โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ชู AI ถอดรหัสภูมิปัญญาไทย สร้างหลักฐานเชิงประจักษ์

เดลินิวส์

อัพเดต 22 มิถุนายน 2569 เวลา 21.43 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ชู AI ถอดรหัสภูมิปัญญาไทย สร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ หนุนสมุนไพรเข้าสู่ระบบสุขภาพ

วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ภายใต้ราชวิทยาลัยเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ “From Wisdom to Evidence: Transforming Traditional Knowledge into Clinical Herbal Practice” ระหว่างวันที่ 18–19 มิ.ย. 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทิศทางการพัฒนาสมุนไพรไทยจากภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่การใช้ประโยชน์ทางคลินิกบนฐานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

รศ.ดร.ภญ.นริศา คำแก่น ประธานวิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร กล่าวว่า การพัฒนาสมุนไพรไทยในปัจจุบันต้องก้าวจากการสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างองค์ความรู้ที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขสามารถนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุม คือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการศึกษาสมุนไพรไทย โดย รศ.ดร.ภก. ศุภชัย ติยวรนันท์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำเสนอแนวทางการถอดรหัสองค์ความรู้จากตำราแพทย์แผนไทยและจารึกวัดโพธิ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เพื่อค้นหารูปแบบการใช้สมุนไพรที่มีศักยภาพ รวมถึงการปรับเทียบมาตราวัดโบราณให้เป็นมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน

แนวทางดังกล่าวช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้าสู่กระบวนการวิจัยสมัยใหม่ ตั้งแต่การศึกษาทางห้องปฏิบัติการ การทดลองในสัตว์ ไปจนถึงการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์ เพื่อสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับการใช้สมุนไพรในระบบสุขภาพ และเปลี่ยนองค์ความรู้ที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนให้กลายเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบและอ้างอิงได้ทางวิทยาศาสตร์

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การนำหลักฐานเชิงประจักษ์ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยจริง โดย ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และ ภญ.ศิวพร ปีเจริญทรัพย์ จากร้านยาศิวพรเภสัช ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้สมุนไพรในระบบบริการสุขภาพ ทั้งในโรงพยาบาลและร้านยาชุมชน โดยเน้นบทบาทของเภสัชกรในการประเมินผู้ป่วยรายบุคคล คัดกรองความเสี่ยง ติดตามผลการรักษา และเฝ้าระวังอันตรกิริยาระหว่างยาสมุนไพรกับยาแผนปัจจุบัน

ภญ.ศิวพร กล่าวว่า ร้านยาชุมชนเป็นหน่วยบริการสุขภาพด่านหน้าที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด การใช้สมุนไพรในปัจจุบันจึงไม่ควรอาศัยเพียงความเชื่อหรือคำบอกเล่า แต่ต้องอ้างอิงข้อมูลทางวิชาการที่น่าเชื่อถือ ควบคู่กับการประเมินความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและความปลอดภัยสูงสุด

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการสืบค้นและประเมินคุณภาพงานวิจัย การสังเคราะห์หลักฐานเชิงประจักษ์ และการประยุกต์ใช้ Generative AI เพื่อสนับสนุนการทำงานของเภสัชกรในยุคดิจิทัล ตั้งแต่การสืบค้นข้อมูล การทบทวนวรรณกรรม ไปจนถึงการนำข้อมูลมาสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกและนโยบาย

การประชุมวิชาการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นทิศทางสำคัญของการพัฒนาสมุนไพรไทยในอนาคต จาก “ภูมิปัญญา” สู่ “หลักฐานเชิงประจักษ์” และจาก “งานวิจัย” สู่ “การใช้จริง” ในการดูแลสุขภาพประชาชน โดยมีเทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการเร่งการค้นพบองค์ความรู้ใหม่และยกระดับสมุนไพรไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...