BPS โซลาร์ติดลมบน ดันสัดส่วนแตะ 30%
#BPS #ทันหุ้น – BPS รับอานิสงส์กระแสประหยัดพลังงาน ดันดีมานด์ติดตั้ง Solar Rooftop โตแรง ฟากบิ๊กบอส “สุรพงษ์ สาเรชพันธุ์” มั่นใจแม้ราคาแผงโซลาร์จากจีนขยับขึ้นกว่า 10% ไม่สะเทือนความต้องการในประเทศ คาดโซลาร์เซลล์ปีนี้กินสัดส่วนรายได้ 20-30% พร้อมเป็นหัวหอกดันยอดขายรวมโต 10-20%
นายสุรพงษ์ สาเรชพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีพีเอส เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ BPS เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า กระแสความต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่พักอาศัยเพื่อประหยัดพลังงานกำลังสูงขึ้นชัดเจน สะท้อนจากรายได้หน่วยธุรกิจอุปกรณ์โซลาร์เซลล์บริการจัดหา ออกแบบติดตั้ง รวมถึงโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์เซลล์แบบติดตั้งบนหลังคา เหล่านี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย
@โซลาร์ยอดพุ่ง
โดยเฉพาะโซลาร์เซลล์เพื่อติดตั้งบนหลังคาเกือบเข้าสู่สภาวะสินค้าไม่พอความต้องการซึ่งตัวแผงที่บริษัทนำมาบริการเป็นผลิตภัณฑ์ระดับคุณภาพพรีเมียมเจาะตลาดระดับกลางไปถึงระดับบน พร้อมกับการนำเสนอโซลูชันที่ครบวงจรตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ให้เป็นระดับชั้นนำ ตอบโจทย์กลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้าเกิน 200 หน่วยต่อเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องชำระค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงกว่าปกติ
ในมุมมองส่วนตัววิเคราะห์สาเหตุความต้องการที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติมาจากความกังวลของผู้บริโภคต่อแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นในอนาคต รวมถึงความกังวลอื่นๆ ในภาวะสงคราม เป็นตัวเร่งให้เกิดการตัดสินใจติดตั้ง อีกทั้งในประเทศไทยภาครัฐบาลก็สนับสนุนโยบายการลดหย่อนภาษีผนวกกับมีธนาคารเอื้อด้านอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าปกติด้วย
ส่วนกรณีที่ราคาโซลาร์เซลล์ที่นำเข้าจากจีนเพิ่งจะแพงขึ้นอย่างน้อย 10% เพราะทางจีนเลิกนโยบายอุดหนุนลดภาษีการส่งออกนั้น บริษัทมั่นใจจะไม่ทำให้ความต้องการในประเทศไทยลดลง ทั้งนี้บริษัทประมาณการธุรกิจโซลาร์เซลล์จะมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ประมาณ 20-30% ของรายได้รวมในปีนี้ และเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันให้ยอดขายในภาพรวมเติบโตขึ้นประมาณ 10-20%
@แผนขยายธุรกิจ
บริษัทคาดว่าจะยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจจากฐานรายได้เดิมของ Smart Construction ควบคู่กับการเร่งพัฒนาโซลูชันใหม่ที่สามารถต่อยอดสู่รายได้ประจำ โดยเฉพาะกลุ่ม Retrofit & Energy Management, Data Platform, Smart Monitoring, Smart Ventilation/Energy Recovery Ventilation และWell Building & Wellness ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ ที่สอดคล้องกับแนวโน้มตลาดด้านพลังงานสุขภาวะ ESG และการบริหารต้นทุนของโครงการอสังหาริมทรัพย์
บริษัทมีแนวโน้มที่จะขยายโอกาสจากตลาดปรับปรุงบ้านและอาคารให้เป็นบ้านประหยัดพลังงาน ผ่านโซลูชัน Solar Rooftop, EVCharger, Energy Monitoring และบริการบำรุงรักษาหลังการติดตั้ง โดยอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตร เช่น ธนาคาร ซัพพลายเออร์และผู้พัฒนาโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ และลดผลกระทบจากภาวะชะลอตัวของการก่อสร้างภาคเอกชน
ด้าน Data Platform บริษัทมีแนวโน้มเร่งทดสอบและขยายผลโครงการนำร่อง เช่น ระบบรายงานความปลอดภัย Daily/ Weekly/Monthly Report ระบบ Monitoring กล้องวงจรปิด และระบบติดตามประสิทธิภาพการดำเนินงานในโครงการหมู่บ้าน หากโครงการนำร่องสามารถสร้างผลลัพธ์ด้านการลดต้นทุนให้ลูกค้าได้ชัดเจน บริษัทจะมีโอกาสต่อยอดเป็นรายได้ประจำจากโครงการอื่นในอนาคต
สำหรับกลุ่มสินค้าใหม่ โดยเฉพาะ Energy Recovery Ventilation บริษัทมีโอกาสขยายสู่ตลาดผู้บริโภคโดยตรงมากขึ้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ทั้งการเติมอากาศและการฟอกอากาศภายในบ้าน ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศ สุขภาพ และการอยู่อาศัยในบ้านยุคใหม่