กรอ.ชุดใหม่ ดึงรัฐจับมือเอกชน ปลดล็อก 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจ
(22 มิ.ย. 69) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แถลงถึงการยกระดับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ให้เป็นกลไกร่วมขับเคลื่อนที่มีเป้าหมายและตัวชี้วัดชัดเจน เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวสูงกว่า 3% เพิ่มสัดส่วนการลงทุนให้ใกล้ 30% ของ GDP พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันขึ้นสู่กลุ่ม Top 20 ของโลกภายใน 4 ปี และก้าวสู่ประเทศรายได้สูงใน 12 ปี โดยเน้นการทำงานแบบ "ทีมประเทศไทย" ที่รัฐบาลต้องเร่งปรับบทบาทจากผู้กำกับเป็นผู้สนับสนุนการเติบโต
.
สำหรับการขับเคลื่อนงานจะแบ่งออกเป็น 4 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ 1. New Economy & Infrastructure สร้างฐานเศรษฐกิจแห่งอนาคต เช่น AI และพลังงานสะอาด 2. Trade & Localization เชื่อมเศรษฐกิจไทยสู่ตลาดโลกและกระจายโอกาสสู่ SME 3. People Engine เร่ง Upskill-Reskill แรงงานให้ทันต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ และ 4. Government Engine ปรับปรุงกฎระเบียบและเปลี่ยนระบบราชการให้เป็นรัฐบาลดิจิทัลที่โปร่งใสและรวดเร็ว
.
เพื่อให้การทำงานมีความต่อเนื่อง ที่ประชุมมีมติจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะตามเครื่องยนต์เศรษฐกิจ โดยแต่ละชุดต้องกำหนดแผนงานแบบ "Quick Big Win" และเป้าหมายระยะสั้น-ยาว พร้อมรายงานความคืบหน้าทุก 2 เดือน ทุกข้อเสนอจะต้องระบุเจ้าภาพและกรอบเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้แน่ใจว่าการแก้ไขปัญหาจะไม่หยุดอยู่แค่บนโต๊ะประชุม แต่จะแปลงเป็นการลงมือทำที่สร้างผลสัมฤทธิ์ต่อผู้ประกอบการและประชาชนอย่างแท้จริง
.
ในส่วนของภาคเอกชนจะได้รับบทบาทที่เข้มข้นขึ้นใน 7 สาขาเศรษฐกิจอนาคต เช่น Smart Electronics, การท่องเที่ยว, การเกษตรและอาหารแห่งอนาคต รวมถึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นให้ SME เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ทั้งนี้ ดร.เอกนิติย้ำว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในหน้าต่างโอกาสสำคัญของการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่ง กรอ. ชุดนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการ "ปลดเบรกและเร่งคันเร่ง" เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาคอย่างมั่นคง