โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ขัตติยา’ กางแผนงบฯ ปี 70 ชู 5 กระทรวงเพื่อไทย ยกระดับทุนมนุษย์ ตั้งข้อสังเกตงบประจำพุ่ง

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
‘ขัตติยา’ กางแผนงบฯ ปี 70 ชู 5 กระทรวงเพื่อไทย ยกระดับทุนมนุษย์ ตั้งข้อสังเกตงบประจำพุ่ง หวั่นฉุดรั้งขีดความสามารถการแข่งขัน

‘ขัตติยา’ กางแผนงบฯ ปี 70 ชู 5 กระทรวงเพื่อไทย ยกระดับทุนมนุษย์ ตั้งข้อสังเกตงบประจำพุ่ง หวั่นฉุดรั้งขีดความสามารถการแข่งขัน

วันที่ 30 มิ.ย.2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณในส่วนของ 5 กระทรวงที่อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคเพื่อไทย

น.ส.ขัตติยา เผยว่า กลุ่มกระทรวงด้านสังคมนี้ไม่ได้แยกขาดจากการพัฒนาเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาปากท้องของประเทศ เพราะจุดร่วมของ 5 กระทรวงนี้คือภารกิจในการสร้างทุนมนุษย์และสร้างความมั่นคงทางสังคมซึ่งเป็นรากฐานที่แท้จริงของการพัฒนาเศรษฐกิจและปากท้องของประเทศ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบรายละเอียดงบประมาณกลับพบข้อสังเกตสำคัญในหลายมิติที่รัฐบาลต้องเร่งบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

เริ่มต้นที่กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงถึง 360,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 9.49 ของงบประมาณทั้งหมด นางสาวขัตติยา ชี้ว่า โจทย์ใหญ่ในวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างโรงเรียนให้เด็กเข้าถึงการศึกษา แต่ต้องมุ่งเน้นไปที่คุณภาพและความเท่าเทียม โดยเห็นด้วยกับการเดินหน้าผลักดันยระดับสมรรถนะผู้เรียนเพื่อยกระดับผลประเมิน PISA รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำผ่านโครงการเรียนฟรี 15 ปีและทุนการศึกษาต่าง ๆ ซึ่งใช้งบประมาณรวมกว่า 90,000 ล้านบาท
ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แม้จะได้รับงบประมาณเพียง 26,000 ล้านบาท แต่ถือเป็นหน่วยงานสำคัญในการดูแลกลุ่มเปราะบาง ซึ่งในยุคนี้ได้ปรับทิศทางจากการทำงานแบบ การช่วยเหลือเยียวยาเฉพาะหน้า มาเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนพึ่งพาตัวเองและเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐานได้อย่างยั่งยืน

น.ส.ขัตติยา กล่าวต่อว่า เมื่อวางรากฐานทางสังคมแล้ว ปัญหาสำคัญคือระบบรองรับในตลาดแรงงานยุคปัจจุบัน โดยกระทรวงแรงงานได้รับงบประมาณรวม 73,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณร้อยละ 7 ทว่าเมื่อเจาะลึกรายละเอียดกลับพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า งบประมาณกว่าร้อยละ 90 หรือประมาณ 66,000 ล้านบาท เป็นรายจ่ายประจำ และงบถูกใช้ไปกับการสมทบและอุดหนุนกองทุนประกันสังคม ทำให้เหลือเม็ดเงินสำหรับขับเคลื่อนนโยบายจริงเพียง 7,000 ล้านบาทเท่านั้น
นำมาสู่คำถามสำคัญว่าจะเพียงพอหรือไม่กับการยกระดับแรงงานไทยกว่า 40 ล้านคน เนื่องจากขีดความสามารถในโลกยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่การตัดราคาค่าแรงขั้นต่ำ แต่ต้องสู้กันด้วยคุณภาพและทักษะขั้นสูง การจัดงบประมาณทำ Upskill, Reskill และ New Skill จึงต้องเป็นยุทธศาสตร์สร้างทุนมนุษย์เพื่อรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การจัดอบรมให้จบไปตามตัวชี้วัดประจำปี

ส่วนภาคการเกษตรซึ่งเป็นฐานรากของประเทศ นางสาวขัตติยา อภิปรายว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 120,000 ล้านบาท ซึ่งปรับลดลงไปกว่า 9,000 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ท่ามกลางวิกฤตโลกรวนและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งสร้างความกังวลว่าจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาศักยภาพเกษตรกร โดยเฉพาะในส่วนของกรมชลประทานที่ได้รับงบประมาณ 78,000 ล้านบาท แต่กว่าร้อยละ 91 เป็นงบลงทุนผูกพันต่อเนื่องและงบบุคลากร ทำให้เหลืองบดำเนินงานจริงเพียง 959 ล้านบาท ซึ่งอาจกระทบต่อความคล่องตัวในการรับมือวิกฤตน้ำและภัยแล้งระหว่างปี แต่อย่างไรก็ดี ยังคงเห็นด้วยกับแนวทางของกระทรวงที่จะปรับเปลี่ยนภาคเกษตรจากการขายสินค้าโภคภัณฑ์ราคาต่ำ ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อตอบโจทย์ตลาดโลก

ในส่วนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ได้รับงบประมาณ 134,000 ล้านบาท นางสาวขัตติยาได้แสดงความกังวลต่อการปรับลดงบประมาณสนับสนุนผ่านกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ลงจากปีที่ผ่านมา โดยเตือนว่าประเทศที่หลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลางล้วนเติบโตด้วยเทคโนโลยีของตัวเอง การตัดงบวิจัยจึงไม่ได้ทำให้แค่โครงการใดโครงการหนึ่งหยุดชะงัก แต่คือการสูญเสียโอกาสครั้งสำคัญในการสร้างเทคโนโลยีต้นน้ำ บ่มเพาะสตาร์ทอัพ และจะกลายเป็นตัวฉุดรั้งขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยบนเวทีโลก จนทำให้ต้องติดอยู่กับวงจรการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศต่อไปในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า

"งบประมาณด้านทุนมนุษย์ไม่ใช่รายจ่ายเพื่อการบริโภคที่หมดไปวันต่อวัน แต่คือการลงทุนที่จะคืนผลตอบแทนกลับมาเป็นผลิตภาพและความมั่นคงของประเทศในอนาคต การศึกษาที่ดีในวันนี้ คือทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพในวันหน้า แรงงานที่มีทักษะคือขีดความสามารถในการแข่งขัน งานวิจัยที่ดีคือเทคโนโลยี และสังคมที่มั่นคงก็คือเสถียรภาพของประเทศในระยะยาว" น.ส.ขัตติยา กล่าว

น.ส.ขัตติยา ประกาศจุดยืนสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ในส่วนของทั้ง 5 กระทรวง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และคุ้มค่าที่สุด เพื่อแปรเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนในวันนี้ให้กลายเป็นอนาคตที่มั่นคงและจับต้องได้ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ขัตติยา’ กางแผนงบฯ ปี 70 ชู 5 กระทรวงเพื่อไทย ยกระดับทุนมนุษย์ ตั้งข้อสังเกตงบประจำพุ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...