โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BOI วางทิศลงทุนยุคใหม่ ปั้นเทคฯ-คน-ซัพพลายเชน หนุนศก.

ทันหุ้น

อัพเดต 51 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ทันหุ้น – บอร์ดบีโอไอจัดประชุมปรับทิศทางและบทบาทการส่งเสริมการลงทุนระยะต่อไป ชูแนวคิดมุ่งสร้างประโยชน์คนไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านการลงทุน พร้อมหารือการพัฒนาระบบนิเวศ ยกระดับบริการนักลงทุน และทำงานแบบ “ทีมไทยแลนด์” เสริมศักยภาพไทยรับโอกาสการลงทุนยุคใหม่ ตอบเป้าหมายประเทศเติบโต 3% พลัส และติด Top 20 ประเทศขีดความสามารถแข่งขันสูงใน 4 ปี และก้าวสู่ประเทศรายได้สูงใน 12 ปี

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้เป็นประธานในการประชุมเพื่อทบทวนนโยบายส่งเสริมการลงทุน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569ณ จังหวัดชลบุรี โดยมีคณะกรรมการฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารบีโอไอร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มการลงทุนโลก โอกาสของประเทศไทย และแนวทางปรับเปลี่ยนทิศทางและบทบาทของการส่งเสริมการลงทุน เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงตอบโจทย์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้สามารถแข่งขันได้ในอนาคต และให้เกิดประโยชน์ถึงคนไทยได้อย่างชัดเจนและจับต้องได้

รองนายกฯ เอกนิติ ได้กล่าวมอบนโยบายว่า ที่ผ่านมาบีโอไอทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในระยะต่อไปบีโอไอจะเป็นกลไกหลักในการดึงดูดการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยต้องปรับบทบาทและตัวชี้วัดไปสู่การเร่งให้เกิดการลงทุนจริง พร้อมให้ความสำคัญกับการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และกระจายประโยชน์สู่คนไทยและเศรษฐกิจไทย รวมถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และความรวดเร็วในการให้บริการ รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AIมายกระดับกระบวนการส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนเชื่อมโยงการประสานงานระหว่างหน่วยงาน

“เป้าหมายของเรา คือ ทำให้บีโอไอเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายใหญ่ของประเทศ ทั้งการผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตมากกว่าร้อยละ 3พร้อมทั้งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยสู่ 20 อันดับแรกภายในระยะเวลา 4ปีของรัฐบาล เพื่อนำไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายสูงภายใน 12 ปี” นายเอกนิติ กล่าว

3 โจทย์ใหญ่ เตรียมไทยรับการลงทุนยุคใหม่

ที่ประชุมได้หารือ 3 โจทย์หลักสำหรับการลงทุนในโลกยุคใหม่ ได้แก่ “สร้างคุณค่าอะไร” เพื่อมองเป้าหมายและประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนในมิติที่กว้างกว่าเม็ดเงินลงทุน “ลงทุนอะไร” เพื่อพิจารณาโอกาสของสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยควรให้ความสำคัญ และ “ขับเคลื่อนอย่างไร” เพื่อหารือแนวทางในการใช้เครื่องมือส่งเสริมการลงทุน การอำนวยความสะดวก และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานให้ตอบโจทย์นักลงทุนและการพัฒนาประเทศได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับคุณค่าที่ประเทศควรได้รับจากการลงทุน ที่ประชุมเห็นว่าตัวเลขเงินลงทุนและการจ้างงานยังคงเป็นข้อมูลสำคัญ ในการสะท้อนความเชื่อมั่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน อาจพิจารณามิติประกอบอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การเพิ่มมูลค่าในประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยีและงานวิจัย การสร้างบุคลากรทักษะสูง การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยและ SMEsเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน การสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การลงทุนช่วยเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทยได้อย่างรอบด้านและยั่งยืน โดยหลังจากที่บีโอไอดึงการลงทุนเข้ามาแล้ว หน่วยงานต่างๆ จะต้องมาทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ โดยจะมีการกำหนดตัวชี้วัดร่วมระหว่างหน่วยงาน (Integrated Strategic KPIs)

ในด้านทิศทางอุตสาหกรรม ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนมุมมองถึงการปรับโฟกัสใหม่ เพื่อให้การส่งเสริมการลงทุนมีจุดเน้นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และกำหนดกลุ่มเทคโนโลยีและกิจการที่มีศักยภาพสูง อาทิ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดิจิทัลและ AIวิศวกรรมและวัสดุขั้นสูง เกษตรและอาหารมูลค่าสูง การแพทย์และสุขภาพ รวมถึงยานยนต์แห่งอนาคต ขณะเดียวกัน ได้ให้ความสำคัญกับการต่อยอดฐานอุตสาหกรรมเดิมของไทยให้มีการยกระดับเทคโนโลยี ลดการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่จุดแข็งหรือยุทธศาสตร์ในอนาคตของไทย เพิ่มประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าใหม่ โดยมองการพัฒนาอุตสาหกรรมในลักษณะ “ต่อยอดและเปลี่ยนผ่าน” มากกว่าการแบ่งเป็นอุตสาหกรรมเก่าหรือใหม่เพียงอย่างเดียว

ในด้านการขับเคลื่อนและดึงดูดการลงทุน ที่ประชุมหารือถึงการบูรณาการเครื่องมือและมาตรการสนับสนุนระหว่างหน่วยงาน ทั้งด้านภาษี ด้านการเงิน ด้านการบริการและอำนวยความสะดวก เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่และดูแลนักลงทุนเดิมให้ขยายกิจการและยกระดับสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าสูง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นการยกระดับทักษะและพัฒนาทักษะใหม่ (Upskill & Reskill)ให้แก่บุคลากรไทย โดยเฉพาะการให้เอกชนมาร่วมออกแบบหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการ การสนับสนุนการฝึกงานในธุรกิจจริง การสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา พร้อมวางกลไกที่จับต้องได้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยี

บีโอไอจะรักษาจุดแข็งของระบบส่งเสริมการลงทุนที่นักลงทุนให้ความเชื่อมั่น พร้อมเปิดรับแนวคิดใหม่และศึกษาความเหมาะสมอย่างรอบด้าน เพื่อให้เครื่องมือและบริการของบีโอไอทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และสนับสนุนให้ไทยเป็นจุดหมายการลงทุนที่สร้างการเติบโตและคุณค่าในระยะยาว” นายนฤตม์ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...