รวบ “อาจารย์เสือ” จอมขมังเวทเชียงใหม่ ลวงลูกเลี้ยงวัย 18 ลงนะหน้าทองในม่านรูด ก่อนบังคับข่มขืน
(26 พ.ค. 69) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ นำหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ บุกเข้าจับกุม นายกมลเทพ อายุ 43 ปี หรือที่รู้จักในวงการสายมูคือ “อาจารย์เสือ บ้านฟ่อน” ได้คาบ้านพัก หมู่ 2 ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้าย” พร้อมตรวจยึดของกลางอาวุธปืนพกสั้นมีทะเบียน 6 กระบอก ปืนอัดลมยาวไทยประดิษฐ์ผิดกฎหมาย 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนอีกหลายร้อยนัด และยาบ้าจำนวน 5 เม็ด ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน
พ.ต.อ.จักรียุทธ โชติวชิระพงษ์ ผกก.สภ.หางดง เปิดเผยว่า นายกมลเทพ หรืออาจารย์เสือ ในอดีตเคยบวชเรียนเป็นลูกศิษย์ของเกจิชื่อดังแห่งวัดบ้านฟ่อน หลังจากสึกออกมาได้ตั้งตนเป็นอาจารย์สายมู ทำพิธีสักยันต์ ทำเทียนสะเดาะเคราะห์ แก้กรรม และลงนะเมตตามหานิยม โดยมักชอบทำพิธีในป่าช้าจนมีชื่อเสียง มีลูกศิษย์เลื่อมใสทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก ถึงขั้นเคยเดินทางไปทำพิธีแก้กรรมที่ประเทศไต้หวันอยู่บ่อยครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ภรรยาของอาจารย์เสือได้พาลูกสาววัย 18 ปี (ซึ่งเป็นลูกติดของภรรยา) เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนว่า ถูกอาจารย์เสือข่มขืนกระทำชำเรา โดยเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 2567 ผู้ต้องหาได้ออกอุบายให้ลูกเลี้ยงขับรถไปส่งซื้อของ ก่อนจะใช้คราบจอมขมังเวททักว่าลูกเลี้ยงกำลังดวงตกอย่างหนัก และใช้อาวุธปืนที่บรรจุกระสุนพร้อมยิงขึ้นมาข่มขู่บังคับให้ขับรถเข้าโรงแรมม่านรูด จากนั้นสั่งให้ถอดเสื้อผ้าเพื่อทำพิธีลงแผ่นทองบริเวณใต้สะดือ และบังคับล่วงละเมิดทางเพศ โดยอ้างว่าหากจะแก้กรรมให้สำเร็จต้องมีเพศสัมพันธ์จนเสร็จความใคร่ ซึ่งเหยื่อถูกข่มขู่ย่ำยีในลักษณะดังกล่าวรวมถึง 5 ครั้ง แต่ไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวอันตราย เนื่องจากผู้ต้องหามีอาวุธปืนจำนวนมากและมักอ้างว่ารู้จักข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จนกระทั่งช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา เหยื่อทนไม่ไหวจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าเล่าความจริงให้ผู้เป็นแม่ฟัง และพากันเข้าแจ้งความดำเนินคดีในที่สุด
จากการตรวจสอบประวัติของ นายกมลเทพ หรืออาจารย์เสือ พบว่าเคยถูกจำคุก 1 ปี 8 เดือน ในข้อหาครอบครองยาบ้าเมื่อปี 2551 มาก่อนหน้านี้ เบื้องต้นในชั้นพนักงานสอบสวน ผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา โดยอ้างว่าตนเองไม่รู้เรื่องและไม่ทราบว่าเข้าไปอยู่ในโรงแรมม่านรูดได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราฯ รวมถึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และครอบครองยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) เพื่อส่งฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป