเยอะหรือน้อย มักมีนิสัยใช้จ่ายตามเงินที่มี เช่น เมื่อได้รับเงิน20,000 บาท ในช่วงแรกอาจเลือกที่ไปสังสรรค์หรือซื้อสินค้าราคาสูง จนเริ่มรู้ตัวว่าเงินในบัญชีเหลือน้อยจึงค่อยคุมค่าใช้จ่ายให้น้อยลง แต่ถ้าได้รับเงินครั้งละ10,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการสังสรรค์หรือซื้อของฟุ่มเฟือยจะน้อยลงตามเงินที่ได้รับ และหากเผลอใช้จ่ายเกินตัว ก็รออีกไม่เกิน15 วัน ก็ได้รับเงินเข้ามาอีกเพื่อใช้จ่ายในครึ่งเดือนต่อไปได้
3. เปลี่ยนพฤติกรรมใช้ชีวิต: เช่น เดิมร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ มักมีลูกค้าแออัดในช่วงสิ้น–ต้นเดือนตามช่วงที่เงินเดือนออก ส่งผลต่อต้นทุนภาคธุรกิจ เช่น ค่าจ้างพนักงาน ฯลฯ ที่ต้องจ่ายทั้งเดือนเตรียมรองรับลูกค้าจำนวนมากที่เข้าเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น แต่เมื่อหลายคนได้รับเงินหลายครั้ง การไปใช้บริการ ก็มีการกระจายตัว ไม่ต้องรอต่อคิวนาน ช่วงสิ้น–ต้นเดือนอย่างที่ผ่านมา
ข้อควรระวัง เมื่อแบ่งรับเงินเดือน
1. ระวังค่าใช้จ่ายผูกพัน: เช่น ภาระผ่อนธนาคาร ค่าเบี้ยประกันรายเดือน ฯลฯ ที่มักเป็นการหักยอดเต็มรายเดือน รวมถึงเงินประกันสังคม/กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กบข. หากไม่ได้แบ่งหัก2 ครั้งตามเงินเดือน แม้แต่ละรอบจะได้รับเงินเดือนเท่ากันแต่เงินเหลือใช้จ่ายจะต่างกัน เราจึงต้องเข้าใจและรู้จักจัดสรรเงินที่ได้มาตอนกลางเดือนให้ดี
2. เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้: โดยปกติเจ้าหนี้ที่เป็นสถาบันการเงินมักให้ผู้กู้เลือกหักเงินค่าผ่อนจากบัญชีเงินฝากซึ่งมักเป็นบัญชีเงินเดือน ซึ่งหากใครมีกู้หลายอย่างหรือมีภาระผ่อนหนี้เกิน50% ของเงินเดือน ก็มีความเสี่ยงที่หากจัดสรรเงินไม่ดี เงินในบัญชีอาจไม่พอให้หักค่าผ่อนได้เต็มจำนวน ซึ่งจะส่งผลต่อประวัติการชำระหนี้และการขอกู้ในอนาคตได้
การรับเงินเดือน ไม่ได้สำคัญว่าแบ่งรับกี่ครั้ง แต่สำคัญที่ยอดรับเงินรวมทั้งเดือนอยู่ที่เท่าไร และวินัยทางเงินของผู้รับเงินแต่ละคน ในสังคมยังมีอีกหลายอาชีพที่สามารถดำรงชีวิตและมีเงินเก็บได้ ทั้งที่รายได้ไม่แน่นอนเมื่อรับเงินมาแต่ละครั้งก็จำเป็นต้องใส่ใจในการจัดสรร เพราะในเดือนต่อไป เขาเหล่านั้นอาจไม่มีรายได้เข้าเหมือนอย่างมนุษย์เงินเดือนทั่วไป