โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ชะตา ร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 9 ก.ค. นี้

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ลุ้นระทึก รัฐบาลอนุทิน ร่างเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติวินิจฉัย 9 ก.ค. นี้ หลังฝ่ายค้านยื่นให้ตีความขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่

วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติวินิจฉัยร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 นี้ ว่าการออก พ.ร.ก. ดังกล่าว เลี่ยงกระบวนการงบประมาณปกติอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่ หลัง สส. พรรคฝ่ายค้าน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน และนายกรณ์ จาติกวณิช สส.แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนี้ยังมีพรรคเสรีรวมไทย เข้าชื่อยื่นผ่านนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ส่งคำร้องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ จนศาลนัดลงมติในวันดังกล่าว

สาเหตุหลักของการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มาจากการที่รัฐบาลเห็นว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคง และเสถียรภาพด้านพลังงานของโลก โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง ทำให้ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าและบริการอันกระทบต่อการบริโภคของประชาชนในภาคครัวเรือน

รัฐบาลมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการแก้ไขโดยเร่งด่วนและต่อเนื่อง ทั้งการให้ความช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ด้านพลังงานดังกล่าว

โดยยุทธศาสตร์กู้เงิน 4 แสนล้านบาท นี้ แบ่งงบประมาณออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าจากวิกฤตพลังงานและลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน

ส่วนที่ 1 บรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า จำนวน 2 แสนล้านบาท ใช้ในโครงการ

  • โครงการไทยช่วยไทย พลัส รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% ให้สิทธิคนละ 4,000 บาท
  • เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มเงินจาก 300 บาทเป็น 1,000 บาท ต่อคนต่อเดือน
  • ประคองเกษตรกรและ SME เพื่อลดต้นทุนการผลิตและรักษาเสถียรภาพธุรกิจขนาดเล็กให้เดินหน้าต่อได้

ส่วนที่ 2 ปรับโครงสร้างพลังงานสู่อนาคต จำนวน 2 แสนล้านบาท ใช้ในโครงการ

  • พลังงานสะอาด เพื่อส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพื่อลดการใช้ฟอสซิล
  • ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการใช้รถ EV และขยายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
  • เศรษฐกิจใหม่ เพื่อสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตและพัฒนาทักษะแรงงานสีเขียว

หากผลวินิจฉัยออกมาเป็นบวก กระทรวงการคลัง โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี จะมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ หรือออกตราสารหนี้ ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย วงเงินกู้ มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 400,000 ล้านบาท และต้องลงนามในสัญญากู้เงินหรือออกตราสารหนี้ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 ทั้งนี้ ให้การกู้เงินนี้เป็นการกู้เงินตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยคาดว่าจะส่งผลให้หนี้สาธารณะต่อ GDP ณ สิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 อยู่ที่ประมาณ 69.88% ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะที่กำหนดสัดส่วนหนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP ไว้ไม่เกิน 70%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับตา ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ชะตา ร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 9 ก.ค. นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...