เพจจองที่พักปากช่อง ระบาดหนัก หยุดยาว 4 วัน พบ ปชช.ถูกหลอก กว่า 20 ราย
เพจจองที่พักปากช่อง ระบาดหนัก หยุดยาว 4 วัน พบ ปชช.ถูกหลอก กว่า 20 ราย
จากกรณีเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม น.ส.สุรสา เดินทางเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ประยงค์ หวังกุลกลาง รอง สว.(สอบสวน) สภ.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่า ตนถูกหลอกให้โอนเงินจองห้องในเพจโรงแรม ที่เป็นเพจปลอม จึงได้มาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานและติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ร.ต.อ.ประยงค์ หวังกุลกลาง รอง สว.(สอบสวน) สภ.หมูสี กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 28-31 กรกฎาคม รวม 4 วัน ในช่วงวันหยุด มีผู้เสียหายถูกเพจ จองบ้านพักปลอม หลอกให้โอนเงินค่าที่พักเข้ามาแจ้งความ ถูกเพจหลอกแล้วรวม 22 ราย ของ สภ.ปากช่อง 3 ราย รวมเป็น 25 ราย สูญเงินไปแล้วเกือบหนึ่งแสนบาท โดยไม่นับกับที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอีกจำนวนไม่น้อยซึ่งพนักงานสอบสวนแต่ละท่านได้รับแจ้งไว้
พ.ต.อ.โยธิน วรรณทวี ผกก.สภ.หมูสี กล่าวว่า กลุ่มมิจฉาชีพทำเพจปลอม เลียนแบบของทางโรงแรมนั้นทุกอย่างและหลายโรงแรม แต่ก็พบว่ามีโรงแรมเดียวกันหลายครั้ง และมีผู้เสียหายจำนวนมาก เนื่องจากในพื้นที่รับผิดชอบ มีโรงแรม รีสอร์ต กระจายอยู่เป็นจำนวนมาก จึงขอให้ประชาชนที่จะจองที่พักตามโรงแรม รีสอร์ต ให้ตรวจสอบเพจให้ละเอียดและก่อนจะโอนเงินค่าที่พักควรให้สังเกตก่อนว่า บัญชีที่จะโอนเป็นชื่อบุคคล หรือในนามของโรงแรม ให้สังเกตไว้ว่าถ้าโอนเข้าบัญชีส่วนบุคคลน่าจะเป็นการถูกหลอกแน่นอน
ซึ่งอำเภอปากช่อง มีพื้นที่กว้าง มีสถานีตำรวจภูธร รวม 4 สถานี เช่น สถานีตำรวจภูธรปากช่อง, กลางดง, หนองสาหร่าย และหมูสี โดยมีโรงแรม รีสอร์ต กระจายทุกพื้นที่ และทราบว่า ที่ สภ.ปากช่องมีผู้ถูกหลอกให้โอนเงินค่าที่พัก จำนวน 3 ราย ของ พ.ต.ท.นิติรัฐ บุษบา พงส.(สอบสวน) รวมกับ สภ.หมูสี เป็น 25 ราย
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง กล่าวว่า ในพื้นที่ปากช่อง มีผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต มากกว่า 300 ราย กระจายอยู่ในพื้นที่ ต.หมูสี ใกล้อุทยานฯเขาใหญ่ ซึ่งมีตั้งแต่ระดับ 5 ดาว ลงมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ทางสมาคมได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวว่า มีเพจที่พักปลอมหน้าเพจทำเหมือนสถานบริการนั้นๆ โดยเฉพาะเพจปลอมที่พักถนนผ่านศึก และถนนธนะรัชต์ ใกล้เขาใหญ่ มีผู้ถูกหลอกให้โอนเงินไปแล้วกว่า 100 ราย ยิ่งในช่วงวันหยุดยาว ก็จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมได้รับความเสียหายที่ไปอ้างชื่อสถานที่หลอกลวง
รวมทั้งชุมชนได้รับความเสียหาย จึงฝากไปถึงผู้ประกอบการโรงแรมหมั่นตรวจสอบเพจของตนเองบ่อยๆ เพราะผู้เสียหายส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด และเงินที่เสียไปจำนวนไม่มากจะมารอติดตามก็คงไม่คุ้มการเสียเวลา ก็เพียงมาแจ้งความตำรวจเอาไว้ และฝากเตือนให้ทุกคนตรวจสอบให้ละเอียดก่อนจะโอนเงินให้ขบวนการหลอกลวง