บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าเป็น “พุธแห่งการเดินทาง” จริงๆ เพราะยามนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บินลัดฟ้าไปสู่แดนหมีขาว เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่ง “นายกฯ หนู” คงได้กระทบไหล่กับ “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซียในเร็วๆ นี้ …๐
งานนี้ถือเป็นการประเดิมที่ “นายกฯ” จะทำหน้าที่เป็นเซลส์แมนในการขาย “โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” หรืออีอีซี อย่างเป็นล่ำเป็นสัน หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ได้มีมติรับทราบ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 233/2569 และ 234/2569 ยึดคืนอำนาจและการดูแล “อีอีซี” จาก “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ให้มาอยู่ใต้ “นายกฯ” เอง
ซึ่งตอนแรกใครต่อใครก็คิดไปไกลกันว่าอาจมีรอยร้าวเกิดขึ้นในพรรคภูมิใจไทย แต่สุดท้ายก็เห็นได้ชัดว่า “อนุทิน” ที่มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศในฐานะหัวหน้ารัฐบาล เหมาะสมกว่าในการบูมหรือประชาสัมพันธ์อีอีซี มากกว่า “พิพัฒน์” มากโข ที่สำคัญตามเดิมนั้นรัฐบาลก็หวังใช้โครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือแลนด์บริดจ์ (เอสอีซี) เป็นหัวหอกนั่นแล แต่ดูเหมือนกระแสต่อต้านจะเยอะและยังไม่เริ่มนับหนึ่งอย่างจริงจัง ก็เลยต้องเปลี่ยนเป็นอีอีซีแทนนั่นเอง …๐
แล้วก็ไม่เกินคาดอีกเช่นกัน ในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ก็ย่อมมีการพบปะผู้นำเขมรอย่าง “ฮุน มาเนต” เลยทำให้บรรดาขาเมาธ์มอยต่างนินทาว่า “ไทย” อาจกลับมาเกี้ยเซียะก็ได้ พิโธ่! ในเมื่อมีการตั้งคณะเจรจาประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) ที่มี “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ และ “ทรงชัย ชัยปฏิยุทธ” เอกอัครราชทูตไทย ณ คูเวต ทำหน้าที่แล้ว ใครมันจะเจรจาสุ่มสี่สุ่มห้ากับผู้นำสแกมโบเดียกันเล่า ที่สำคัญทุกวันนี้คนที่ดิ้นจะเป็นจะตายให้ไทยเปิดด่านก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็บรรดาขาใหญ่ในระบอบฮุน เซน โดยเฉพาะเจ้าพ่อเจ้าแม่บ่อนพนันนั่นแล เพราะทุกวันนี้พนักงานเยอะกว่าคนเล่นไม่รู้เท่าไหร่ …๐
หันมาเรื่อง “คลิปคดีฮั้ว” ที่ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคส้มนำมาออกมาแฉเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยล่าสุด “มงคล สุระสัจจะ” ประธานวุฒิสภา ปฏิเสธตอบคำถามว่าคนในรูปที่ถือโพยเป็นตนเองหรือไม่ ซึ่งก็ทำให้ “พริษฐ์” ได้ทีบอกว่า การไม่ตอบก็เป็นคำตอบแบบหนึ่ง แต่ที่สังคมเขางงและยังไม่เข้าใจประการหนึ่งคือ ทำไม “ส้ม” เพิ่งได้ฤกษ์แฉคลิปดังกล่าว ทั้งที่คดีฮั้ว สว.ใกล้จะสะเด็ดน้ำเต็มทนแล้ว หรือเพราะเพิ่งได้ข้อมูลจากสภาสูงแปรพักตร์กันล่ะจ๊ะ …๐
แต่ที่เหม็นน้ำลายอย่างมากคงไม่มีอะไรเกิน “ภัทรพงศ์ ศุภักษร” หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ที่ขยันหาแสงไปยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และมีคำสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. 3 คน จากทั้งหมด 7 คน ในระหว่างการพิจารณาตัดสินคดีฮั้ว พร้อมพูดเป็นคุ้งเป็นแควจะเปิดเผยคลิปหลักฐานเด็ดชิ้นต่อๆ ไปในลักษณะเป็นซีรีส์ EP.1, EP.2, EP.3 แหม! แค่เรื่องที่ตัวเองท้าทายไว้แล้วแพ้ยังทำไม่ได้ นับประสาอะไรกับเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ก็เป็นแค่การสร้างสีสันสร้างข่าวเหมือนที่อินฟลูเอนเซอร์สร้างเอนเกจเมนต์แค่นั้น จะไปเอาสาระอะไรจริงจังมากไม่ได้ …๐
หันมาส่องความเคลื่อนไหวภาคประชาชนในนาม “เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน” กันบ้าง เพราะล่าสุดไปยื่นหนังสือกับ “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เรียกร้องคืนสิทธิ์การประกันตัวให้ “เอกชัย หงส์กังวาน” ที่มีหลายโรครุมเร้า แต่อยากจะบอก “ณัฏฐธิดา มีวังปลา” ตัวแทนกลุ่มว่า เริ่มต้นก็กลัดกระดุมผิดเม็ดแล้ว ที่บอกว่าเป็นคดีการเมือง เพราะคดีของเอกชัยเป็นคดีอาญาแผ่นดิน ที่สำคัญก็มีตัวอย่างที่ศาลสถิตยุติธรรมให้สิทธิประกันตัวในคดีทำนองเดียวกัน สุดท้ายก็หนีประกัน และหนีไปต่างประเทศกันเป็นทิวแถว ฉะนั้นหากอยากเรียกร้องสิทธิ์ให้ “เอกชัย” ก็ไปกวักมือเรียกผู้หนีคดีทั้งหลายกลับมาเถอะ เพราะดูง่ายๆ ล่าสุด “จรัล ดิษฐาอภิชัย” ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดนยังโพสต์อวดโอ่ว่าคดีมาตรา 112 คดีแรกได้หมดอายุความแล้ว และคดีที่สองที่เหลือจะหมดอายุความในปี 2571 แล้วแบบนี้ใครจะให้ประกันแม้จะอ้างว่าป่วยหนักก็ตามที…๐
ท.ศักดิ์