โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ปลาหมอคางดำบุกทะเลลึก 12 เมตรกลางบางสะพาน ชาวประมงผวา จี้กรมประมง-รัฐมนตรีเกษตรฯ เร่งแก้ปัญหา

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 สถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อระบบนิเวศน้ำจืดและน้ำกร่อยของไทย ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าตกใจ เมื่อมีการค้นพบปลาหมอคางดำจำนวนมากในทะเลลึกถึง 12 เมตร บริเวณกลางทะเลบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความประหลาดใจให้กับชาวประมงในพื้นที่ แต่ยังเป็นสัญญาณอันตรายที่ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการควบคุมการแพร่กระจายของปลาชนิดนี้ และตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของมาตรการที่กรมประมงและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการมาโดยตลอด
และเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "ไต๋หนึ่ง บางพาน" ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะออกเรือตกหมึกกลางทะเลบางสะพาน เผยให้เห็นภาพปลาหมอคางดำจำนวนมากลอยรวมตัวกันอยู่บริเวณแสงไฟที่ส่องลงผิวน้ำกลางทะเล โดยไต๋หนึ่งได้กล่าวในคลิปด้วยความกังวลว่า "ออกมาตกหมึก แล้วเจอปลาหมอคางดำลอยอยู่กลางทะเล เกิดอะไรขึ้นกับระบบนิเวศเรา อีกหน่อยคงได้ตกปลาหมอคางดำกลางทะเล ซึ่งน้ำตรงนี้ลึกประมาณ 12 เมตร" พร้อมเรียกร้องให้เรืออวนลากอวนดำนำปลาเหล่านี้ไปให้หมด [1] การค้นพบนี้สร้างความตื่นตระหนกในหมู่ชาวเน็ตและชาวประมงเป็นอย่างมาก เนื่องจากปลาหมอคางดำเป็นปลาที่ปกติอาศัยอยู่ในน้ำจืดและน้ำกร่อย การที่มันสามารถปรับตัวและแพร่กระจายไปถึงทะเลลึก 12 เมตรได้นั้น บ่งชี้ถึงความสามารถในการปรับตัวที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และเป็นภัยคุกคามใหม่ต่อระบบนิเวศทางทะเลที่เปราะบางความล้มเหลวของมาตรการควบคุม: จากชายฝั่งสู่ทะเลลึก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...