โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาดู 5 ปัจจัยที่มีผลทำให้บางคณะรอบ Admission คะแนนพุ่ง

Dek-D.com

เผยแพร่ 11 พ.ค. เวลา 01.55 น. • DEK-D.com
รวม 5 ปัจจัยสำคัญที่มีผลทำให้บางคณะคะแนนพุ่งสูงขึ้นใน TCAS รอบที่ 3 Admission

สวัสดีครับน้องๆ ทุกปีในช่วงประกาศผล TCAS รอบที่ 3 Admission มักจะมีคำถามตามมาว่า “ทำไมคะแนนปีนี้สูงขึ้น?” หรือ “ทำไมคณะที่เล็งไว้ มีคะแนนพุ่งกว่าปีก่อนเยอะ” บางคณะก็เป็นที่นิยมอยู่แล้ว ทำให้เป็นที่รู้กันว่าการแข่งขันสูง แต่ก็ยังมีคณะที่มาแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่หลายคนรู้สึกคาดเดายาก และทำให้น้องๆ คิดหนักในเรื่องของการวางแผนสมัครในรอบนี้ที่ดูซับซ้อนมากขึ้น

วันนี้จะพาน้องๆ มาดู 5 ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้คะแนนในรอบ Admission มีแนวโน้มพุ่งขึ้นในบางปี เพื่อให้น้องๆ เข้าใจภาพรวมของระบบมากขึ้น และนำไปใช้วางแผนการสมัครได้อย่างแม่นยำกว่าเดิม

มาดู 5 ปัจจัยที่มีผลทำให้บางคณะรอบ Admission คะแนนพุ่ง

ในความเป็นจริงเรื่องคะแนนพุ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงของคะแนนไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลโดยตรง ทั้งจำนวนผู้สมัคร แนวโน้มความนิยมของคณะ ไปจนถึงเงื่อนไขการรับในแต่ละปี ซึ่งล้วนทำให้การแข่งขันเปลี่ยนตามไปด้วย

1.กระแสความนิยมของคณะ/สาขา

กระแสถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคะแนนรอบ Admission ในปีนั้นเลยทีเดียว เพราะในช่วงเวลานั้นเอง การตัดสินใจของผู้สมัครจำนวนมาก มักได้รับอิทธิพลจากสิ่งที่กำลังเป็นที่พูดถึงในสังคม เช่น เทรนด์อาชีพใหม่ๆ คอนเทนต์ในโซเชียล รีวิวจากรุ่นพี่ หรือแม้แต่ซีรีส์/รายการที่ทำให้อาชีพบางสายดูน่าสนใจมากขึ้น และเมื่อสาขานั้นติดกระแส ก็จะยิ่งเกิดการแข่งขันที่สูงขึ้น คะแนนที่หลายๆ คนแข่งกันยื่นในสาขานั้นก็ยิ่งพุ่งสูงมากขึ้นแบบก้าวกระโดดได้เลย

นอกจากนี้ กระแสยังเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ของอาชีพ เช่น อาชีพที่ดูมีรายได้ดี มีโอกาสเติมโต หรือเป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน ก็เป็นอีกสาเหตุที่ดึงดูดผู้สมัคร และทำให้คะแนนสูงขึ้น แต่กระแสก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปี บางครั้งอาจทำให้คะแนนเหวี่ยงมากกว่าปกติ ทำให้การดูคะแนนย้อนหลังควบคู่กับแนวโน้มความนิยมของสาขาในปีนั้นด้วย

2.จำนวนรับที่ลดลง

หลายคนอาจมองว่าการที่คณะ/สาขานั้นๆ มีจำนวนรับที่น้อยลงเป็นเพราะความนิยมลดลง แสดงว่าคู่แข่งต้องลดตาม และคะแนนไม่น่าพุ่ง แต่ความเป็นจริงแล้วไม่เกี่ยวกันเลย เพราะถ้ายิ่งจำนวนรับน้อย อาจทำให้หลายคนแย่งที่นั่งกันจนการแข่งขันดุเดือดขึ้นทันที ลองนึกภาพง่ายๆ ว่าปีที่แล้วคณะหนึ่งเปิดรับ 100 คน แต่ปีนี้ลดเหลือ 60 คน เท่ากับว่าระบบจะคัดเลือกเฉพาะกลุ่มที่คะแนนสูงที่สุดเพียง 60 คนแรก ทำให้คะแนนต่ำสุดของคนสุดท้ายที่ติดขยับสูงขึ้น

ซึ่งแม้จะเป็นสาขาเดิม มหาวิทยาลัยเดิม คะแนนก็เปลี่ยนได้ง่ายๆ เช่น การปรับโครงสร้างหลักสูตรใหม่ หรือในบางปีอาจเกิดเหตุการณ์ที่รอบก่อนหน้า เช่น Portfolio หรือ Quota มีผู้ยืนยันสิทธิ์มากกว่าที่สาขาคาดไว้ ทำให้ที่นั่งเหลือมาถึงรอบ Admission น้อยลงกว่าปีก่อน ส่งผลให้การแข่งขันในรอบนี้เข้มข้นขึ้น และคะแนนมีโอกาสพุ่งสูงกว่าที่หลายคนประเมินไว้

3.ภาพรวมคะแนนข้อสอบกลางปีนั้นสูง

เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละปีเลยจริงๆ สำหรับเรื่องคะแนนสอบ ซึ่งสาเหตุอาจมาจากปีนั้นข้อสอบง่ายกว่าปีก่อนๆ มีกรณีเกิดข้อคะแนนฟรี หรือแนวข้อสอบตรงกับที่เด็กเตรียมตัวมา ก็จะทำให้คะแนนเฉลี่ยของผู้สมัครจำนวนมากสูงขึ้นพร้อมกัน การแข่งขันก็มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้คะแนนต่ำสุดของคณะก็มีโอกาสขึ้นตามไปด้วย หรือเรียกว่า “คะแนนเฟ้อ” นั่นเอง

ซึ่งการที่คะแนนเพิ่มขึ้น 1 วิชา ก็จะส่งผลต่อหลายๆ คณะ เช่น ฟิสิกส์ คะแนนสูงขึ้น คณะไหนที่ใช้คะแนนฟิสิกส์เยอะๆ ก็มีโอกาสที่คะแนนจะสูงขึ้น อย่างไรก็ตามถ้าเกณฑ์ใช้หลายวิชา ที่มีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง ก็จะถัวคะแนนกันตามค่าน้ำหนักครับ ยกเว้นว่าถ้าทุกวิชาที่ใช้ค่าสถิติเพิ่มขึ้นทุกวิชา ก็มีแนวโน้มทำให้คะแนนแอดมิชชั่นสูงขึ้นเยอะ

4.หลักสูตรใหม่/ปรับชื่อสาขา

การเปิดหลักสูตรใหม่ หรือการปรับชื่อสาขาวิชาให้ทันสมัย และสอดคล้องกับเทรนด์ตลาดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในทุกปี ทำให้เด็กที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยในปีนั้นๆ เกิดความสนใจ อยากรู้อยากลอง เช่น มีการเพิ่มการสอนลงลึกเกี่ยวกับ AI, Business, Entrepreneurship หรือปรับชื่อจากที่ดูกว้างๆ ให้เฉพาะทางมากขึ้น แม้ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างหลักสูตรมาก แต่ช่วยให้เด็กเข้าใจภาพอาชีพชัดขึ้น และบางครั้งมีการแตกสาขาใหม่ออกมาให้ตอบโจทย์อาชีพมากขึ้นอีกด้วย

ซึ่งจุดที่ทำให้คะแนนพุ่งคือ ความรู้สึกว่าเป็นโอกาสใหม่ เนื้อหาทันสมัย ตรงกับตลาดงานที่เป็นยุคใหม่ และอนาคต เมื่อมีผู้สมัครแห่เข้ามา โดยเฉพาะกลุ่มที่มีคะแนนสูง ก็จะทำให้คะแนนขั้นต่ำของหลักสูตรนั้นพุ้งสูงได้ตั้งแต่ปีแรก ด้วยความที่ยังไม่มีคะแนนย้อนหลังให้เทียบ ก็อาจทำให้คนที่อยากสมัครประเมินตัวเองได้ยากกว่าปกติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีโอกาสที่คะแนนเปิดตัวปีแรกอาจไม่สูงมากได้เช่นกัน เช่น อาจเกิดกรณีคนกลัวไม่กล้าเลือก เป็นต้น

5.การปรับเกณฑ์หรือสัดส่วนคะแนน

ปัจจัยนี้ขึ้นอยู่กับการที่มหาวิทยาลัยปรับเกณฑ์การคัดเลือก หรือเปลี่ยนสัดส่วนคะแนนในปีนั้นไปใช้คะแนนที่ง่ายขึ้น เพราะถึงจะเป็นคณะเดิม มหาวิทยาลัยเดิม แต่ถ้าวิธีคิดคะแนนเปลี่ยน ผลลัพธ์ของคะแนนต่ำสุดก็อาจเปลี่ยนตามด้วย เช่น การเพิ่มน้ำหนักคะแนน TGAT และไปลดสัดส่วน A-Level บางวิชาซึ่งการเพิ่มน้ำหนักวิชาที่ง่าย และไปลดน้ำหนักวิชาที่ยาก คนส่วนใหญ่ก็มีโอกาสสมัครมากขึ้น และยิ่งใครได้คะแนนเยอะในวิชาที่ง่ายก็จะยิ่งได้เปรียบทันที

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คะแนนรอบ Admission ที่พุ่งขึ้นในแต่ละปี ไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายองค์ประกอบ ทำให้น้องๆ ที่กำลังวางแผนสมัคร อาจต้องเข้าใจปัจจัยเหล่านี้เอาไว้ เพื่อช่วยให้ประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำมากขึ้น ไม่ยึดติดกับคะแนนย้อนหลังเพียงอย่างเดียว และสามารถวางแผนเลือกคณะหรือเรียงอันดับได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น และเพิ่มโอกาสให้ติดในคณะที่ต้องการได้จริงครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...