โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สรุป 5 ประเด็น ‘ทรัมป์-สี’ ประชุมสุดยอดผู้นำ คุยอะไรกันบ้าง?

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ซีเอ็นบีซี ระบุว่า การพบปะครั้งสำคัญนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร และการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่อบอุ่นระหว่างสองมหาอำนาจ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเผชิญกับประเด็นขัดแย้งสะสมมานานหลายปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิมนุษยชน ไปจนถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยี และการค้า

สรุป 5 ประเด็นสำคัญจากการประชุม

จากการเปิดเผยข้อมูลของทั้งรัฐบาลจีน และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว นี่คือ “5 ประเด็นสำคัญ” ที่เป็นหัวใจหลักของการหารือในครั้งนี้

1. กำหนดทิศทาง 'ความสัมพันธ์' ใหม่

ทรัมป์ และสี ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีน และสหรัฐ ให้เป็นไปในลักษณะ "เชิงสร้างสรรค์ และมีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์" โดยผู้นำจีน ระบุว่า รัฐบาลปักกิ่งจะใช้กรอบแนวคิดนี้เป็นแนวทางหลักในการดำเนินนโยบายสำหรับช่วง 3 ปีข้างหน้า และหลังจากนั้น

ในการประชุม สีเน้นย้ำว่าทิศทางเชิงยุทธศาสตร์นี้จะขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือ และการเป็นคู่แข่งในระดับที่เหมาะสม (measured competition) โดยทั้งสองฝ่ายต้องสามารถบริหารจัดการความแตกต่างระหว่างกันได้ พร้อมทั้งกำชับว่ากรอบความร่วมมือนี้จะต้องถูกนำไปปฏิบัติให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน และเป็นรูปธรรม

ด้าน เทียนเฉิน สวี่ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit วิเคราะห์ว่า นี่คือ สัญญาณของการเข้าสู่ช่วงเวลาที่ทั้งสองประเทศจะพยายามรักษาเสถียรภาพให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แม้ความขัดแย้งจะยังคงมีอยู่ แต่การมีแนวทางป้องกันเช่นนี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนเกินความควบคุมเหมือนที่เกือบจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา

2.ทั้ง 2 เปิดใจเจรจา สู่การประชุม 'เชิงบวกและสมดุล'

สี เผยว่า คณะผู้แทนทางการค้าของทั้ง 2 ประเทศสามารถบรรลุข้อสรุปที่เป็นบวก และมีความสมดุลในภาพรวม

ก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจของทั้งสหรัฐ และจีนได้เปิดโต๊ะเจรจากันก่อนที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยมี “สกอตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และ เหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งผลการพูดคุยในรอบนี้เป็นไปอย่างราบรื่น และได้ข้อสรุปที่ทั้งสองฝ่ายต่างพอใจ ทำให้เกิดบรรยากาศเชิงบวกก่อนที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะพบกันจริง

ผู้นำจีนระบุว่า ทั้ง 2 ประเทศควรทำงานร่วมกันเพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนเชิงบวกที่เกิดขึ้นได้ยากนี้ไว้ โดยรัฐบาลปักกิ่งพร้อมเปิดรับการขยายความร่วมมือทางการค้าจากฝั่งสหรัฐมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยืนยันว่าประตูแห่งการเปิดประเทศของจีนจะเปิดกว้างมากขึ้นกว่าเดิม

ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่กลุ่มผู้นำทางธุรกิจจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกาหลายแห่งได้ร่วมคณะเดินทางไปกับทรัมป์ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งรวมถึง อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา และ เจนเซน หวง ประธานบริหารของอินวิเดีย

3.ยกระดับ ‘ดีลการค้า-เปิดประตูการลงทุน

สี ได้เสนอให้ทั้งสองมหาอำนาจเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารผ่านช่องทางทางการทูต และทางทหารให้มากขึ้น เพื่อลดความระแวง และสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน

พร้อมทั้งเรียกร้องให้ขยายความร่วมมือในอุตสาหกรรมที่เป็นรากฐานสำคัญ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การเกษตร รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน

ทางด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ในการหารือครั้งนี้ ทั้งทรัมป์ และสี รวมถึงทีมงานของทั้งสองฝ่าย ได้แลกเปลี่ยนแนวทางในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจร่วมกัน โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายโอกาสให้ธุรกิจจากสหรัฐ สามารถเข้าถึงตลาดผู้บริโภคในจีนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้จีนเข้ามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมของอเมริกาเพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากประเด็นทางเศรษฐกิจแล้ว ทรัมป์ยังได้ย้ำถึงความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลปักกิ่งใน 2 ประเด็นหลัก คือ 1.การขอความร่วมมือให้จีนเดินหน้าปราบปรามการลักลอบส่งออกยาเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐ และ 2.การเร่งเพิ่มยอดการนำเข้าสินค้าเกษตรจากอเมริกา

4.ทางออกวิกฤติน้ำมัน เห็นตรงกันต้องเปิด ‘ฮอร์มุซ’

ในการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และวิกฤตการณ์โลก ทั้งทรัมป์ และสี จิ้นผิง เห็นพ้องตรงกันว่า " ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก จะต้องเปิดให้สัญจรได้ตามปกติเพื่อฟื้นฟูการไหลเวียนของน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ผู้นำจีนยืนยันคัดค้านการใช้กำลังทหารในเส้นทางขนส่งหลัก รวมถึงปฏิเสธความพยายามใดๆ ที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการใช้เส้นทางน้ำนี้

ประเด็นที่น่าสนใจคือ จีนได้แสดงความสนใจที่จะเพิ่มการซื้อน้ำมันจากสหรัฐให้มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอน

นอกจากนี้ ทั้งสองยังมีความเห็นแบบเดียวกันในประเด็นความมั่นคง โดยยืนยันว่าอิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองอย่างเด็ดขาด

5. ‘ไต้หวัน’ จุดชี้ขาดความสัมพันธ์ 2 มหาอำนาจ

สี ได้ส่งสัญญาณเตือนด้วยถ้อยคำที่รุนแรงที่สุดเกี่ยวกับกรณีของ "ไต้หวัน" โดยย้ำชัดว่า “เป็นประเด็นที่สำคัญ และเปราะบางที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีน”

ผู้นำจีนระบุว่าหากประเด็นไต้หวันมีความสำคัญมาก “หากจัดการได้ดี ความสัมพันธ์ก็จะยั่งยืน แต่หากจัดการได้ไม่ดี สองประเทศก็เสี่ยงต่อการปะทะหรือความขัดแย้ง”

อ้างอิง CNBC

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...