เทรนด์ใหม่จีน สร้าง "AI แฟนเก่า" เปลี่ยนประวัติแชต-โพสต์โซเชียล เป็นร่างโคลนนิ่งแฟนเก่า
ในวันที่ AI ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ตอบคำถาม เขียนงาน หรือสร้างรูปอีกต่อไป แต่เริ่มเข้าไปแตะ “พื้นที่อ่อนไหวที่สุด” ของมนุษย์อย่างความสัมพันธ์
ล่าสุด ในประเทศจีนกำลังเกิดเทรนด์ใหม่คือ การสร้าง “AI แฟนเก่า” ขึ้นมาจากข้อมูลจริงของคนรักที่เลิกรากันไปแล้ว
โดย South China Morning Post (SCMP) เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่ในจีน ได้นำแชตเก่า, ข้อความเสียง, รูปภาพ, โพสต์โซเชียล และพฤติกรรมการพูดคุย ของตนเองและแฟนเก่า ป้อนให้ AI เพื่อสร้าง “ร่างจำลองดิจิทัล” หรือ "ร่างโคลนนิ่งจาก AI" ของอดีตคนรัก ให้กลับมาพูดคุย ตอบข้อความ หรือแม้แต่ปลอบใจเหมือนยังไม่เคยเลิกกัน
ผู้ใช้งานบางคนถึงขั้นสร้างบุคลิก AI ให้พูดด้วย “โทนเสียงเดิม” มีคำติดปากเดิม หรือจำลองนิสัยแบบที่แฟนเก่าเคยเป็น และบางรายยอมรับว่า พวกเขาเริ่ม “แยกไม่ออก” ระหว่างความทรงจำกับความจริง
[caption id="attachment_1574203" align="alignnone" width="1020"]
จาก AI Girlfriend สู่ “AI แฟนเก่า”
สิ่งที่ทำให้เทรนด์นี้แตกต่างจาก AI companion หรือ AI girlfriend ทั่วไป คือไม่ใช่การทำ “แฟนในอุดมคติ” ที่ถูกออกแบบขึ้นใหม่ แต่คือ “การเลียนแบบอดีตคนรักที่เป็นคนจริง ๆ” และเคยมีตัวตนอยู่ในชีวิตผู้ใช้งาน
พูดง่าย ๆ คือ AI กำลังเปลี่ยนจาก “การสร้างคนในฝัน” ไปสู่ “การชุบชีวิตความสัมพันธ์เดิม” นั่นทำให้ AI แฟนเก่า ทรงพลังทางอารมณ์มากกว่าเดิมหลายเท่า
รายงานของ SCMP ระบุว่า ในจีนเริ่มมีบริการลักษณะนี้ขายเป็นแพ็กเกจ โดยบางบริการใช้ชื่อว่า“Ex-partner.skill” ให้ลูกค้านำข้อมูลของอดีตคนรักมาเทรนโมเดล AI เพื่อจำลองบุคลิก วิธีพูด และสไตล์การสนทนา
บางรายถึงขั้นใช้ AI เพื่อ “คุยต่อ” หลังการเลิกรา เหมือนสร้างโลกคู่ขนานที่ความสัมพันธ์ยังไม่จบลงจริง ๆ
เนื่องจากมีความซับซ้อนทางเทคนิค ผู้ใช้งานบางรายถึงกับจ่ายเงินค่าบริการติดตั้งราว ๆ 25 - 45 หยวน หรือประมาณ 119 - 215 บาท
[caption id="attachment_1574204" align="alignnone" width="1020"]
ที่มาภาพ Shutter Stock[/caption]
จากเรื่องโรแมนติก สู่คำถามด้านจริยธรรม
แม้หลายคนมองว่า AI แฟนเก่าเป็นเหมือน “พื้นที่เยียวยาใจ” แต่เทรนด์นี้กลับจุดประเด็นถกเถียงในจีนในเรื่องจริยธรรม
การเอาข้อมูลของอดีตคนรักไปสร้าง AI โดยอีกฝ่ายไม่ยินยอม ถือว่าละเมิดหรือไม่? เพราะข้อมูลที่ถูกใช้ อาจรวมถึง
-ข้อความส่วนตัว
-เสียงพูด
-ภาพถ่าย
-พฤติกรรมเฉพาะบุคคล
นอกจากนี้ ยังมีการถกเถียงเรื่อง “emotional cheating” หรือการนอกใจทางอารมณ์ ว่าหากใครสักคนยังใช้เวลาพูดคุยกับ AI ที่จำลองจากแฟนเก่า ทั้งที่มีคนรักใหม่แล้ว แบบนี้ถือว่านอกใจหรือไม่
ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนยังเตือนว่า การใช้ AI เพื่อ“ยื้อความสัมพันธ์ที่จบไปแล้ว” อาจทำให้ผู้ใช้ติดอยู่กับอดีต และยากต่อการ move on ในโลกจริง
เปิดที่มาของ AI แฟนเก่า
สำหรับ "AI แฟนเก่า" จุดเริ่มมาจากโปรเจกต์ Open-source ที่ชื่อว่า Colleague.skill พัฒนาโดย "โจว เทียนอี้" (Zhou Tianyi) วิศวกรด้าน AI ชาวเซี่ยงไฮ้
ตอนแรกเขาตั้งใจทำเครื่องมือนี้มาเพื่อช่วยงานในบริษัท โดยให้ AI อ่านข้อมูลจากการคุยงาน, เอกสาร, หรือประสบการณ์ที่แชร์กัน เพื่อดึง "ทักษะและความรู้" ของพนักงานเก็บไว้ให้ทีมเอาไปใช้ต่อได้
อย่างไรก็ตาม พอเครื่องมือนี้เริ่มดังในโลกออนไลน์ "เหล่านักพัฒนา" ก็เอาไปดัดแปลง จากที่ใช้แค่เรื่องงาน ก็เริ่มเอามาใช้กับความสัมพันธ์ส่วนตัวแทน อาทิ
โปรแกรมเมอร์บางคนเอาประวัติของคนดังอย่าง อีลอน มัสก์ หรือ สตีฟ จ็อบส์ ใส่เข้าไป เพื่อสร้าง "ตัวตนจำลอง" ของพวกเขาขึ้นมาคุยด้วย
บางคนเอาแชตที่คุยกับหัวหน้า หรือสรุปการประชุมโยนใส่ให้ AI วิเคราะห์สไตล์การพูดและนิสัยการทำงานของหัวหน้าตัวเอง เพื่อเอาไว้ซ้อมรับมือหรือจำลองสถานการณ์เวลาต้องคุยงานยาก ๆ
รวมไปถึงเคสการจำลองตัวตนอดีตคนรัก หรือ AI แฟนเก่า ที่กำลังเป็นเทรนด์อยู่ตอนนี้เช่นกัน