คืบหน้าเหตุ “รถไฟ” ชน “รถเมล์” แยกอโศก-ดินแดง คมนาคมสั่งสอบกล่องดำ-ขสมก. เยียวยา 1.5 ล้าน-นายกฯ จ่อตรวจพื้นที่คืนนี้
คมนาคมเร่งตรวจสอบระบบไม้กั้นและกล่องดำบันทึกข้อมูล หลังพบรถประจำทางจอดคร่อมรางช่วงจราจรติดขัด สรุปตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบ เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บกว่า 25 ราย ขสมก. ประกาศวงเงินเยียวยารายละ 1.5 ล้านบาทรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สถานีมักกะสัน กลับมาเปิดให้บริการตามปกติ หลังปิดรับผู้โดยสารชั่วคราวจากปัญหาความปลอดภัยด้านกลุ่มควัน
16 พฤษภาคม 2569– เมื่อเวลา 15.35 น. ของวันนี้ขบวนรถสินค้าที่ 2126 (เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง – บางซื่อ) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เฉี่ยวชนกับรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 (เส้นทางเมกาบางนา - บางเขน) บริเวณทางผ่านเสมอระดับรถไฟ-รถยนต์ แยกอโศก - ดินแดง ระหว่างสถานีคลองตัน - มักกะสัน
ขณะเกิดเหตุสภาพการจราจรในบริเวณดังกล่าวมีความติดขัดหนาแน่น ส่งผลให้รถโดยสารประจำทางคันดังกล่าวต้องจอดในลักษณะคร่อมอยู่บนรางรถไฟตรงจุดตัดทางผ่าน ในระหว่างนั้นขบวนรถสินค้าซึ่งบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์และมีน้ำหนักมากได้วิ่งผ่านมาพอดี จึงพุ่งชนและลากรถโดยสารประจำทางไปไกลประมาณ 50 เมตร หลังจากการชนซ้ำกับตอม่อ ได้เกิดเพลิงลุกไหม้ตัวรถโดยสารประจำทางอย่างรุนแรงทันที
และมีรายงานจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ว่ามีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะๆจนเกิดเพลิงลุกไหม้ตัวรถอย่างรุนแรงและเกิดเพลิงลามไปยังรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่อยู่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยจากศูนย์วิทยุพระราม 199 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ได้ระดมกำลังเข้าฉีดน้ำควบคุมเพลิง และเร่งใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บรวมถึงเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตออกจากซากรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
เบื้องต้นยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 รายและมีผู้บาดเจ็บหลายราย (ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด) และมีผู้ติดอยู่ภายในตัวรถ
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งมวลชนเมือง โดยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) สถานีมักกะสัน ซึ่งตั้งอยู่เหนือจุดเกิดเหตุ จำเป็นต้องประกาศปิดสถานีชั่วคราวและให้ขบวนรถวิ่งผ่านโดยไม่จอด (Skip Station) ตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุเนื่องจากมีกลุ่มควันหนาแน่นลอยขึ้นไปปกคลุมพื้นที่ชานชาลา เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ก่อนที่สถานีจะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติในเวลา 16.35 น. หลังจากควบคุมเพลิงด้านล่างได้สำเร็จ
คมนาคมชี้ไม้กั้นไม่ทำงาน สั่งตรวจกล่องดำ-ตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่
ในด้านการตรวจสอบหาสาเหตุและพยานหลักฐาน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ได้นำทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุร่วมกับพนักงานสอบสวน โดยพบประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบป้องกันอุบัติเหตุในบริเวณดังกล่าว
“ประเด็นข้อสงสัยเรื่องไม้กั้นรถไฟที่ไม่ลงมากั้นขณะเกิดเหตุ ตามหลักการแล้วไม้กั้นต้องลงมาก่อน สัญญาณไฟจึงจะอนุญาตให้รถไฟวิ่งผ่านได้ แต่ในกรณีนี้ไม้กั้นกลับไม่ทำงาน ซึ่งถือเป็นความผิดปกติอย่างร้ายแรง โดยตนได้สั่งการให้ รฟท.นำกล่องดำ หรือตัวบันทึกข้อมูลการเดินรถไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อดูพฤติกรรมคนขับว่าใช้ความเร็วเท่าใด มีการชะลอรถหรือไม่” นายสิริพงศ์ กล่าว
ขณะนี้ ทางกระทรวงคมนาคมได้ส่งมอบหลักฐานกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร และกล้องจากตู้ควบคุมระบบอุปกรณ์กั้นทางให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน เรียบร้อยแล้ว เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างละเอียดรอบคอบ
สรุปตัวเลขผู้สูญเสียและการบริหารจัดการขบวนรถไฟที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับรายงานตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบ ณ เวลาล่าสุด ยืนยันพบผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 8 ราย ซึ่งรวมถึงพนักงานขับรถโดยสารประจำทางที่เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ ขณะที่ผู้บาดเจ็บมีจำนวนรวมกว่า 25 ราย (บางกระแสระบุ 32 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบตัวเลขที่แน่ชัด) โดยพนักงานขับรถไฟได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ส่วนผู้บาดเจ็บรายอื่นๆ ได้ถูกทยอยลำเลียงส่งไปรักษาตัวตามโรงพยาบาลต่างๆ ประกอบด้วย โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลตำรวจ
ในส่วนผลกระทบต่อระบบการเดินรถไฟสายตะวันออก รฟท. ได้ประกาศระงับการเดินรถผ่านเส้นทางแยกมักกะสันเป็นการชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่ ส่งผลให้มีขบวนรถตกค้างจำนวน 4 เที่ยวในวันนี้ ได้แก่:
- ขบวนรถธรรมดาที่ 277 กรุงเทพ (หัวลำโพง) – กบินทร์บุรี (รอเปิดทางที่สถานีมักกะสัน)
- ขบวนรถชานเมืองที่ 379 กรุงเทพ (หัวลำโพง) – ชุมทางฉะเชิงเทรา (รอเปิดทาง)
- ขบวนรถพิเศษชานเมืองที่ 391 กรุงเทพ (หัวลำโพง) – ชุมทางฉะเชิงเทรา (รอเปิดทาง)
- ขบวนรถธรรมดาที่ 282 กบินทร์บุรี – กรุงเทพ (หัวลำโพง) (ช้ากว่ากำหนด รอเปิดทางที่สถานีหัวหมาก)
- ขบวนรถธรรมดาที่ 284 จุกเสม็ด - กรุงเทพ (หัวลำโพง) (รอเปิดทางที่สถานีหัวหมาก)
- ขบวนรถชานเมืองที่ 371 กรุงเทพ (หัวลำโพง) - ปราจีนบุรี (รอเปิดทาง)
ทั้งนี้ รฟท. ได้ประสานงานร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในการจัดรถโดยสารสาธารณะเพื่ออำนวยความสะดวกในการขนถ่ายผู้โดยสารตกค้าง โดยรับส่งจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังสถานีหัวหมาก เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางได้ พร้อมเปิดให้ผู้โดยสารสามารถขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้เต็มจำนวน
ขสมก. ประกาศยอดเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 1.5 ล้านบาท
ด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการชดเชยและความเสียหายเชิงมูลค่า ฝ่ายบริหารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และประกาศพร้อมเข้ามารับผิดชอบดูแลผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด โดยอาศัยระบบประกันภัยคุ้มครองของตัวรถโดยสารสาธารณะ
“การเยียวยาแม้เม็ดเงินจะไม่สามารถทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้ แต่กระทรวงจะดูแลอย่างดีที่สุด เบื้องต้นในส่วนของ ขสมก. มีประกันภัยคุ้มครอง ซึ่งคาดว่าจะมีวงเงินเยียวยามากกว่า 1 ล้านบาทต่อราย และจะประสานงานกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อติดตามอาการผู้บาดเจ็บในทุกโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุเพิ่มเติมว่าล่าสุด ขสมก. ได้เคาะตัวเลขเยียวยากรณีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการแล้วที่รายละ 1.5 ล้านบาท พร้อมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บทั้งหมด
นายกสั่งเยียวยาผู้บาดเจ็บเสียชีวิต เตรียมลงพื้นที่ 20.00 น. - 21.00 น.คืนนี้
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ร่วมกับผู้อำนวยการเขตราชเทวีเพื่อควบคุมการตัดถ่างและการเคลื่อนย้ายซากปรักหักพัง ขณะที่ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระดมกำลังตำรวจจราจรเข้าอำนวยความสะดวกโดยรอบเส้นทางแยกพระราม 9 ถึงแยกอโศกเพชร เนื่องจากโครงสร้างรถไฟขบวนสินค้ายังจอดกีดขวางเส้นทางจราจร โดยคาดว่าจะเร่งรัดคืนผิวจราจรให้กลับสู่สภาวะปกติได้ทันทีหลังพนักงานสอบสวนเคลียร์พื้นที่แล้วเสร็จ
ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับรายงานอุบัติเหตุดังกล่าว ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ โบราณสถานเขาคลังนอก จังหวัดเพชรบูรณ์และได้สั่งการทันที โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข โดยโรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และโรงพยาบาลราชวิถี เตรียมความพร้อมด้านห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ห้อง ICU หน่วยดูแลแผลไหม้ (Burn Unit) และสำรองโลหิตให้เพียงพอ
ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเป็นประธานเปิดงานประเพณีที่อำเภอวิเชียรบุรี นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันทีเพื่อเข้าตรวจดูจุดเกิดเหตุในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. - 21.00 น. ของวันเดียวกันนี้ ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงเย็นเพื่อเร่งรัดการลำเลียงผู้บาดเจ็บและควบคุมพื้นที่