เหตุระเบิดร้านกาแฟในเมืองหลวงซีเรีย คร่าชีวิต 9 ราย
เหตุระเบิดเขย่าร้านกาแฟในกรุงดามัสกัส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บ 20 คน ท่ามกลางการแสวงหาเสถียรภาพหลังจากสงครามที่ยาวนานกว่าทศวรรษ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของซีเรียรวมตัวกัน ณ จุดเกิดเหตุระเบิดที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม (Photo by LOUAI BESHARA / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 กล่าวว่า เกิดเหตุระเบิดในร้านกาแฟแห่งหนึ่งกลางกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บ 20 คน
กรณีนี้นับว่าเป็นเหตุระเบิดที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่เหตุโจมตีฆ่าตัวตายในโบสถ์เมื่อปีที่แล้ว และยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบในทันที
เหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้กับศาลยุติธรรมซึ่งเป็นอาคารสำคัญของรัฐบาลในกรุงดามัสกัส ส่งผลให้เกิดความโกลาหลในบริเวณดังกล่าวที่มีคนพลุกพล่าน
รถพยาบาลวิ่งฝ่าการจราจรพร้อมเสียงไซเรนดังลั่นมุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าว
สถานีโทรทัศน์ของรัฐรายงานว่า "เหตุระเบิดในร้านกาแฟใกล้กับศาลยุติธรรมในกรุงดามัสกัส เกิดจากระเบิดที่วางไว้ในบริเวณนั้น"
กระทรวงมหาดไทยระบุว่า "ระเบิดแสวงเครื่องประกอบด้วยเศษโลหะ ซึ่งก่อให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสและความเสียหายอย่างมาก"
เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด, สอบปากคำพยาน และเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากที่เกิดเหตุ
นูร์ คัยยัต วัย 40 ปี เจ้าของร้านขายแบตเตอรี่สำหรับแผงโซลาร์เซลล์ใกล้จุดเกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า "เวลาประมาณ 15.00 น. ผมได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น และหน้าร้านก็สั่นสะเทือน ผู้คนต่างวิ่งไปที่ร้านกาแฟและโทรเรียกรถพยาบาล"
โมฮัมเหม็ด อัล-ดาฮาบี เจ้าของร้านแว่นตาที่อยู่ติดกับร้านกาแฟ ตัวสั่นขณะบรรยายถึงเหตุระเบิด โดยกล่าวว่า "ผมรู้สึกถึงแรงกดดันอย่างมาก และสถานที่ทั้งหมดสั่นสะเทือน"
"ผมวิ่งไปที่นั่นและเห็นผู้คนนอนอยู่บนพื้น มีเลือดไหลนองอยู่รอบๆ ตัวพวกเขา" เขากล่าวเสริม โดยบอกว่าภาพที่เห็นทำให้นึกถึงเหตุการณ์ระเบิดที่ดามัสกัสเคยประสบในช่วงสงครามกลางเมืองซีเรียเกือบ 14 ปี
เมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ มาเฮอร์ เอลดิบี ผู้ว่าการกรุงดามัสกัสกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เริ่มการสอบสวนแล้ว และผู้ที่รับผิดชอบต่อการนองเลือดครั้งนี้จะต้องถูกลงโทษ
"ทุกครั้งที่ประเทศมีความมั่นคง ฝ่ายที่ประสงค์ร้ายก็จะพยายามทำให้ประเทศไม่มั่นคง" เขากล่าว
ตุรเคียซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทางการอิสลามของซีเรีย ก็ประณามการโจมตีและให้คำมั่นว่าจะรักษาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับซีเรียตลอดกระบวนการนี้ ตามแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศ
หลายประเทศอาหรับก็ประณามการโจมตีเช่นกัน รวมถึงอิรัก, จอร์แดน, กาตาร์ และอียิปต์
สันนิบาตอาหรับและคณะมนตรีความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย (GCC) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ต่างประณามว่าเป็นการวางระเบิดของผู้ก่อการร้าย
นับตั้งแต่การโค่นล้มบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้ปกครองประเทศมายาวนานในเดือนธันวาคม 2024 ทางการใหม่ของซีเรียภายใต้การนำของประธานาธิบดีอาห์เหม็ด อัล-ชารา ได้พยายามที่จะควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่, ฟื้นฟูความมั่นคง และรวมประเทศให้เป็นหนึ่งเดียว
ดามัสกัสเป็นสถานที่เกิดเหตุโจมตีและเหตุการณ์ต่างๆ มากมายนับตั้งแต่ทางการชุดใหม่เข้ารับตำแหน่ง
เหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2025 เมื่อเกิดการโจมตีโบสถ์ในดามัสกัสที่คร่าชีวิตผู้คนไป 25 ราย
ต่อมากลุ่มอิสลามสุหนี่กลุ่มหนึ่งได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีฆ่าตัวตายครั้งนั้น ในขณะที่ทางการกล่าวโทษกลุ่มไอเอส
เมื่อไม่นานมานี้ก็มีเหตุการณ์อื่นๆ เกิดขึ้นอีก รวมถึงการเสียชีวิตของทหารนายหนึ่งในเดือนพฤษภาคมจากการวางระเบิดรถยนต์ในเมืองเก่าของดามัสกัส.