สภาคองเกรสสหรัฐฯ สกัดอำนาจทรัมป์! ผ่านมติจำกัดการทำสงครามอิหร่าน รีพับลิกันแตกแถวร่วมโหวต
สภาคองเกรสสหรัฐอเมริกาผ่านมติสำคัญเพื่อจำกัดอำนาจการทำสงครามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังวุฒิสภาซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก ลงมติเห็นชอบมาตรการที่กำหนดให้ประธานาธิบดีต้องยุติปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน หรือขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก่อนดำเนินการทางทหารต่อไป
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติผ่านมาตรการดังกล่าวด้วยคะแนน 50 ต่อ 48 เสียง โดยมีสมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันจำนวนหนึ่งร่วมลงคะแนนสนับสนุนกับพรรคเดโมแครต สะท้อนถึงความกังวลต่อความขัดแย้งกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้อนุมัติมติดังกล่าวไปแล้วเมื่อต้นเดือนมิถุนายน โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกันหลายรายร่วมลงมติเห็นชอบเช่นกัน ส่งผลให้ทั้งสองสภาของสภาคองเกรสมีจุดยืนร่วมกันในการจำกัดอำนาจฝ่ายบริหารด้านการทำสงคราม
แม้มติดังกล่าวจะผ่านความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแล้ว แต่ยังถือเป็นมาตรการเชิงสัญลักษณ์ เนื่องจากไม่มีการส่งให้ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนาม และไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายโดยตรง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่ามติดังกล่าวอาจถูกหยิบยกไปใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการต่อสู้ทางกฎหมายในอนาคตได้
การลงมติครั้งนี้นับเป็นเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองของสหรัฐฯ เพราะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การประกาศใช้กฎหมาย War Powers Resolution เมื่อปี 2516 ที่ทั้งสองสภาของสภาคองเกรสร่วมกันอนุมัติมติเพื่อจำกัดหรือยุติปฏิบัติการทางทหารของประธานาธิบดี
นักวิเคราะห์มองว่า การผ่านมติดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อทำเนียบขาวให้เร่งหาทางยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น และกระแสต่อต้านสงครามจากประชาชนสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตามกฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ การดำเนินปฏิบัติการทางทหารเกินกว่า 60 วัน จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส โดยปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คณะทำงานของทรัมป์ยืนยันว่าการหยุดยิงเมื่อเดือนเมษายนทำให้ต้องเริ่มนับกรอบเวลาใหม่อีกครั้ง
นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังสามารถขยายระยะเวลาการดำเนินปฏิบัติการออกไปได้อีก 30 วัน หากมีเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติรองรับ
ปัจจุบัน สหรัฐฯ และอิหร่านได้ตกลงขยายเวลาหยุดยิง และกำลังเดินหน้าความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ผู้นำทั้งสองประเทศลงนามร่วมกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีกรอบเวลา 60 วันในการเจรจาข้อตกลงฉบับใหม่ที่ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อหาทางยุติปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างถาวร
#โดนัลด์ทรัมป์ #Trump #สภาคองเกรสสหรัฐ #วุฒิสภาสหรัฐ #สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน #สงครามอิหร่าน #ข่าวต่างประเทศ #การเมืองโลก #ข่าวโลก #USCongress #USSenate #WarPowersResolution #MiddleEast #Iran #UnitedStates #Geopolitics #BreakingNews #ข่าวด่วน #ทำเนียบขาว #เดโมแครต #รีพับลิกัน #ราคาน้ำมัน #วิกฤตตะวันออกกลาง #นิวเคลียร์อิหร่าน #สงครามตะวันออกกลาง #การทูตโลก #WorldNews #InternationalNews #ข่าวการเมือง #วิเคราะห์การเมือง #สหรัฐอิหร่าน #ทรัมป์ล่าสุด #ข่าววันนี้ #อัปเดตข่าวโลก