โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -21 พ.ค. 69 7:37: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 98.26 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 5.89 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5.66%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 105.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ดิ่งลง 6.26 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5.63%

ราคาน้ำมันดิ่งลงราว 6% ในวันพุธ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าการเจรจากับอิหร่านอยู่ในช่วงสุดท้ายแล้ว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงมีท่าทีระมัดระวังต่อผลการเจรจาสันติภาพ เนื่องจากปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป

*** ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกเปิดบวกเช้านี้ ตามทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ท่ามกลางความหวังที่เพิ่มขึ้นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยุติลงในเร็ววัน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบลดความร้อนแรงลง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันกำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายของการเจรจากับอิหร่าน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้ฟื้นตัวขึ้น

  • ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.92%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลีย ขยับขึ้น 1.27%
  • ดัชนี Hang Seng ฟิวเจอร์สของฮ่องกง อยู่ที่ระดับ 25,761 จุด สูงกว่าระดับปิดตลาดครั้งก่อนที่ 25,651.12 จุด

สำหรับราคาน้ำมันดิบในการซื้อขายช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ตลาดเอเชีย สัญญาน้ำมันดิบ WTI ฟิวเจอร์ส ขยับขึ้น 0.78% อยู่ที่ 99.03 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับขึ้น 0.73% อยู่ที่ 105.72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากที่เมื่อวันพุธ สัญญา WTI ดิ่งลง 5.66% ปิดที่ 98.26 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และ Brent ลดลง 5.63% ปิดที่ 105.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

*** รายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อวันที่ 28-29 เม.ย.ระบุว่า ผู้กำหนดนโยบายของเฟดส่วนใหญ่มีความเห็นว่า "การคุมเข้มนโยบายการเงินในระดับหนึ่งน่าจะมีความเหมาะสม" หากเงินเฟยังคงทรงตัวอยู่ในระดับที่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่เฟดแสดงความกังวลเพิ่มขึ้นในเดือนที่ผ่านมาว่า สงครามอิหร่านอาจกลายเป็นปัจจัยเร่งให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น โดยมีจำนวนเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นเริ่มเปิดรับความเป็นไปได้ที่อาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ จะต้องเข้ามานำทัพผู้กำหนดนโยบายการเงินที่มีจุดยืน สายเหยี่ยว ซึ่งสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมหลายรายระบุว่า ต้องการให้นำข้อความในแถลงการณ์หลังการประชุมที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มการตัดสินใจผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคตออกไป เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มเงินเฟ้อ

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐฯ อยู่ในช่วงท้ายของการเจรจากับอิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าข้อตกลงใกล้จะบรรลุผลสำเร็จ ส่งผลให้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดิ่งลง

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงย้ำคำมั่นที่จะเปิดฉากโจมตีอีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงตามเงื่อนไขของเขา ซึ่งคำขู่ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทรัมป์พูดย้ำมาหลายครั้งนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงเริ่มต้นขึ้น โดยทรัมป์มักจะกล่าวอยู่เสมอว่าทั้งสองฝ่ายใกล้จะบรรลุข้อตกลงกันแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เกิดขึ้น

*** ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เดินทางออกจากกรุงปักกิ่งแล้วหลังเสร็จสิ้นการหารือร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนวานนี้ โดยผู้นำทั้งสองประเทศย้ำถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งท่ามกลางความตึงเครียดจากสงครามในยูเครนและอิหร่าน

ปูตินกล่าวในระหว่างการร่วมดื่มน้ำชาและหารือกับสี จิ้นผิง ในช่วงค่ำวันพุธว่า "เป็นการทำงานที่ประสบความสำเร็จ เปี่ยมด้วยผลลัพธ์ และเป็นไปอย่างเข้มข้น" ขณะที่สี จิ้นผิง ระบุว่าทั้งสองฝ่ายได้บรรลุ "ฉันทามติครั้งใหม่ที่สำคัญ" ในการขับเคลื่อนความร่วมมือเป็นพันธมิตรระหว่างกัน

*** สหรัฐฯ ยื่นฟ้องอดีตประธานาธิบดีราอูล คาสโตรของคิวบา ในข้อหาฆาตกรรม โดยข้อหาเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อเดือนก.พ. 1996 ที่คิวบายิงเครื่องบินพลเรือนสองลำตก ซึ่งเป็นเครื่องบินของกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวคิวบาในรัฐฟลอริดาที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า Brothers to the Rescue

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศรุนแรงขึ้น ในขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบนเกาะคิวบาหลังจากอยู่ภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์มานานเกือบเจ็ดทศวรรษ

*** เงินหยวนที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังสร้างแรงกดดันต่อผู้ส่งออกของจีน ซึ่งทำให้ความพยายามของรัฐบาลปักกิ่งในการควบคุมจังหวะการแข็งค่าของเงินตราต่างประเทศมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยเกือบ 1 ใน 4 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นในประเทศ (onshore) ประมาณ 5,500 แห่ง รายงานผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือระบุว่า ความผันผวนของค่าเงินเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัท

แรงกดดันต่อผู้ส่งออกและงบดุลของภาคธุรกิจอาจทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก เนื่องจากสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Goldman Sachs และ JPMorgan Asset Management ต่างคาดการณ์ว่า เงินหยวนมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้นอีก

*** Nvidia รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสแรก ปีงบการเงิน 2027 หลังปิดตลาด โดยมีรายได้ อยู่ที่ 81,620 ล้านดอลลาร์ เทียบกับคาดการณ์ที่ 78,860 ล้านดอลลาร์ ส่วนกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 1.87 ดอลลาร์สหรัฐ (หลังปรับทวน) เทียบกับที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.76 ดอลลาร์

ขณะที่หุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงหลังแถลงข้อมูล ซึ่งส่งสัญญาณว่าราคาหุ้นอาจเดินหน้าปิดลบหลังรายงานผลประกอบการติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สี่ โดย Nvidia ยอมรับว่า ภูมิทัศน์ของธุรกิจดาต้าเซนเตอร์ได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยกลุ่มลูกค้าของบริษัทเองก็อาจกลายมาเป็นคู่แข่งในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ จากการที่ลูกค้าเหล่านี้เริ่มพัฒนาชิปคอมพิวเตอร์ที่ปรับแต่งเองให้เหมาะกับการใช้งานเฉพาะด้าน

*** SpaceX รายงานรายได้ประจำปี 2025 อยู่ที่ 18,700 ล้านดอลลาร์ โดยขาดทุนสุทธิ 4,940 ล้านดอลลาร์เนื่องจากต้นทุนและการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์พุ่งสูงขึ้นมาก

ค่าใช้จ่ายด้านทุนและหนี้สินของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยยอดรวมรายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx) ในปี 2025 พุ่งทะยานขึ้นไปแตะ 20,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 11,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 ซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากโครงการ Starship การขยายเครือข่าย Starlink และการลงทุนในระบบเอไอ

*** Samsung Electronics บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับสหภาพแรงงานได้ในนาทีสุดท้าย ช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงการผละงานประท้วงที่อาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อการผลิต ซึ่งเดิมมีกำหนดจะเริ่มต้นขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ บริษัทระบุในแถลงการณ์เมื่อช่วงค่ำวันพุธว่า "ฝ่ายบริหารและฝ่ายแรงงานได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับค่าจ้างและการเจรจาต่อรองร่วมกันแล้ว"

ขณะที่ทางสหภาพแรงงานของบริษัทก็ได้ยืนยันการระงับแผนการประท้วงหยุดงานที่เดิมกำหนดไว้วันที่ 21 พ.ค. 7 มิ.ย.

*** Tesla สร้างรายได้ราว 890 ล้านดอลลาร์จาก SpaceX และ xAI นับตั้งแต่ปี 2023 สะท้อนถึงการพึ่งพาและเกี่ยวพันทางธุรกิจอย่างแนบแน่นภายใต้อาณาจักรของ อีลอน มัสก์

รายงานที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อวันพุธระบุว่า ทั้งสองบริษัทซึ่งเพิ่งควบรวมกิจการกันเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จัดซื้อรถกระบะไฟฟ้า Tesla Cybertruck รวมมูลค่าราว 131 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับรายงานก่อนหน้านี้ของบลูมเบิร์ก

สำหรับธุรกรรมส่วนใหญ่เป็นการที่ Tesla ขายแบตเตอรี่จัดเก็บพลังงานขนาดใหญ่ (Megapack) ให้กับ xAI (ซึ่ง SpaceX เพิ่งเข้าซื้อกิจการไปเมื่อเดือนก.พ.) คิดเป็นมูลค่า 506 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และ 191 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า

*** คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐฯ หรือก.ล.ต.สหรัฐ กำลังชะลอการเปิดตัวกองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (ETF) รูปแบบใหม่ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถวางเดิมพันกับผลลัพธ์ของเหตุการณ์ต่างๆ ได้ เช่น การเลือกตั้ง และข้อมูลทางเศรษฐกิจ

ผู้จัดตั้งกองทุนได้ตกลงที่จะเลื่อนการเปิดตัวกองทุน ETF หลายกองทุนที่ผูกกับสัญญาของตลาดการคาดการณ์ (prediction market) ออกไปก่อนในระหว่างที่คณะกรรมการกำลังพิจารณา โดย ก.ล.ต. สหรัฐฯ กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนต่อผลิตภัณฑ์ที่เสนอเหล่านี้ การชะลอตัวในครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างยิ่งหลังก.ล.ต. สหรัฐฯ เคยผ่อนปรนและยอมรับนวัตกรรมดิจิทัลมาก่อนหน้านี้ โดยนักวิเคราะห์รายหนึ่งชี้ว่า ก.ล.ต. สหรัฐฯ กำลังหาแนวทางเพื่อกำหนดขอบเขตว่าสิ่งใดบ้างที่ตลาดการคาดการณ์สามารถนำเสนอได้

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...