แชร์ว่อนคลิป 3 นักเรียนหญิงรุมทำร้ายเพื่อน ป.6 อ้างทำตามคำสั่งรุ่นพี่ แม่เห็นคลิปน้ำตาซึม ยืนยันเอาเรื่องถึงที่สุด
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 กรณีคลิปนักเรียนหญิง 3 คน รุมทำร้ายร่างกายเด็กหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในพื้นที่อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ จนสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็น ล่าสุด นายวัชร วัฒน์ศิลาชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนโคกเพชร-ไสยา พร้อมคณะครู และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจเด็กหญิงผู้เสียหายและครอบครัว
เด็กหญิงผู้เสียหายเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังได้รับข้อความจากเพื่อนที่เคยสนิทชักชวนให้ออกไปพบ โดยคิดว่าเป็นการพูดคุยกันตามปกติและไม่คาดว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น เมื่อไปถึงบริเวณกระท่อมนาแห่งหนึ่ง พบว่ามีกลุ่มเพื่อนและรุ่นพี่รวมหลายคนอยู่ในที่เกิดเหตุ ก่อนจะมีการพูดคุยถึงปัญหาความไม่พอใจกัน จากนั้นเด็กหญิง 3 คนได้เข้ามาทำร้ายร่างกาย ทั้งตบหน้าและกระชากผม ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์บางส่วน และมีการบันทึกคลิปวิดีโอเผยแพร่ในสื่อออนไลน์
เด็กหญิงผู้เสียหายยอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุมีข้อความชักชวนในลักษณะทำนองว่าจะมีการทำร้ายกัน "ตบไหม" แต่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นจริง จึงเดินทางไปพบตามคำชวน กระทั่งถูกทำร้ายร่างกายดังกล่าว
โดยหลังเกิดเหตุหนึ่งในผู้ก่อเหตุได้ส่งข้อความเสียงมาขอโทษแล้ว แต่ยังคงรู้สึกหวาดกลัว และตั้งใจว่าจะไม่ไปพบกลุ่มดังกล่าวอีก
ด้านมารดาของเด็กหญิงผู้เสียหาย ซึ่งทำงานอยู่ต่างจังหวัด เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า หลังจากมีคนส่งคลิปมาให้ดู รู้สึกตกใจและรับไม่ได้กับภาพที่เห็น จึงรีบเดินทางกลับบ้านมาหาลูกสาวทันที พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะไม่ต้องการให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับเด็กคนอื่นอีก
ขณะที่เด็กหญิงหนึ่งในผู้ก่อเหตุ ยอมรับว่าไม่มีปัญหาส่วนตัวกับผู้เสียหาย แต่ยอมทำตามการชักชวนและแรงกดดันจากรุ่นพี่ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกทำร้ายเสียเองหากไม่ปฏิบัติตาม พร้อมระบุว่ารู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และได้ขอโทษผู้เสียหายไปแล้ว
ด้านผู้ปกครองของเด็กผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจและเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่าหลานกระทำผิดจริง และมีความตั้งใจจะพาไปขอโทษผู้เสียหายและครอบครัวด้วยตนเอง
ขณะที่ผู้บริหารโรงเรียนทั้งสองแห่งอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ปกครองทั้งสองฝ่าย เพื่อพูดคุยหาทางออกร่วมกัน ดูแลสภาพจิตใจของเด็กทุกฝ่าย และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นผู้เยาว์และจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม