โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รีบดูก่อนถูกลบ! จีน คุมเข้ม "ละครแนวตั้ง" สั่งเลิกบูชาความรวย-ล้างแค้น-หวาบหวิว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
รัฐบาลจีนยกระดับการควบคุม “ละครสั้นแนวตั้ง” Micro Drama แม้อุตสาหกรรมจะโตแรง แต่ถูกมองว่าส่งเสริมค่านิยมอวดรวย วัตถุนิยม และความสัมพันธ์ที่บิดเบือน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

ทางการจีนเดินหน้ากวาดล้าง "ละครแนวตั้ง" Micro Drama ห้ามอวดรวย เชิดชูวัตถุนิยม หรือสร้างภาพฝันว่าแต่งงานกับมหาเศรษฐีแล้วชีวิตจะดีขึ้น หวั่นส่งผลต่อค่านิยมของเยาวชนและสังคม

จากละครรักท่านประธาน สู่เป้าหมายใหม่ของการเซ็นเซอร์จีน

“สาวน้อยผู้ยากจนตกหลุมรักประธานบริษัท”

“มหาเศรษฐีปลอมตัวเป็นคนธรรมดา”

“ลูกสะใภ้ถูกกลั่นแกล้ง ก่อนกลับมาแก้แค้นอย่างสะใจ”

นี่คือพล็อตยอดนิยมของละครสั้นแนวตั้งจากจีน หรือ Micro Drama ที่ครองหน้าจอมือถือของผู้ชมหลายร้อยล้านคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ในอนาคต ผู้ชมอาจไม่ได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้มากเหมือนเดิมอีกแล้ว

เมื่อรัฐบาลจีนเปิดปฏิบัติการคุมเข้มอุตสาหกรรมละครแนวตั้งครั้งใหญ่ โดยมุ่งเป้าไปที่เนื้อหาที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อสังคม ตั้งแต่การอวดความร่ำรวย การเชิดชูวัตถุนิยม การแก้แค้นอย่างรุนแรง ไปจนถึงการสร้างภาพฝันเกี่ยวกับความรักและการแต่งงาน

สำหรับหลายคน นี่อาจเป็นเพียงมาตรการเซ็นเซอร์อีกครั้งของจีน แต่ในความเป็นจริง เรื่องนี้มีความสำคัญมากกว่านั้น เพราะเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมมูลค่าหลายแสนล้านบาท ที่กำลังเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

จีนเอาจริง! กวาดล้างเนื้อหา “อวดรวย-วัตถุนิยม”

สำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติจีน (NRTA) ประกาศมาตรการควบคุมเนื้อหาละครสั้นแนวตั้งรอบใหม่ โดยระบุชัดเจนว่าหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการจัดการกับเนื้อหาที่ส่งเสริมการบูชาเงินทอง การอวดความมั่งคั่ง และค่านิยมที่บิดเบือนเกี่ยวกับความรัก การแต่งงาน และความสำเร็จในชีวิต

ในมุมมองของทางการจีน ละครเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสื่อบันเทิง แต่เป็นสื่อที่สามารถหล่อหลอมทัศนคติของผู้ชมได้ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ใช้เวลาจำนวนมากบนแพลตฟอร์มออนไลน์

รัฐบาลจีนกังวลว่าผู้ชมจำนวนมากอาจซึมซับแนวคิดที่ว่า ความสำเร็จในชีวิตเกิดจากการแต่งงานกับคนรวย มากกว่าการทำงานหรือพัฒนาตัวเอง ขณะเดียวกัน ยังมีการจับตาเนื้อหาที่ใช้ความรุนแรง การแก้แค้น และฉากเชิงยั่วยุทางเพศเป็นจุดขาย

แม้หลายเรื่องจะไม่เข้าข่ายสื่อลามกโดยตรง แต่การใช้ฉากใกล้ชิด การแต่งกายวาบหวิว และการสร้างสถานการณ์เชิงยั่วยุ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ทางการจีนเรียกว่า “ซอฟต์พอร์น” ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของการกวาดล้างครั้งล่าสุด

ปมใหญ่ที่สุดคือ “การอวดรวย”

หากมองลึกลงไป จะพบว่าประเด็นที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญมากที่สุด ไม่ใช่เรื่องฉากรักหรือการแก้แค้น แต่คือ “การเชิดชูความมั่งคั่ง” นโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด “ความมั่งคั่งร่วมกัน” (Common Prosperity) ที่รัฐบาลจีนผลักดันมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิดนี้ รัฐต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และลดการสร้างภาพว่าความร่ำรวยคือเป้าหมายสูงสุดของชีวิต

ที่ผ่านมา จีนเคยจัดการกับอินฟลูเอนเซอร์และคนดังที่ทำคอนเทนต์อวดชีวิตหรูหรามาแล้วหลายราย โดยบางคนถูกแบนหรือถูกลบช่องทางสื่อสารออนไลน์ และครั้งนี้ เป้าหมายได้ขยายมาสู่อุตสาหกรรมละครสั้นแนวตั้งอย่างเต็มรูปแบบ

ทำไม “ท่านประธานบริษัท” ถึงกลายเป็นปัญหา?

ใครที่ติดตามละครแนวตั้งจีนจะรู้ดีว่า ตัวละครยอดนิยมที่สุดคือ “CEO” หรือ “ประธานบริษัท”

สูตรสำเร็จที่พบได้บ่อย ได้แก่

* ประธานบริษัทตกหลุมรักหญิงสาวธรรมดา

* มหาเศรษฐีปลอมตัวเป็นคนจน

* ทายาทตระกูลใหญ่แต่งงานกับคนฐานะต่ำกว่า

* การแต่งงานข้ามชนชั้น

* คนจนพลิกชีวิตด้วยการแต่งงานกับมหาเศรษฐี

พล็อตเหล่านี้ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะตอบสนองจินตนาการของผู้ชม และสร้างความรู้สึกสะใจได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ทางการจีนมองว่าละครลักษณะนี้กำลังสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับชีวิตจริง โดยเฉพาะเรื่องความรักและความสำเร็จทางเศรษฐกิจ รัฐบาลกังวลว่าผู้ชมจำนวนมากอาจเชื่อว่าการแต่งงานกับคนรวยเป็นเส้นทางลัดสู่ความสำเร็จ ซึ่งขัดแย้งกับแนวคิดที่รัฐต้องการส่งเสริม

จากลบทีหลัง สู่คุมตั้งแต่เริ่มผลิต

ความแตกต่างสำคัญของมาตรการรอบล่าสุด คือ จีนไม่ได้ต้องการเพียงลบเนื้อหาหลังเผยแพร่ แต่ต้องการควบคุมตั้งแต่กระบวนการผลิต ก่อนหน้านี้ ทางการจีนเคยสั่งลบไมโครดรามากว่า 25,000 เรื่อง รวมมากกว่า 1.4 ล้านตอน เนื่องจากมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

แต่ในปี 2025 จีนยกระดับการกำกับดูแลอีกขั้น ด้วยการกำหนดให้ละครสั้นต้องได้รับใบอนุญาตหรือเลขทะเบียนก่อนเผยแพร่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้ผลิตจึงต้องผ่านการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่รอให้เผยแพร่แล้วจึงค่อยถูกลบ

ปี 2026 เปิดปฏิบัติการพิเศษทั่วประเทศ

ล่าสุดในปี 2026 NRTA เปิดปฏิบัติการพิเศษเป็นเวลา 2 เดือนทั่วประเทศ หน่วยงานระดับมณฑลได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบผู้ผลิตละครในพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมรายงานปัญหาต่อรัฐบาลกลางโดยตรง

เป้าหมายไม่ใช่เพียงการกำจัดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม แต่ยังรวมถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมทั้งหมด

Douyin และ WeChat ร่วมมือรัฐกวาดล้าง

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือ การมีส่วนร่วมของแพลตฟอร์มเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ทั้ง Douyin ซึ่งเป็นเวอร์ชันจีนของ TikTok และ WeChat ต่างถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบกำกับดูแล

รายงานระบุว่าเพียงเดือนเดียว Douyin ได้ลบละครแนวตั้งมากกว่า 223 เรื่อง เนื่องจากมีเนื้อหารุนแรง หยาบคาย หรือส่งเสริมค่านิยมที่ไม่เหมาะสม สะท้อนให้เห็นว่าการกำกับดูแลครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาครัฐ แต่รวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นช่องทางเผยแพร่หลักด้วย

ละครแนวตั้งคืออะไร? ทำไมคนดูถึงติดกันทั่วโลก

Micro Drama หรือ ละครสั้นแนวตั้ง คือรูปแบบการเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาเพื่อยุคสมาร์ตโฟนโดยเฉพาะ จุดเด่นคือการถ่ายทำในแนวตั้งเหมือนหน้าจอมือถือ และแบ่งเนื้อหาออกเป็นตอนสั้น ๆ ความยาวเพียงไม่กี่นาที ผู้ชมสามารถดูได้ทุกที่ ไม่ว่าจะบนรถไฟฟ้า ระหว่างพักกลางวัน หรือแม้แต่ขณะรอซื้อกาแฟ

หัวใจสำคัญคือสิ่งที่เรียกว่า Hook Economy

ทุกตอนต้องจบด้วยปมสำคัญ ความลับ หรือเหตุการณ์พลิกผัน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมกดดูตอนต่อไปทันที รูปแบบนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีช่วงความสนใจสั้นลง และต้องการความบันเทิงที่เข้าถึงได้ทันที

ละครน้ำเน่าที่กลายเป็นธุรกิจแสนล้าน

แม้หลายคนจะมองว่าละครแนวตั้งเป็นเพียง “ละครน้ำเน่าเวอร์ชันมือถือ” แต่ในเชิงธุรกิจ นี่คือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดของจีน ข้อมูลจากสื่อจีนที่อ้างอิงงานวิจัยของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ระบุว่า รายได้ของอุตสาหกรรมไมโครดรามาเพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 1 พันล้านหยวนในปี 2020

สู่ระดับประมาณ 100,000 ล้านหยวนในปี 2025 หรือมากกว่า 450,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวทำให้อุตสาหกรรมนี้สามารถแซงรายได้ของภาพยนตร์จีนในบางช่วงเวลาได้แล้ว

ทำไมธุรกิจนี้ถึงโตเร็วขนาดนี้?

เหตุผลสำคัญมีอย่างน้อย 3 ข้อ

ประการแรก ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าละครโทรทัศน์แบบดั้งเดิมอย่างมาก

ประการที่สอง ใช้เวลาผลิตสั้น สามารถออกสู่ตลาดได้รวดเร็ว

ประการที่สาม มีรูปแบบสร้างรายได้หลากหลาย ทั้งโฆษณา การขายตอนพิเศษ และระบบจ่ายเงินเพื่อปลดล็อกตอนถัดไป

โมเดลธุรกิจนี้ทำให้ผู้ผลิตสามารถสร้างรายได้จำนวนมากจากผู้ชมจำนวนมหาศาลบนมือถือ

จากจีนสู่โลก

ความสำเร็จของละครแนวตั้งไม่ได้จำกัดอยู่ในจีนเท่านั้น แพลตฟอร์มที่ได้รับการสนับสนุนจากทุนจีน เช่น ReelShort สามารถขยายตลาดเข้าสู่สหรัฐฯ และยุโรปได้อย่างรวดเร็ว

รูปแบบคอนเทนต์ที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงสื่อราคาถูก กลับกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงโลก และกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการรับชมของผู้บริโภคยุคดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญ

บทสรุป : จีนไม่ได้แบนละครสั้น แต่กำลังเปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรม

แม้มาตรการคุมเข้มของรัฐบาลจีนจะสร้างความกังวลให้กับผู้ผลิตและผู้ชมจำนวนไม่น้อย แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองว่า จีนไม่ได้ต้องการทำลายอุตสาหกรรมไมโครดรามา ตรงกันข้าม รัฐต้องการให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตต่อไป ภายใต้กรอบค่านิยมที่สอดคล้องกับนโยบายของประเทศ

ในอนาคต ผู้ชมอาจยังได้ดูละครแนวตั้งเหมือนเดิม แต่พล็อตอาจเปลี่ยนไปจากเรื่องราวของมหาเศรษฐี คฤหาสน์หรู และความฝันแบบเทพนิยาย สู่เรื่องราวที่สะท้อนชีวิตจริงมากขึ้น ลดการอวดรวย ลดวัตถุนิยม และลดการสร้างภาพฝันเกินจริง เพราะสำหรับรัฐบาลจีนในวันนี้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การดูละคร แต่อยู่ที่การปล่อยให้ผู้คนเชื่อว่า “ชีวิตจริง” ควรเป็นเหมือนละครมากเกินไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...