คืบหน้าหวยอลเวง! หญิงวัย 54 มั่นใจถูกรางวัลที่ 1 ช้ำใจไว้ใจเพื่อนบ้านช่วยตรวจ ก่อนล่องหนเหลือแค่ 2 ใบในถังขยะ
(8 มิ.ย. 69) จากกรณีคดีสลากกินแบ่งรัฐบาลอลเวง ซึ่งเกิดจากกรณีที่ผู้เสียหายนำลอตเตอรี่ไปให้เพื่อนบ้านช่วยตรวจรางวัล แล้วเกิดการทักท้วงว่าถูกรางวัลใหญ่ก่อนที่สลากฯ จะสูญหายไปนั้น
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของ นายสถาพร อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของ น.ส.สายัญ อายุ 54 ปี ผู้เสียหายในคดีดังกล่าว โดยพบน้าสายัญกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน ซึ่งจากการสอบถามความคืบหน้าทางคดี เจ้าตัวเปิดเผยว่า ขณะนี้ไม่ได้กลับไปพักที่บ้านเดิมในพื้นที่ ต.ปากน้ำ แต่ย้ายมาอาศัยอยู่กับลูกชายอีกตำบลหนึ่งเพื่อความสบายใจ
น.ส.สายัญ เล่าเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุว่า ตนได้ถือลอตเตอรี่เดินออกจากบ้านไปคนเดียว เพื่อไปหาเพื่อนบ้านที่นั่งคุยกันอยู่ประมาณ 3–4 คน เมื่อไปถึงก็บอกให้ช่วยตรวจลอตเตอรี่ให้หน่อย ซึ่งก่อนหน้านี้ตนก็เคยนำลอตเตอรี่ไปให้เพื่อนบ้านคนอื่นตรวจให้เป็นประจำ แต่ไม่ใช่เพื่อนบ้านคนที่มีปัญหาในครั้งนี้ ส่วนสาเหตุที่งวดนี้ยอมไว้ใจให้ตรวจเพราะรู้จักกันมานาน ไปมาหาสู่กันตลอด ยืนยันว่าตอนที่รู้ว่าถูกรางวัลที่ 1 ตนจะนำสลากฯ กลับ แต่เพื่อนบ้านบอกว่าให้ฝากไว้ก่อน เดี๋ยวจะพาไปแจ้งความและขึ้นเงินเอง จนกระทั่งมารู้ตัวอีกทีว่าสลากฯ หายไป และพบสลากฯ อีก 2 ใบที่ไม่ถูกรางวัลถูกทิ้งอยู่ในถังขยะริมถนนหน้าบ้าน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตนไปสอบสวนแล้ว และตนยังคงมั่นใจเต็มร้อยว่าซื้อลอตเตอรี่มาทั้งหมด 3 ใบจริง
ด้าน น.ส.พรภัณร์ อายุ 32 ปี ลูกสาวของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกทั้งฝั่งแม่ของตน ฝั่งคู่กรณีคนตรวจสลากฯ และแม่ค้าร้านขายลอตเตอรี่ไปสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว ยอมรับว่าตอนนี้คุณแม่ยังมีความกังวลใจอยู่บ้าง ซึ่งทางครอบครัวหวังว่าหากลอตเตอรี่ใบที่หายไปเป็นของแม่จริงก็อยากได้คืน หรือต่อให้ตัวเลขผิดไปเพียงตัวเดียวก็อยากเห็นใบจริง เพราะยังค้างคาใจมากว่าสลากฯ อีก 1 ใบหายไปไหน ตอนนี้ทำได้เพียงรอเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป