“หุ้น SpaceX” พุ่งอีก 20% หลัง IPO นักวิเคราะห์เตือนมูลค่าแพงเกินจริง
"หุ้น SpaceX" พุ่งอีก 20% หลัง IPO นักวิเคราะห์มองหุ้นกำลังซื้อขายสูงกว่าปัจจัยพื้นฐาน แม้บริษัทจะยังมีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีอวกาศเหนือคู่แข่งอย่างมากก็ตาม
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 04.06 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้น SpaceX พุ่งขึ้น 20% ในการซื้อขายวันจันทร์ (16 มิ.ย.) ซึ่งเป็นวันซื้อขายเต็มวันแรกหลังเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นถึง 244 ล้านหุ้น ต่อเนื่องจากวันแรกที่มีปริมาณซื้อขายกว่า 500 ล้านหุ้น ใกล้เคียงกับสถิติการเข้าตลาดของ Facebook ในปี 2555
หุ้น SpaceX ปิดการซื้อขายวันแรกที่ราว 161 ดอลลาร์ จากราคา IPO ที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่งผลให้มูลค่าบริษัททะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ขึ้นแท่น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นอีกกว่า 31 ดอลลาร์ในวันจันทร์ ปิดที่ 192.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น
ด้าน Elon Musk ซีอีโอ SpaceX โพสต์ผ่าน X เมื่อวันอาทิตย์ว่า บริษัทอาจสร้างรายได้แตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 และคาดว่ารายได้ในปี 2574 จะสูงกว่านั้นอีก แม้ว่าปี 2568 บริษัทจะมีรายได้อยู่ที่ 18,700 ล้านดอลลาร์ก็ตาม
ปัจจุบัน SpaceX ดำเนินธุรกิจหลักทั้งบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink และธุรกิจปล่อยจรวดแบบใช้ซ้ำได้ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มัสก์ได้ควบรวมบริษัทกับสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ xAI อย่างไรก็ตาม บริษัทขาดทุนเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 ทำให้นักวิเคราะห์จำนวนมากตั้งคำถามว่ามูลค่าตลาดระดับกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบันมีความเหมาะสมหรือไม่
สถาบันวิเคราะห์ CFRA เริ่มต้นการวิเคราะห์หุ้น SpaceX ด้วยคำแนะนำ "ขาย" พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนที่ 115 ดอลลาร์ต่อหุ้น ต่ำกว่าราคาปิดวันแรกเกือบ 29% โดยมองว่าบริษัทมีแผนการเติบโตที่ทะเยอทะยานเกินไป มูลค่าหุ้นอยู่ในระดับสูงมาก และต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล
ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ SpaceX ใช้เงินลงทุน (CAPEX) สูงถึง 10,100 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 4,100 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเงินส่วนใหญ่ถูกนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ขณะที่นักวิเคราะห์ของ Morningstar ประเมินมูลค่าพื้นฐานของหุ้นไว้เพียง 63 ดอลลาร์ต่อหุ้น และมองว่าหุ้นมีราคาแพงเกินปัจจัยพื้นฐาน
พอลลินา รอซคอฟสกา อาจารย์ด้านการเงินจาก Bayes Business School ให้ความเห็นว่า SpaceX สร้างความคาดหวังไว้สูงมาก โดยเฉพาะโครงการศูนย์ข้อมูลในอวกาศ (Orbital Data Centers) และธุรกิจ AI แต่สุดท้ายบริษัทจำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงกระแสเงินสดและผลกำไรที่จับต้องได้มากกว่าคำสัญญาในอนาคต พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหนังสือชี้ชวน IPO ยังขาดรายละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาลและการดำเนินงาน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงมองบวกต่อแนวโน้มของบริษัท โดย NewStreet Research เริ่มต้นวิเคราะห์หุ้นด้วยราคาเป้าหมาย 165 ดอลลาร์ต่อหุ้น พร้อมมองว่านักลงทุนต้องประเมิน SpaceX ในกรอบเวลา 20-25 ปี มากกว่าการใช้เกณฑ์ประเมินหุ้นทั่วไป
เจมส์ แรตเซอร์ นักวิเคราะห์อาวุโสของ NewStreet Research ระบุว่า SpaceX มีความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีการปล่อยจรวดเหนือคู่แข่งอย่างน้อย 10 ปี โดยเฉพาะโครงการ Starship ซึ่งเป็นจรวดรุ่นใหม่ที่สามารถบรรทุกน้ำหนักขึ้นสู่อวกาศได้มากกว่าคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ และถือเป็นหัวใจสำคัญของการขยายธุรกิจ Starlink การสื่อสารผ่านดาวเทียมแบบ Direct-to-Cell รวมถึงแผนสร้างศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศ
NewStreet Research คาดว่าในอีก 4-5 ปีข้างหน้า SpaceX จะยังคงครองสัดส่วนกำลังการปล่อยจรวดของโลกถึง 90-95% ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรองรับมูลค่าระดับสูงของบริษัทในระยะยาว แม้ว่าระยะสั้นนักลงทุนยังคงต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลกำไรและการดำเนินธุรกิจในอนาคตก็ตาม
อ้างอิง : cnbc.com