โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงครามใหม่อีคอมเมิร์ซ ไม่ได้แข่งขายของ แต่แข่งครองกำลังซื้อผู้บริโภค

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หากย้อนกลับไปไม่กี่ปีก่อน สนามแข่งขันของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเต็มไปด้วยการอัดโปรโมชั่น แจกคูปอง ส่งฟรี และแข่งขันดึงร้านค้าเข้าสู่ระบบให้ได้มากที่สุด แต่วันนี้ทิศทางการแข่งขันกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

ผู้เล่นรายใหญ่ไม่ได้ต้องการเป็นเพียง "ตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์" อีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลแบบครบวงจร ทั้งกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Wallet) บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือ Buy Now Pay Later (BNPL) สินเชื่อดิจิทัล และระบบชำระเงินภายในแพลตฟอร์ม

เหตุผลสำคัญคือ ตลาดอีคอมเมิร์ซเริ่มเข้าสู่ช่วงที่การแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียวสร้างการเติบโตได้ยากขึ้น ขณะที่ธุรกิจการเงินสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่อง และช่วยให้ลูกค้าอยู่ในระบบของแพลตฟอร์มได้นานกว่าเดิม

สิ่งที่ทุกแพลตฟอร์มต้องการในวันนี้จึงไม่ใช่แค่จำนวนร้านค้า แต่คือ "ข้อมูลลูกค้า" พฤติกรรมการใช้จ่าย และความสามารถในการเข้าถึงกำลังซื้อของผู้บริโภค

ยิ่งแพลตฟอร์มรู้จักลูกค้ามากเท่าไร ก็ยิ่งสามารถนำเสนอวงเงินสินเชื่อ โปรโมชั่น หรือบริการทางการเงินได้แม่นยำมากขึ้น โลกกำลังเห็นเส้นแบ่งระหว่างธุรกิจค้าปลีก เทคโนโลยี และการเงิน ค่อย ๆ เลือนหายไป

BNPL อาวุธใหม่ของแพลตฟอร์ม

เมื่อการแข่งขันเปลี่ยนจากการขายสินค้า ไปสู่การครอบครองกำลังซื้อของลูกค้า เครื่องมือสำคัญที่ถูกหยิบมาใช้คือ BNPL หรือ "ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง"

ปัจจุบันผู้เล่นรายใหญ่ต่างมีบริการของตัวเอง

  • Shopee ใช้ SPayLater เชื่อมบริการผ่อนชำระเข้ากับฐานผู้ใช้งานอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่

  • Lazada มี LazPayLater ที่เชื่อมต่อกับระบบการเงินและเทคโนโลยีของ Alibaba Group

  • Grab มี Grab PayLater โดยอาศัยข้อมูลจากบริการเรียกรถ ส่งอาหาร และบริการในชีวิตประจำวัน

  • TikTok Shop มี TikTok PayLater ที่เชื่อมคอนเทนต์ การค้นพบสินค้า และการชำระเงินเข้าด้วยกัน

แม้จุดเริ่มต้นของแต่ละแพลตฟอร์มจะแตกต่างกัน แต่เป้าหมายกลับเหมือนกัน คือ ลดอุปสรรคในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

จากเดิมที่ลูกค้าอาจต้องรอเงินเดือนออกหรือเก็บเงินก่อนซื้อสินค้า วันนี้สามารถกดซื้อได้ทันทีและทยอยชำระภายหลัง ส่งผลให้โอกาสเกิดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

BNPL จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นยอดขาย และเป็นช่องทางสร้างความผูกพันระยะยาวระหว่างลูกค้ากับแพลตฟอร์ม

ทำไมแพลตฟอร์มถึงอยากทำธุรกิจการเงิน

คำตอบอยู่ที่รายได้และกำไร

ข้อมูลจาก Sea Group เจ้าของ Shopee ระบุว่า แม้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซยังเติบโตต่อเนื่อง แต่ธุรกิจบริการทางการเงินกลับเติบโตเร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ธุรกิจขายสินค้ามีการแข่งขันสูง กำไรต่อหน่วยต่ำ และต้องใช้งบประมาณจำนวนมากกับส่วนลด โปรโมชั่น และการตลาด ธุรกิจการเงินสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องจากฐานลูกค้าเดิมผ่านค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย และบริการเสริมต่าง ๆ

ข้อมูลจาก Sea Group และ Reuters สะท้อนว่า เครื่องยนต์การเติบโตใหม่ของแพลตฟอร์มไม่ได้อยู่ที่การขายสินค้าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังอยู่ที่บริการทางการเงิน

ไม่ว่าจะเป็น Wallet, BNPL หรือสินเชื่อดิจิทัล ล้วนเป็นธุรกิจที่ช่วยเพิ่มรายได้และเพิ่มความภักดีของลูกค้าในระยะยาว

ศึกชิงกำลังซื้อครั้งใหม่

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครขายสินค้าได้ถูกกว่าอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันว่าใครจะสามารถครอบครอง "กำลังซื้อ" ของลูกค้าได้มากกว่ากัน

แพลตฟอร์มที่สามารถควบคุมทั้งการค้นหาสินค้า การตัดสินใจซื้อ การชำระเงิน และการเข้าถึงสินเชื่อได้ครบวงจร จะมีโอกาสสร้างรายได้และรักษาฐานลูกค้าได้ดีกว่า

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผู้เล่นรายใหญ่ทั่วโลก ตั้งแต่ Sea Group, Alibaba, Tencent ไปจนถึง Grab ต่างเร่งสร้างระบบการเงินของตัวเองควบคู่ไปกับธุรกิจหลัก

และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามรอบใหม่ในโลกอีคอมเมิร์ซ ที่ไม่ได้แข่งกันว่าใครขายของได้มากกว่า แต่แข่งกันว่าใครจะสามารถครอบครอง "กระเป๋าเงิน" ของผู้บริโภคได้มากกว่ากัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...